ข้าพระบาท ทาสประชาชน  : นายกฯคนอีสาน จอมพลสฤษดิ์ กับ พล.อ.ประยุทธ์

23 ส.ค. 2560 เวลา 11:53 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ข้าพระบาท ทาสประชาชน 

โดย : ประพันธุ์ คูณมี

นายกฯคนอีสาน จอมพลสฤษดิ์ กับ พล.อ.ประยุทธ์

เมื่อเปิดดูทำเนียบรายนามนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 29 ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของเมืองไทย ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 11 ที่มาจากทหาร ถ้าจะนับเอาเฉพาะภูมิลำเนาถิ่นกำเนิด ในจำนวนนายกรัฐมนตรีทั้ง 29 ท่านนี้ มีเพียง 2 ท่านที่พอจะนับได้ว่าเป็นคนอีสานคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม้จะเกิดที่บ้านปากคลองตลาด ตำบลพาหุรัด จังหวัดพระนคร โดยเป็นบุตรของพันตรี หลวงเรืองเดชอนันต์(ทองดี ธนะรัชต์) กับนางจันทร์ทิพย์ จันทร์สาขา(สกุลเดิม:วงศ์หอม)

 

แต่ท่านก็ได้มาอยู่กับมารดาและเรียนหนังสือที่จังหวัดมุกดาหาร อันเป็นภูมิลำเนาเดิมของมารดา ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนจบการศึกษาชั้นต้น แล้วค่อยมาศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร และโรงเรียนนายร้อยทหารบกจนสำเร็จการศึกษา รับราชการทหาร ก้าวถึงตำแหน่งสูงสุดในกองทัพ และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังการรัฐประหาร 16 กันยายน  2500 โดยมีนายพจน์ สารสิน และจอมพลถนอม กิตติขจร มาขัดตาทัพช่วงหนึ่ง ถือว่าเป็นนายกฯ ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนอีสานโดยแท้

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเป็นบุตรของพันเอก(พิเศษ)ประพัฒน์ จันทร์โอชา และนางเข็มเพชร จันทร์โอชา มารดารับราชการครู แม้บิดามารดาจะย้ายไปรับราชการในจังหวัดลพบุรี และท่านได้รับการศึกษาชั้นต้นที่ลพบุรี และมาศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12

 

เด็กชายประยุทธ์ จันทร์โอชา มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี 

และสำเร็จจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 แล้วเข้ารับราชการทหาร จนกระทั่งมีตำแหน่งสูงสุดเป็นผู้บัญชาการทหารบก และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่  29 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2557 อันเป็นเหตุการณ์ภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก็ตาม

 

ประยุทธ์ จันทร์โอชา นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12

ก็ต้องถือว่าท่านเป็นลูกอีสานคนหนึ่ง และในการออกพบปะประชาชน และในการประชุม ครม.สัญจรที่ภาคอีสาน ท่านก็ได้เลือกเอาจังหวัดนครราชสีมา บ้านเกิดเป็นที่จัดการประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ ทั้งได้กล่าวกับพี่น้องคนอีสานว่าท่านเป็นคนอีสานคนหนึ่ง จึงถือได้ว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นลูกอีสาน

 

การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายทหารทั้ง 2 ท่านที่กล่าวมา นับว่ามีความหมายและความสำคัญในทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่น้อย นอกจากความเป็นทหารเหมือนกันแล้ว ยังมีที่มาในลักษณะคล้ายกันคือมาจากการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง และภายใต้สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศเช่นเดียวกัน เพียงแต่มีบริบทที่ต่างกัน ต่างกรรมต่างเวลากันเท่านั้น แต่ก็อยู่ในยุคสมัยที่ประเทศกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เช่นกัน

 

 

เส้นทางการเมืองของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.ศ.2476 เริ่มด้วยการปราบปราม กบฏบวรเดช ภายใต้การบังคับบัญชาของพันเอกหลวงพิบูลสงคราม พ.ศ.2490 ร่วมกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม

 

1409106324 จอมพลป. พิบูลสงคราม และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

 

โดยมีจอมพลผิน ชุณหะวัณ เป็นผู้นำรัฐประหารรัฐบาลพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ จนเติบโตก้าวหน้าทางทหารถึงตำแหน่งสูงสุด และได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาลชุดสุดท้ายของจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สกปรกเมื่อวันที่  26 กุมภาพันธ์ 2500 ประชาชนและนักศึกษาจำนวนมากออกมาต่อต้านคัดค้าน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ออกมายืนข้างประชาชน

 

(จากซ้าย) จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์, 

พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์, จอมพลอากาศ ฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี

 

04_03 ภาพเหตุการณ์ขณะที่ จอมพลสฤษดิ์ นำคณะนักศึกษาเข้าพบจอมพล ป. ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

 

โดยไม่ยอมทำร้ายประชาชนตามคำสั่งรัฐบาลขณะนั้น ทำให้เป็นขวัญใจประชาชน จนได้รับฉายาว่า"วีรบุรุษมัฆวาน" นอกจากนี้ยังเป็นผู้ยื่นคำขาดให้รัฐบาลจอมพล ป.ลาออก เพราะขาดความชอบธรรม เมื่อขัดขืนไม่ยินยอม และประชาชนผู้ประท้วงลุกฮือเดินขบวนบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้รัฐประหารยึดอำนาจจอมพล ป. เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500

 

ในยุคสมัยการปกครองภายใต้อำนาจของจอมพลสฤษดิ์ สิ่งที่เห็นการบริหารการเปลี่ยนแปลงประเทศที่สำคัญๆ เป็นยุคที่ประเทศไทยเริ่มมีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศฉบับที่1(2504-2509) มีการสร้างสาธารณูปโภคสำคัญๆ เช่น ไฟฟ้า,ประปา,ถนน ทั่วทั้งเมืองและชนบท เรียกว่า"น้ำไหล ไฟสว่าง หนทางดี" และมีการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอย่างเมืองพัทยา โดยมีแผนพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนเยี่ยงต่างประเทศและยังมีการริเริ่มพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอีกหลายด้าน

 

ในยุคสมัยของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกประชาชนนับสิบๆ ล้านทั่วประเทศลุกฮือเดินขบวนคัดค้านทั่วประเทศ สาเหตุจากการได้อำนาจทางการเมืองมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต มีการใช้อำนาจโดยทุจริตเพื่อตนเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะการทุจริตจำนำข้าวและการออกกฎหมายนิรโทษความผิดให้กับทักษิณกับรัฐบาลที่ทุจริต จนเกิดเหตุความวุ่นวายทางการเมือง

ม็อบนกหวีด กระหึ่มอีกที่อโศก ต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดคึกคัก 3

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. 

เพราะรัฐบาลปล่อยให้มีการใช้กองกำลังมืดและอาวุธสงครามร้ายแรง ลอบสังหาร วางระเบิดทำร้ายประชาชน บาดเจ็บล้มตายเสียชีวิตจำนวนมาก บ้านเมืองวุ่นวายไร้ขื่อแปร รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ในที่สุด คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเข้าควบคุมสถานการณ์และยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์

 

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ ผอ.รส.

เชิญ 7 ฝ่ายประชุมหารือทางออกประเทศเมื่อ 21 พ.ค.57

 

 

การก้าวสู่อำนาจและตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ มาจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองคล้ายๆ กัน เมื่อเข้าสู่อำนาจแล้ว รัฐบาลมีภารกิจและความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาการเมืองของประเทศ พร้อมๆ กับการพัฒนาเศรษฐกิจของบ้านเมือง การปฏิรูปการเมืองของประเทศ และแผนพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีโครงการใหญ่ๆเช่นรถไฟความเร็วสูง เขตเศรษฐกิจพิเศษ ล้วนแต่เป็นความท้าทายของรัฐบาลนี้

บทสุดท้ายของนายกรัฐมนตรีคนอีสาน จะจบลงอย่างไรคงต้องติดตามต่อไป ในที่สุดนายกรัฐมนตรีที่มาจากทหาร จะเขียนประวัติศาสตร์ให้ตนเองอย่างไร ให้ประชาชนและคนอีสานจดจำระลึกถึง ผมคนหนึ่งที่เฝ้าดูและให้กำลังใจครับ

คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน / หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3290 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 24-26ส.ค.2560

  ข้าพระบาท ทาสประชาชน  : นายกฯคนอีสาน จอมพลสฤษดิ์ กับ พล.อ.ประยุทธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด