Breaking การเมือง

ร้อง “บิ๊กตู่” ใช้ “ม.44” ช่วย หลังเงินดาวน์คอนโดฯถูกอายัด เหตุพันเสี่ยเปี๋ยง!

วันที่ 15 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์บริการประชาชน สำนักงานก.พ. ถนนพิษณุโลกว่า นายเกษม ศรีวิริยกุล ผู้ได้รับผลกระทบจากการซื้อคอนโดมิเนียมโครงการ"แดน ลิฟวิ่ง สาทร-เจริญราษฎร์ "ของบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด พร้อมด้วยผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อคอนโดฯจากบริษัทดังกล่าว 5 โครงการ ประมาณ 100 คน ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกอายัดเงินดาวน์ดอนโดมิเนียมของบริษัทดังกล่าว 

นายเกษม กล่าวว่า ทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าวถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดไว้ทั้งหมด รวมถึงเงินดาวน์จำนวนเกือบ 500 ล้านบาทจากผู้ซื้อประมาณ 2,000 ราย เนื่องจากนส.ธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ผู้ต้องขังในความผิดเกี่ยวกับโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทนี้ด้วย  ปปง.จึงอายัดทรัพย์สินของบริษัทนี้ไว้ เพราะอาจเกี่ยวพันกับการทุจริตจีทูจี

โดยขณะนี้ปปง.ได้ส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาฟ้องต่อศาลแล้ว แต่พวกตนกลับเป็นผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะโครงการที่ถนนประชาอุทิศ ถือว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เพราะมีการโอนกรรมสิทธิ์และเข้าไปอาศัยแล้วบางส่วน แต่นิติบุคคลกลับมีเงินบริหารได้ถึงเดือนมีนาคม 2560 เท่านั้น จึงขอความเป็นธรรมให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือให้ได้รับเงินดาวน์คืนอย่างเร็วที่สุด เช่น การใช้มาตรา 44 แก้ปัญหานี้ เพราะถ้ารอกระบวนการปกติอาจใช้เวลาหลายปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาติ  จันทร์สกุลพร  หรือเสี่ยเปี๋ยง คือนักธุรกิจโรงสีข้าวจากอ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เเละเป็นจำเลยร่วมกรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยมิชอบในช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย   ที่อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เเละยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัดที่มีคดีการทุจริตการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลตอนนี้นายอภิชาติถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เเละเมื่อวันที่9 ก.ย.  ปปง.มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มสยามอินดิก้า บริษัท สิราลัย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทกีธา จำกัด) และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กับนายอภิชาติ เป็นเงินฝากในบัญชีธานาคารจำนวน 51 บัญชี มูลค่าประมาณ 921 ล้านบาท และที่ดินในหลายจังหวัด เช่น กทม. ลำพูน ภูเก็ต พังงา อยุธยา อ่างทอง จำนวน 611 รายการ มูลค่าประมาณ 5,970 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 662 รายการ มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท