Social Listening กุญแจธุรกิจดอกสำคัญของ “มากุโระ” ในการพัฒนาแบรนด์

18 ธ.ค. 2564 เวลา 9:40 น. 361

วันนี้จะพาไปรู้จักกับธุรกิจอาหารญี่ปุ่น แบรนด์“มากุโระ” และเปิดมุมมองผู้บริหารคนเก่ง ถึงแนวโน้มตลาดอาหารญี่ปุ่น เกาหลี ในไทย ว่าเป็นอย่างไร พร้อมกลยุทธ์ Social Listening กุญแจธุรกิจดอกสำคัญในการทำธุรกิจของเขา

ต้องยอมรับว่าหนึ่งในอาหารที่ถูกปากคนไทย คือ อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี จึงทำให้หลายแบรนด์เดินหน้าทั้งพัฒนาสินค้า บริการ กลยุทธ์การตลาดทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ เพื่อช่วงชิงลูกค้าที่ถือว่าเป็นเค้กก้อนโตก็ว่าได้ ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่สูง แต่หากแบรนด์ใดสามารถครองใจลูกค้าได้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

วันนี้ #สปริงนิวส์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ ‘นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร้านอาหารญี่ปุ่นมากุโระ และกลุ่มธุรกิจในเครือมากุโระ กรุ๊ป  โดยผู้บริหารคนเก่ง ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น เกาหลี ในไทยมีการแข่งขึ้นสูง จึงทำให้มากุโระให้ความสำคัญในช่องทางการขาย ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์มาใช้ร่วมกัน และได้มีการปรับแผนมาโดยตลอด 

ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ยังเติบโตในไทย

สำหรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์จะเน้นไปยัง Social Listening เพื่อให้สามารถจับกระแสตลาดได้  พร้อมกันนี้มีแผนที่นำระบบใหม่มาใช้ ซึ่งเป็นระบบ CRM คือ การรับฟังความเห็นลูกค้า เสียงตอบรับจากลูกค้าที่เข้ามารับประมานอาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี มาปรับใช้นำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อในการเจาะอินโซต์ผู้บริโภค พัฒนาแบรนด์ พร้อมกันนี้ยังมีการปรับสินค้า และวิธีการนำเสนอเพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

Social Listening กุญแจธุรกิจดอกสำคัญของ “มากุโระ” ในการพัฒนาแบรนด์

ทั้งนี้สำหรับกลยุทธ์การตลาด อื่นๆ ที่แบรนด์มากุโระ จะเน้น และให้ความสำคัญไม่แพ้ออนไลน์ คือ

-เน้นการให้ประสบการณ์กับลูกค้าทั้งในรูปแบบ รูป รส กลิ่น เสียง

-จะพิถีพิถัน ใส่ใจคุณภาพอาหารยิ่งขึ้นไป

-เน้นให้ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ คือ ความคุ้มค่า ที่ได้รับประทานมากุโระ

Social Listening กุญแจธุรกิจดอกสำคัญของ “มากุโระ” ในการพัฒนาแบรนด์

อย่างไรก็ตามสำหรับแผนลงทุนใหม่ในปี 2565 ได้เตรียมเงินลงทุนไว้หลายร้อยล้านบาท ขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุน อาหารเกาหลี เพิ่มเสริมแกร่งแบรนด์  พร้อมกันนี้ยังจะมีการร่วมทุนกับนักร่วมทุนต่างชาติด้วย เพื่อสร้างรายได้ในปี 2565 ให้ถึง 800 ล้านบาท และในปี 2566 ทะลุถึง 1,000 ล้านบาท  สำหรับมุมมองเทรนด์ธุรกิจอาหารในปี 2565 มองว่าเทรนด์อาหารสุขภาพจะมาแรง หลังจากคนได้รับบทเรียนจากโควิด -19 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังจะได่เห็นแต่ละแบรนด์มีวิธีนำเสนอใหม่ๆ บนแพลตฟอร์มการสั่งอาหารใหม่ ๆ มากขึ้น ดงนั้นแบรนด์จะต้องปรับให้ทันผู้บริโภค

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ