
SHORT CUT
ไม่ได้ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่ ROSÉ BLACKPINK ยังมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นและความงามอีกด้วย เธอได้ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำถึง 6 แบรนด์
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอดอลแห่งยุคที่โด่งดังสุดๆ สำหรับ 'ROSÉ' หรือ โรเซ่ จากเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก BLACKPINK เพราะนอกจากผลงานที่ทำร่วมกับวงและผลงานเดี่ยวที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกแล้ว ในเรื่องของ 'แฟชั่น' ก็ได้รับความยอมรับเช่นกัน
นั่นทำให้เธอได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นทั่วโลกมากมายไม่ว่าจะเป็นในฐานะ Global Brand Ambassador การขึ้นแคมเปญโฆษณา ไปจนถึงการคอลแลบพิเศษกับแบรนด์ ครั้งนี้เราจะรวบรวมแบรนด์ดังทั้งหมดที่โรเซ่ยังคงร่วมงานอยู่ในฐาน Ambassador รูปแบบต่างๆ มาให้ได้ดูกัน
เริ่มกันที่แบรนด์แฟชั่นสุดหรูจากฝรั่งเศสอย่าง 'Saint Laurent' ที่เลือกให้โรเซ่ดำรงตำแหน่ง 'Global Brand Ambassador' หรือการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์หลักของแบรนด์ในระดับสากล
โดยโรเซ่เป็นคนแรกและคนเดียวของแบรนด์ที่ได้ตำรงตำแหน่งนี้ ทำให้เธอได้ร่วมงานกับครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนสำคัญของแบรนด์อย่าง Anthony Vaccarello แบบใกล้ชิด ได้ขึ้นแคมเปญและได้นั่งแถวหน้าในงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์อยู่หลายครั้ง
เมื่อครั้งที่ Yves Saint Laurent ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1960 ณ กรุงปารีส ก็ได้ทำให้สาวๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายคนเริ่มชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวแบบ Left Bank Chic ที่ผสมผสานกับความหรูหราแบบโบฮีเมียน และบรรดาสาวๆ เหล่านี้เองที่กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับดีไซเนอร์ ไม่ว่าจะเป็น Catherine Deneuve, Paloma Picasso และ Mounia ซูเปอร์โมเดลผิวสีระดับบุกเบิก ซึ่งล้วนเป็นมิวส์ของเขาทั้งสิ้น
แม้ว่าเวลาผ่านมากว่า 50 ปีนับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์ แต่ Saint Laurent ยังคงสานต่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสาวๆ ที่มีสไตล์ โดย Anthony เองก็ได้ค้นพบแรงบันดาลใจจากผู้หญิงรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยสไตล์ที่น่าจับตามอง ซึ่งล่าสุดก็คือโรเซ่นั่นเอง
โรเซ่เมื่อครั้งอายุ 23 ปี ได้ปรากฏตัวในภาพถ่ายและวิดีโอแคมเปญใหม่ Autumn/Winter 2020 ของ Saint Laurent และได้รับการแต่งตั้งเป็น Global Brand Ambassador คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการในปีเดียวกัน ซึ่งจนถึงตอนนี้โรเซ่ยังคงดำรงตำแหน่งนี้เพียงคนเดียวของแบรนด์
สำหรับ Saint Laurent ในปัจจุบันยังเป็นแบรนด์ที่ครองตำแหน่งแบรนด์สุดฮอตประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ที่จัดอันดับโดยสื่อด้านธุรกิจแฟชั่นอย่าง Lyst อีกด้วย
มาต่อกันที่แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์สุดหรูอย่าง 'YSL Beauty' ที่ได้แต่งตั้งให้โรเซ่เป็น Global Ambassador คนใหม่ของแบรนด์เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา ด้วยภาพลักษณ์ความสง่างามที่ดูเป็นธรรมชาติและความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่น ทำให้เธอกลายเป็นตัวแทนของหนึ่งในแบรนด์บิวตี้ที่หรูหราและทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
“ความงามสำหรับฉันคือวิธีในการแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง มันคือการแสดงให้โลกเห็นว่าคุณเป็นใครโดยปราศจากความลังเล ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ YSL Beauty ยึดถือมาโดยตลอด ฉันตื่นเต้นมากค่ะที่ได้ร่วมเดินทางไปกับครอบครัว YSL Beauty ในครั้งนี้” โรเซ่กล่าว
ความร่วมมือของโรเซ่และ YSL Beauty ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเป็นพรีเซนเตอร์ทั่วไป แต่เป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า โรเซ่คือตัวแทนของจิตวิญญาณที่กล้าหาญและทันสมัยซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ เธอจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในการสะท้อนวิสัยทัศน์ความงามของผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยพลัง
“โรเซ่เป็นตัวแทนของทุกสิ่งที่ YSL Beauty ยึดถือ ทั้งความมั่นใจ ความกล้า และความร่วมสมัย อิทธิพลระดับโลกและบุคลิกที่โดดเด่นของเธอสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราอย่างไร้ที่ติ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ไปพร้อมกับเธอ” Stephan Bezy ผู้จัดการทั่วไประหว่างประเทศของ YSL Beauty กล่าว
การก้าวเข้าสู่โลกของเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จถล่มทลายของอัลบั้มเดี่ยวของเธอที่ชื่อว่า “rosie” ซึ่งตอกย้ำตำแหน่งศิลปินแถวหน้าของโลก และพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านรวมถึงอิทธิพลที่เธอมีต่อแฟนๆ ทั่วโลก
ในฝั่งของเครื่องประดับก็ไม่น้อยหน้าเพราะในปี 2021 'Tiffany & Co.' ก็ได้แต่งตั้งให้โรเซ่เป็น Brand Ambassador คนใหม่ของแบรนด์พร้อมทั้งบอกว่าเธอคือหนึ่งในผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในวงการดนตรีและแฟชั่น
โดยแคมเปญแรกที่เธอร่วมงานด้วยก็คือ แคมเปญดิจิทัล Tiffany HardWear ปี 2021 ซึ่งโรเซ่ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความมั่นใจ ผ่านการสวมใส่เครื่องประดับได้เป็นอย่างดี
โดย Tiffany & Co. ระบุว่า การเลือกโรเซ่เป็นตัวแทนแคมเปญใหม่นี้มาจากบุคลิกที่โดดเด่นและอิทธิพลด้านสไตล์สมัยใหม่ของเธอ ซึ่งสะท้อนตัวตนและทัศนคติของคอลเลกชันได้อย่างชัดเจน
Tiffany & Co. แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีระดับหรูระดับโลกก่อตั้งขึ้นในมหานครนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1837 โดย Charles Lewis Tiffany สิ่งสำคัญของแบรนด์ก็คือการเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม การออกแบบที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม งานฝีมืออันประณีต และความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์
ปัจจุบันแบรนด์มีหน้าร้านมากกว่า 300 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานมากกว่า 13,000 คน Tiffany & Co. พร้อมด้วยบริษัทในเครือ เป็นผู้ดำเนินการออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี นาฬิกา รวมถึงเครื่องประดับไลฟ์สไตล์สุดหรู
โดยมีช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญเกือบ 5,000 คน ทำหน้าที่เจียระไนเพชรและรังสรรค์เครื่องประดับภายในเวิร์กชอปของบริษัทเอง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพอันเหนือระดับตามคำมั่นสัญญาของแบรนด์ แถมแบรนด์ยังอยู่ภายใต้อาณาจักรแบรนด์ระดับโลกอย่าง LVMH อีกด้วย
ส่วนหนึ่งจากรายงานจาก CNBC ระบุว่า หลังจากโรเซ่ร่วมงานกับ Tiffany & Co. ในฐานะตัวแทนของไลน์ Tiffany HardWear ยอดขายเครื่องประดับลักชัวรีไลน์นี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเวลาเพียงหนึ่งปี (2021–2022)
อีกแบรนด์หนึ่งที่อยู่ภายใต้อาณาจักร LVMH ก็คือ 'Rimowa' แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องกระเป๋าเดินทางเรียบหรูแต่ยังคงมีความเป็นแฟชั่น โดยแต่งตั้งให้โรเซ่เป็น Global Ambassador เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา
โดยมีการประกาศแต่งตั้งเพียงหนึ่งวันหลังจากเธอปรากฏตัวในแคมเปญโฆษณาระดับโลกของแบรนด์ ร่วมกับนักแข่งแชมป์โลก Formula 1 อย่าง Lewis Hamilton และนักฟุตบอลระดับโลก Kylian Mbappé
การที่โรเซ่มารับตำแหน่งนี้ของ Rimowa แสดงให้เห็นว่าเธอได้รับความไว้วางใจจากเครือ LVMH และตระกูล Arnault เจ้าของอาณาจักรเป็นอย่างมาก เพราะแบรนด์เคยอยู่ภายใต้การบริหารของ Alexandre Arnault ตั้งแต่ปี 2017–2021 ก่อนที่เขาจะย้ายไปดูแลด้านสินค้าและการสื่อสารที่ Tiffany & Co.
นอกจากนี้ยังเรียกได้ว่า Rimowa เป็นแบรนด์ลูกรักของเขา เพราะเขาใช้เวลาหลายปีในการโน้มน้าวให้บริษัทผู้ก่อตั้งของครอบครัวขายหุ้น 80% ให้กับ LVMH ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความหลงใหลในผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทางของแบรนด์นี้ของ Alexandre
แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เป็นซีอีโอของ Rimowa แล้ว แต่ Alexandre ที่มองเห็นอิทธิพลของโรเซ่ต่อ Tiffany & Co. อย่างชัดเจน ก็น่าจะเป็นผู้แนะนำให้โรเซ่มารับบทพรีเซนเตอร์โฆษณาของ Rimowa
สำหรับ Rimowa ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 โดยPaul Morszeck เริ่มต้นเปิดเวิร์กชอปเล็กๆ ในเมืองโคโลญจน์ เยอรมนี ซึ่งในตอนแรกเป็นบริษัททำอานม้า ก่อนจะขยายมาทำกระเป๋าเดินทางสั่งตัดที่ทำจากไม้และกระดาษแข็งหุ้มหนัง เน้นความทนทานเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าที่เริ่มเดินทางข้ามประเทศมากขึ้น
หลังจากนั้น Rimowa ก็พัฒนาสินค้าของแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นใช้วัสดุที่ทนทานและมีรูปลักษณ์เรียบง่ายแต่คงความทันสมัยอยู่เสมอ ล่าสุดในปี 2022 ก็ได้ประกาศนโยบาย 'Lifetime Guarantee' หรือ รับประกันตลอดอายุการใช้งาน สำหรับกระเป๋าเดินทางทุกใบ เพื่อย้ำจุดยืนเรื่องความทนทานและการเป็นเพื่อนร่วมทางที่ยาวนาน
อีกหนึ่งแบรนด์ที่แต่งตั้งให้โรเซ่เป็น Global Brand Ambassador ก็คือ Puma แบรนด์สปอร์ตแวร์สัญชาติเยอรมัน โดยได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการในปี 2024 และได้ออกคอลเลกชันร่วมกันกับแบรนด์นั่นก็คือ PUMA x ROSÉ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเอง ผสมผสานเครื่องแต่งกายสไตล์สตรีทแบบคลาสสิกเข้ากับความสง่างามสไตล์คันทรีคลับ ซึ่งมีทั้ง รองเท้า เสื้อผ้า และกระเป๋า
ด้าน María Valdés ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของพูม่ากล่าวว่า อิทธิพลที่โดดเด่นของโรเซ่ในด้านดนตรี แฟชั่น และวัฒนธรรม ถือเป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่ง เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ร่วมกับเธอ ซึ่งเธอจะมีบทบาทที่หลากหลาย
Puma เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน อยู่ที่อันดับ 3 ของ 10 อันดับบริษัทและแบรนด์ชุดกีฬาชั้นนำในปี 2025 ตามข้อมูลของ Just Style โดดเด่นด้านเอกลักษณ์การออกแบบที่มีความแข็งแกร่งและนวัตกรรมด้านชุดกีฬา ซึ่งมีมูลค่าตลาด 3,950,000,000 ดอลลาร์
โดย Puma นั้น ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดย Rudolf Dassler ที่เยอรมนี โดยการแยกตัวออกมาจากโรงงานผลิตรองเท้า Dassler Brothers (เจ้าของ Adidas)
ซึ่งในช่วงแรกหลังจากเปิดตัวแบรนด์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากการผลิตรองเท้าฟุตบอล ก่อนจะตามมาด้วยรองเท้าวิ่ง ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดสิ่งทอในปี 1968 เพื่อตอบสนองความต้องการของนักกีฬาแขนงต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นแบรนด์สปอร์ตแวร์ระดับโลกในปัจจุบัน
แบรนด์ล่าสุดที่แต่งตั้งให้โรเซ่เป็น Brand Ambassador ก็คือ แบรนด์เสื้อผ้าจากอเมริกาผู้ให้กำเนิดยีนส์ตัวแรกของโลก 'Levi’s' โดยโรเซ่เปิดตัวกับแคมเปญ 'Behind Every Original' ที่เปิดตัวครั้งแรกระหว่างการแข่งขัน Super Bowl ครั้งล่าสุดเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่สนาม Levi's Stadium
สำหรับ Levi’s นั้นมีจุดเริ่มต้นในปี 1853 โดย Levi Strauss ผู้อพยพจากแคว้นบาวาเรีย ได้เปิดบริษัทจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ซานฟรานซิสโก ท่ามกลางช่วงตื่นทองครั้งใหญ่ของแคลิฟอร์เนีย ระหว่างที่เขาทำงาน เขามองเห็นความต้องการของแรงงานนั่นคือเสื้อผ้าที่ทนทานต่อทุกสภาพงาน เขาและช่างตัดเสื้อ Jacob Davis จึงเสริมหมุดทองแดงเข้ากับผ้าเดนิมที่แข็งแรง จนนำไปสู่การผลิตกางเกงเอี๊ยมเอวเชิงอุตสาหกรรมตัวแรกในปี 1873 ซึ่งปัจจุบันเรารู้จักกันในชื่อว่า 'บลูยีนส์'
จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเสื้อผ้าสำหรับแรงงานอเมริกัน บลูยีนส์ได้กลายเป็นยูนิฟอร์มแห่งความก้าวหน้า ถูกสวมใส่โดยคนงานเหมือง คาวบอย กลุ่มหัวขบถ ร็อกสตาร์ ประธานาธิบดี ตลอดจนผู้คนทั่วไป เสื้อผ้าที่ใช้งานได้จริงเหล่านี้ไม่ใช่แค่ชุดทำงาน แต่เป็นชุดที่ผู้คนใช้ดำเนินชีวิตด้วยเช่นกัน
ปัจจุบัน Levi Strauss & Co. เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้นำระดับโลกด้านยีนส์ มีหน้าร้านประมาณ 500 แห่งทั่วโลก และจำหน่ายสินค้าในมากกว่า 100 ประเทศ ส่วนแบรนด์ Levi’s® เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวของบริษัทเท่านั้น บริษัทยังเป็นเจ้าของแบรนด์อื่นๆ อีกด้วย ได้แก่ Dockers, Signature by Levi Strauss & Co., Denizen และ Beyond Yoga
เรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกได้ครอบคลุมทั้ง เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึงเครื่องสำอางและสกินแคร์ ถือว่าโรเซ่นั้นประสบความสำเร็จทั้งในด้านการเป็นศิลปินและในฐานะแฟชั่นไอคอนก็ว่าได้
ที่มา : British Vogue, Lyst, Hooks Magazine, Tiffany & Co., Bazaar Vietnam, Rimowa, Puma, Levi’s, Hypebae