
“แมลง” หลายชนิดในประเทศไทย เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสูง จนขึ้นชื่อว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ด ชาวออสเตรเลียเริ่มหันมาบริโภคแมลงมากขึ้น จะเจาะตลาดออสเตรเลียให้สำเร็จต้องสำรวจก่อนว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมในการรับประทานแมลงอย่างไร
เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร ขณะที่จำนวนประชากรโลก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันประชากรโลกอยู่ที่ 7,700 ล้านคน The World Population Prospects 2019 คาดการณ์ว่า ประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9,700 ล้านคนในปี 2050 และ อาจเพิ่มเป็น 11,000 ล้านคนในปี 2,100 จึงกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้การขาดแคลนอาหารรุนแรงขึ้น
การมองหาอาหารที่เป็นทางเลือก และ ให้คุณค่าทางอาหารสูง จึงเป็นสิ่งที่หลายประเทศเริ่มสนใจ โดยเฉพาะ การบริโภคแมลง อย่างจิ้งหรีด ด้วง หรือ หนอนไหม เพราะล้วนแต่เป็นแมลงที่ให้โปรตีนสูง อนาคตอาจจะกลายเป็นอาหารทางเลือกที่โดดเด่นก็เป็นได้
ตลาดในประเทศออสเตรเลีย มีความน่าสนใจ แม้ว่าปัจจุบันออสเตรเลียจะนำเข้าแมลง เพื่อแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ แต่ นายสมิท ธรรมเชื้อ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย มองว่า ชาวออสเตรเลียเริ่มหันมาบริโภคแมลงแปรรูปมากขึ้น ดังนั้น หากผู้เลี้ยงและผู้ส่งออก อยากเจาะตลาดออสเตรเลีย ต้องเปิดใจผู้บริโภคให้ได้ด้วยการศึกษาความนิยมและผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการ
“ต้องศึกษาข้อมูลความชอบของคนออสเตรเลียก่อน เพราะส่วนใหญ่ไม่นิยมรับประทานแมลง แบบเห็นเป็นตัวๆ เหมือนในประเทศไทย ดังนั้นต้องเน้นสินค้าที่แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้ว และ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้ทันสมัย เนื่องจากภาพลักษณ์สินค้า ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะสร้างความประทับเมื่อแรกเห็น เพื่อให้ชาวออสเตรเลียเปิดใจหันมาบริโภคอาหารซุปเปอร์ฟู้ดจากแมลงต่างๆ มากขึ้น”
นอกจากศึกษาความต้องการของผู้บริโภคชาวออสเตรเลียแล้ว อีกหนึ่งคำแนะนำ ก็คือ ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัวศึกษาข้อมูลให้ดี โดยเฉพาะระเบียบและกฎหมายข้อบังคับของออสเตรเลีย เพื่อเป็นช่องทางในการส่งสินค้าไปเปิดตลาด เพราะในประเทศออสเตรเลียเริ่มมีผู้ประกอบการหันมาผลิตสินค้าจากแมลงเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่แปรรูปเป็นเครื่องปรุง หรือ ผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารคาวหวานหลายชนิด ทั้งแป้งขนมปัง เส้นพาสต้า ลูกอม และ ไอศกรีม
“ผู้ประกอบการไทยจะช้าไม่ได้แม้ตลาดโปรตีนจากแมลงในออสเตรเลียจะจำกัดการอนุญาตให้นำเข้าผลิตภัณฑ์จากแมลงเพียง 3 ชนิด แต่เขาก็สนใจผลิตสินค้าประเภทนี้ ส่งออกไปขายต่างประเทศด้วยเช่นกัน”
Advisory Committee on Novel Foods (ACNF) หน่วยงานประเมินความเสี่ยงสินค้าแมลง และ การแปรรูปเพื่อการบริโภค กำหนดไว้ว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐาน Food Standards Australia & New Zealand หรือ FSANZ และ ได้ประเมินความเสี่ยงแมลงจำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ หนอนนกอบแห้ง (Zophobas morio หรือ Super mealworm) จิ้งหรีดทองแดงลาย หรือ จิ้งหรีดขาว (Achaeta domestica หรือ House crickets) และด้วงหนอนนก (Tenebrio molitor หรือ Mealworm beetle)
ผลการประเมินความเสี่ยง พบว่า แมลงทั้ง 3 สายพันธุ์นี้ สามารถบริโภคได้ แต่ไม่จัดว่าเป็นอาหารท้องถิ่น (Non-traditional Foods) และอาหารใหม่ (Novel Foods) ของออสเตรเลีย
ผลสำรวจและวิเคราะห์ของ AgriFutures Australia ระบุว่า การเพาะเลี้ยงแมลงเพื่อการบริโภค แม้จะถือว่าเป็นอุตสาหกรรมใหม่ แต่ก็เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพพอสมควร มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะสร้างรายได้สูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี (หรือประมาณ 250 ล้านบาท ณ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย = 25 บาท) โดยเฉพาะการผลิตเป็นอาหารสัตว์ มีแนวโน้มการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิตที่มีความยั่งยืน และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
จากข้อมูลข้างต้น ผู้ส่งออกอาจจะประเมินความต้องการของตลาด และ แบ่งสัดส่วนการผลิตเพื่อส่งออกให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศผู้นำเข้า เพื่อให้เปิดตลาดในออสเตรเลีย ได้อย่างราบรื่น และ อยู่รอดอย่างยั่งยืน