หมอโอภาส เผย "โอไมครอน" ติดง่าย แต่เชื้ออ่อนแรง แนะ "ฉีดวัคซีน" ลดป่วย-ตายได้

07 ธ.ค. 2564 เวลา 1:37 น. 834

หมอโอภาส เผยคุณสมบัติ "โอไมครอน" เชื้ออ่อนแรงกว่าเดลต้า แต่การติดเชื้อจะง่ายกว่า แนะ "ฉีดวัคซีน" สร้างภูมิ ลดอัตราการป่วย-ตายได้

หลังกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยตรวจเจอผู้ติดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรก เป็นชายชาวอเมริกัน เดินทางมาจากประเทศสเปน เข้าไทยในรูปแบบ test and go

 ด้าน ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Opass Putcharoen ภายหลังประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" รายแรก ว่า "โอไมครอน" น่าจะระบาดก่อนที่จะมีรายงานที่แอฟริกามาซักพัก ตอนนี้หลายๆ ประเทศทั่วโลก เริ่มรายงานพบเชื้อไวรัสนี้ คาดว่า มีโอกาสน่าจะเป็นสายพันธุ์หลักแทนเดลต้า 

 ส่วนการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งของไวรัสนี้ สามารถแบ่งเป็นตำแหน่งที่รู้จัก ได้แก่การกลายพันธุ์ที่ทำให้จับกับเซลล์คนง่ายขึ้น การกลายพันธุ์ที่อาจจะลดประสิทธิภาพวัคซีนและที่ยังไม่รู้ว่าตำแหน่งการกลายพันธุ์มีผลต่อไวรัสอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องรอการศึกษาจากไวรัสในห้องทดลอง มีข้อมูลว่า เชื้อนี้อาจจะทำให้เกิดการติดซ้ำได้ หากเคยเป็นโควิดมาก่อน แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า เชื้อโอไมครอนทำให้เกิดโรคที่รุนแรงกว่าเดลต้า (แนวโน้มเชื่อว่า เชื้อน่าจะอ่อนแรง เพื่อแลกกับคุณสมบัติที่ติดได้ง่ายขึ้น - แต่ยังต้องรอข้อมูลยืนยัน) 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• เทียบให้ชัด อาการโควิด-19 "โอไมครอน" และ "เดลต้า" แตกต่างกันยังไง?

• เปิดไทม์ไลน์ ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด สายพันธุ์ โอไมครอน รายแรกในประเทศไทย

• ด่วน! ยืนยันไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด "โอไมครอน" รายแรก : Breaking News

 สำหรับในขณะนี้ เราควรจะทำอย่างไร ก็คงทำเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศ ที่พยายามดักเคสแล้วก็กักตัวไว้ ไม่ให้กระจายอย่างรวดเร็ว เพื่อซื้อเวลาสำหรับการเตรียมฉีดวัคซีนให้ภูมิสูงขึ้นพอ (บางประเทศ ขยับเข็มกระตุ้นให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง) ช่องทางที่น่ากังวลคือการเข้ามาจากชายแดน คนเดินข้ามไปมา ถ้าเริ่มมีการระบาดรอบบ้านเราซึ่งคุมได้ยาก ถึงแม้ว่าเรายังไม่มีวัคซีนที่จำเพาะสำหรับสายพันธุ์โอไมครอน แต่ข้อมูลจากหลายๆ การศึกษาพบว่า ถ้าระดับของภูมิสูงพอก็อาจจะยับยั้งไวรัสได้ 

หมอโอภาส เผย "โอไมครอน" ติดง่าย แต่เชื้ออ่อนแรง แนะ "ฉีดวัคซีน" ลดป่วย-ตายได้

 จากรูปที่แสดงการศึกษาของศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิและมหาวิทยาลัย Duke ร่วมกับ National University of Singapore (Duke-NUS) ที่กำลังรอตีพิมพ์ ได้วัดภูมิในคนไทยที่ได้รับ sinovac 2 เข็ม แล้วกระตุ้นด้วย AstraZeneca พบว่าที่ 7 วันหลังฉีด ภูมิที่ขึ้นสามารถ neutralize ไวรัสสายพันธุ์อื่นได้หลายสายพันธุ์ เช่น เบต้า แกมม่า ที่ดื้อวัคซีนมาก ๆ แม้ว่าไม่ใช่วัคซีนที่จำเพาะต่อสายพันธุ์นั้น ๆ ก็ตาม มีบางคนภูมิสามารถยับยั้งไวรัส SARS CoV 1 และ coronavirus สายพันธุ์ที่อยู่ในค้างคาวได้ด้วย ตอนนี้รอทำ multiplex test ของ Omicron เพิ่มเติม (การศึกษานี้ใช้กลุ่ม Sinovac ตามด้วย AztraZeneca ตามอาสาสมัครที่ยินดีเข้าร่วมการศึกษา แต่ถ้าวัคซีนอื่นที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีเช่น mRNA ก็น่าได้ผลเช่นเดียวกัน) 

คำแนะนำของหลาย ๆ ประเทศขณะนี้ คือยังย้ำความสำคัญของการฉีดวัคซีน ทำให้ภูมิคุ้มกันสูงพอ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตส่วนการมุมของการรักษา  เนื่องจากการกลายพันธุ์ส่วนใหญ่อยู่ด้านนอก แต่ยาที่ออกฤทธิ์ต่อส่วนอื่นของไวรัสเช่น Molnupiravir ,Paxlovid  Remdesivir ก็น่าจะยังใช้ได้อยู่

ตื่นเต้นได้ว่า มี Omicron แล้ว แต่อย่าตระหนก Keep Calm and Get a Booster กัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ