ดราม่าฉากจูบบน Final walk เส้นบางๆ ของ Consent และ Queerbaiting ที่สังคมกำลังตั้งคำถาม

ดราม่าฉากจูบบน Final walk เส้นบางๆ ของ Consent และ Queerbaiting ที่สังคมกำลังตั้งคำถาม

ถอดรหัสรอยจูบ Final Walk เมื่อซีนไวรัลนำไปสู่การตั้งคำถามของสังคมเรื่อง Consent และ Queerbaiting บนเส้นบางๆ ของการแสดงและจริยธรรมสื่อที่วงการบันเทิง

SHORT CUT

  • เกิดประเด็นดราม่าจากฉากจูบนอกสคริปต์บนเวที Final Walk ของรายการ The Face Men Thailand ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงในวงกว้าง
  • สังคมตั้งคำถามถึงประเด็นความยินยอม (Consent) หลังมีการเปิดเผยว่าฉากดังกล่าวไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า ซึ่งท้าทายเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมืออาชีพและการเคารพขอบเขตส่วนบุคคล
  • เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่าย 'Queerbaiting' หรือการใช้ความสัมพันธ์ของเพศเดียวกันเป็นเครื่องมือทางการตลาดเพื่อสร้างกระแส โดยไม่ได้ตั้งใจผลักดันประเด็นของกลุ่ม LGBTQ+ อย่างแท้จริง

ถอดรหัสรอยจูบ Final Walk เมื่อซีนไวรัลนำไปสู่การตั้งคำถามของสังคมเรื่อง Consent และ Queerbaiting บนเส้นบางๆ ของการแสดงและจริยธรรมสื่อที่วงการบันเทิง

จบลงไปแล้วกับรายการแฟชั่นแห่งยุคอย่าง The Face Men Thailand Season 4 ที่ได้ผู้ชนะคือ ‘ปอม-กมลภพ’ จากทีมเมนเทอร์ ‘ออฟ จุมพล’ เป็นผู้คว้าชัยชนะไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงและได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก คือซีน ‘การแสดงออกนอกเหนือสคริปต์’ กลางเวทีในรอบ Final Walk ที่กลายเป็นไวรัลชั่วข้ามคืน

 

ภายหลังจากฉากนี้ถูกเผยแพร่ลงในโลกโซเชียล ก็นำมาสู่การตั้งคำถามที่น่าสนใจในแง่ของ 'Queerbaiting' และ 'Consent' กลายเป็นสิ่งที่สังคมวิพากวิจารณ์กันอย่างหนัก

แรงกดดันในวินาทีชี้ชะตา

หากเราลองมองผ่านเลนส์ของผู้เข้าแข่งขันที่ยืนอยู่บนรอบชิงชนะเลิศ ภายใต้แสงไฟและสายตานับหมื่นคู่ นี่คือช่วงเวลาที่จะชี้ชะตาเส้นทางในวงการบันเทิง ความกดดันและอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านอาจทำให้เกิด 'สัญชาตญาณการสร้างตัวตน' (Performer’s Instinct) ในฐานะนักแสดงที่ต้องการสร้างโมเมนต์ที่โลกต้องจดจำ

 

การตัดสินใจอิมโพรไวส์ (Improvise) หน้างานด้วยการเลือกใช้การแสดงที่ทรงพลัง อาจไม่ได้มาจากเจตนาร้าย แต่อาจเป็นเพียงพลังของอินเนอร์และการทุ่มสุดตัวในวินาทีสุดท้าย ซึ่งในโลกของรายการเรียลลิตี้ ความกล้าที่จะแหกกรอบมักเป็นสิ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นไหวพริบและสปิริตนักแสดงเสมอมา

'Queerbaiting' เมื่อความหลากหลายกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาด?

ปรากฏการณ์นี้ทิ้งร่องรอยของบทสนทนาที่น่าสนใจไว้บนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ชมยุคไม่ได้หยุดอยู่แค่การเสพโมเมนต์ความบันเทิง แต่เริ่มตั้งคำถามถึงทิศทางของอุตสาหกรรมผ่านคำว่า ‘Queerbaiting’ กลยุทธ์ทางสื่อที่นำเสนอภาพความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันเพื่อดึงดูดความสนใจ โดยที่เนื้อหาเหล่านั้นอาจไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเป็นกระบอกเสียงหรือผลักดันประเด็นของกลุ่ม LGBTQ+ 

 

เมื่อภาพการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แบบชาย-ชาย ปรากฏขึ้นบนเวทีประกวดกระแสหลักที่ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากการนำเสนอประเด็นความหลากหลาย สังคมจึงเริ่มเกิดคำถามว่า “เรากำลังอยู่ในจุดที่วงการบันเทิงพึ่งพาสูตรสำเร็จนี้มากเกินไปหรือไม่?” ภาพเคมีของความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย กลายเป็นทางลัดที่การันตีทั้งยอดวิวและพื้นที่บนโซเชียล สิ่งนี้ชวนให้เราต้องกลับมาทบทวนร่วมกันว่า กลไกของสื่อกำลังตีกรอบให้คนทำงานต้องหยิบเอาภาพแทนของความหลากหลายมาเป็นอาวุธในการแย่งชิงความสนใจเพียงอย่างเดียวใช่หรือไม่

 

Consent กับเส้นบางๆ ของคำว่า ‘มืออาชีพ’

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บทสนทนานี้หนักแน่นขึ้น คือคำสัมภาษณ์ของ ‘ปอม’ ที่ระบุว่าเหตุการณ์นี้ “ไม่ได้มีการเตรียมกันมาล่วงหน้า” ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามว่า ในโลกยุคใหม่ ‘ความเป็นมืออาชีพ’ ควรจะเดินไปพร้อมกับการเคารพขอบเขตของกันและกัน (Consent) อย่างไร?

 

ในปัจจุบัน ความเป็นมืออาชีพไม่ได้ถูกวัดแค่ความสามารถในการคุมสติหน้าสเตจ แต่รวมไปถึงการสร้างพื้นที่ทำงานที่เคารพขอบเขตส่วนบุคคล ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งสัญญาณถึงผู้ผลิตสื่อว่า การแสดงที่มีพลังไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัวของคนทำงาน และความสำเร็จของรายการไม่ควรถูกผูกติดอยู่กับ ‘ภาวะจำยอม’ ของนักแสดงเพียงเพื่อให้ได้ยอดเอนเกจเมนต์มาครอบครอง นี่คือบรรทัดฐานใหม่ที่ระบุว่าความสวยงามของโชว์ควรมาพร้อมกับความชัดเจนและความสบายใจของคนทำงานทุกฝ่าย

 

ท้ายที่สุด กรณีศึกษาบนเวที The Face Men ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการหาคนผิดหรือคนถูก เพราะทุกคนต่างทำหน้าที่ในมุมของตนเองอย่างสุดความสามารถ แต่นี่คือบทเรียนสำคัญที่อุตสาหกรรมสื่อไทยต้องนำกลับไปขบคิด ว่าเราจะสร้างสรรค์ผลงานอย่างไรให้ทรงพลัง โดยไม่ต้องล้ำเส้นขอบเขตของกันและกัน เพื่อให้สปอตไลต์บนเวทีส่องสว่างได้อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการให้เกียรติและเคารพความเป็นมนุษย์ของคนทำงานทุกคนอย่างแท้จริง

 

 

อ้างอิง

Attention Economy Theory: Thomas H. Davenport และ John C. Beck, / Queerbaiting Analysis / Professional Boundaries in Arts

 

related