
SHORT CUT
หมอยงเตือนคนไทยที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยเรื่องอาหารและน้ำดื่มให้สะอาด หรือฉีดวัคซีน
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงการระบาดของที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้โดยระบุว่า
คนไทยอายุต่ำกว่า 40 นั้น เสี่ยงเป็น โรคตับอักเสบเอ เนื่องจากไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอโดยธรรมชาติโดยภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นหลังอายุ 40 ปีขึ้นไปและอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะมีภูมิต้านทานแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี ตับอักเสบ เอ ในประเทศไทยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่มีการระบาดต่ำ (low endemicity)
การมีสุขอนามัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มและอาหาร เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ เรากินน้ำดื่มเป็นขวด ของใครของมัน และความสะอาดต่าง ๆ ทางด้านสุขอนามัยดีขึ้น ทำให้เราไม่เห็นการระบาดของโรค ตับอักเสบ เอ มานานแล้ว พบเป็นเพียงรายๆ
ในอดีตเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว มีการระบาดใหญ่หลายครั้ง ที่ระบาดใหญ่ที่สุดที่ผมได้เห็นคือการระบาดใหญ่ที่เชียงราย ในปี 2548 มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 2 คน ต่อมาระบาดใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปี 2555 ที่จังหวัดบึงกาฬ
เราได้ทำการศึกษาภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบ เอ ในประชากรไทย ดังแสดงในรูป จะเห็นว่าในปัจจุบันนี้ ประชากรไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอโดยธรรมชาติ และภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอ จะค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นหลังอายุ 40 ปีขึ้นไป และอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะมีภูมิต้านทานแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
โรคตับอักเสบเอ อาการที่เด่นชัดจะเป็นตัวเหลืองตาเหลือง หรือที่เรียกว่าดีซ่าน หรือไวรัสลงตับ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ในวันแรกแต่ไข้มักจะไม่สูง มีคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง บางรายอาจจะมีท้องเสียได้ อาการจะเป็นในวันแรกๆเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มเห็นตัวและตาเหลือง โรคนี้มีอัตราตายที่ค่อนข้างต่ำ ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีอายุเกิน 40 ปี และมีโรคตับอยู่ก่อนแล้ว หรือมีโรคประจำตัวที่มีร่างกายอ่อนแอ
ตับอักเสบเอ สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ปัจจุบันวัคซีน ยังราคาค่อนข้างแพง ยังไม่ได้อยู่ในภาคบังคับ การจะรับวัคซีนจึงต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเอง และเมื่อประชากรส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทาน เมื่อมีการหลุดรอดของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ เข้ามาในกลุ่มประชากร ก็อาจจะเกิดการระบาดได้
ในอดีตประเทศไทยมีการระบาดน้อยมาก จึงยังไม่ได้มีการจัดให้วัคซีนในกลุ่มประชากรไทยที่ไม่มีภูมิต้านทาน แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันโรค และสามารถอยู่ระยะยาวมาก วัคซีนจึงเป็นทางเลือก
การป้องกันในปัจจุบัน จึงมุ่งเน้น ในการดูแลเรื่องสุขอนามัย เรื่องความสะอาดของน้ำดื่มและอาหารที่รับประทาน การล้างมือให้สะอาด รวมทั้ง การควบคุมการระบาด อย่างรวดเร็วไม่ให้แพร่กระจายออกไป
ไวรัสตับอักเสบเอ คือเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน เป็นอาการบาดเจ็บของตับ เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆ และเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สามารถติดต่อกันได้จากการบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส หรือเกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ โดยไวรัสตับอักเสบเอมีระยะเวลาในการฟักตัวและแสดงอาการประมาณ 1 เดือน
แม้โดยปกติผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเอ มักจะเกิดอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงนัก แต่จะมีผู้ป่วย 1% ที่เกิดอาการผิดปกติรุนแรง อันตราย ได้แก่
นอกจากนี้ตัวไวรัสยังไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เกิดอาการอักเสบในอวัยวะอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น เส้นเลือดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น
เชื้อไวรัสตับอักเสบเอสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน แม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่มีนโยบายในการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอให้แก่ประชาชนทุกคน แต่ถ้าหากว่า เป็นกลุ่มคนที่ต้องทำงาน สัมผัส พบปะผู้คนจำนวนมากเป็นประจำ เช่น กลุ่มผู้ทำงานในสถานพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก รวมถึงผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ เช่นร้านอาหาร สถานที่ทำงานที่เกี่ยวกับน้ำดื่ม แนะนำให้ตรวจภูมิคุ้มกัน และฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
ที่มา : เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan