
SHORT CUT
สำรวจเส้นทาง ‘แทยง’ จากเสาหลัก NCT สู่การทลายกรอบเพื่อเป็นตัวเอง การกลับมาใน ‘WYLD’ คือการประกาศอิสรภาพและพิสูจน์ว่าเขาคือคนที่ตะโกนคำว่า NEO ได้ดังก้องที่สุด
หากพูดถึงคนที่นิยามความเป็น ‘NEO’ ในอุตสาหกรรม K-Pop ได้ชัดเจนที่สุด ชื่อของ ‘อี แทยง’ (Lee Taeyong) มักจะเป็นคำตอบแรกที่หลายคนนึกถึง
การเติบโตของแทยงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของไอดอลที่ประสบความสำเร็จ แต่คือภาพสะท้อนของการค้นหาตัวเองผ่านผลงานศิลปะ จากเด็กหนุ่มผู้แบกรับความคาดหวังในฐานะศูนย์กลางของระบบวงที่ซับซ้อนที่สุด สู่ชายหนุ่มที่ผ่านการเติบโตตามวัยและวิวัฒนาการทางดนตรี วันนี้เขากลับมาทวงพื้นที่ของตัวเองอีกครั้งในคัมแบคโซโล่อย่าง ‘WYLD’ ที่พกพาความมั่นใจ ดุดัน และประกาศถึงอิสรภาพที่แท้จริงโดยไร้ซึ่งความพยายามจะประนีประนอมกับกรอบเดิมๆ
เราชวนคุณย้อนรอยเส้นทาง สำรวจการเดินทางของ ‘แทยง’ ผู้ชายที่เปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นงานศิลปะ และเป็นคนที่ตะโกนคำว่า NEO ออกมาได้ดังก้องที่สุด
แบกรับจักรวาล NEO ในฐานะเสาหลัก
ย้อนกลับไปในวันแรกที่อุตสาหกรรมเพลงเกาหลีได้รู้จักกับระบบวงที่ไร้ขีดจำกัดเรื่องจำนวนสมาชิกอย่าง NCT คอนเซปต์นี้ถูกมองว่าทดลองและล้ำยุคมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้ตั้งตระหง่านและไปต่อได้ คือการมีแทยงยืนอยู่ตรงกลาง
ในฐานะลีดเดอร์ เซ็นเตอร์ และวิชวลหลัก เขาคือผู้ที่ต้องแบกรับ DNA ของค่ายไว้บนบ่า ท่าเต้นที่ซับซ้อน การแร็ปที่เฉียบคม และวิชวลที่สะดุดตา ทำให้แทยงกลายเป็น ‘ภาพจำ’ ของวง ไม่ว่า NCT จะขยายยูนิตออกไปกว้างใหญ่แค่ไหน เขาก็ยังคงเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนและนำพาวงไปข้างหน้าเสมอ เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบนั้น แลกมาด้วยแรงกดดันมหาศาลที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งต้องแบกรับไว้เป็นเวลานาน
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แทยงได้ก้าวออกมานำเสนอตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว แต่ละผลงานเหมือนจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ประกอบภาพตัวตนข้างในของเขาให้ผู้คนได้เห็น
‘SHALALA’ การเปิดประตูสู่โลกส่วนตัวที่เต็มไปด้วยสีสัน การเดบิวต์โซโล่ด้วยมินิอัลบั้ม SHALALA เปรียบเสมือนการเปิดใจให้โลกเข้าไปสำรวจความคิดของเขา เพลงไตเติลมาพร้อมกับจังหวะ Hip-Hop ผสมผสานกลิ่นอาย Y2K ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นทางดนตรี เนื้อเพลงที่เขาร่วมแต่งตั้งใจส่งข้อความเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า "พวกเราทุกคนล้วนเปล่งประกายในแบบของตัวเอง" ผลงานนี้คือการสาดความขี้เล่น นำเสนอแฟชั่นสไตล์ Avant-garde และเป็นการค่อยๆ ปลดล็อกกรอบความสมบูรณ์แบบที่เขาเคยแบกไว้
‘TAP’ ความผูกพันที่เติบโตและบทสนทนาแสนอบอุ่น ต่อมาในมินิอัลบั้มชุดที่ 2 TAP แทยงรับหน้าที่เขียนเนื้อเพลงเองทั้งหมด เพลงไตเติลมาพร้อมกับฮิปฮอปจังหวะกลางๆ ที่ฟังง่าย แฝงความขี้เล่น หยอกล้อ และมีความเป็นส่วนตัวสูง ท่าเต้นไม่ได้เน้นความดุดันจนเกินมนุษย์ แต่เน้น Groove ที่ดูสบายและมีเสน่ห์ อัลบั้มนี้เปรียบเสมือนจดหมายรักที่เขาสื่อสารกับแฟนๆ อย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่เขาจะต้องเว้นวรรคช่วงสั้นๆ เพื่อไปปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติ มันคือการทิ้งทวนภาพลักษณ์ของศิลปินที่ตกตะกอนแล้วไว้อย่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยความรัก
‘WYLD’ การกลับมาของความซื่อตรงและอิสรภาพ
หลังจากผ่านช่วงเวลาของการเข้ารับใช้ชาติ แทยงก็กลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนอีกครั้ง การเติบโตทั้งหมดถูกเฉลยออกมาในผลงานล่าสุดอย่าง ‘WYLD’
ผลงานชิ้นนี้ไม่ใช่แค่การทำเพลงเพื่อรักษากระแส แต่มันคือ การประกาศจุดยืนที่ซื่อตรงต่อตัวเอง แทยงในเวอร์ชันที่ผ่านโลกมามากขึ้น ไม่จำเป็นต้องซ่อนความเปราะบางหรือประนีประนอมกับสิ่งที่สังคมขีดเส้นให้อีกต่อไป
WYLD โดดเด่นด้วยดนตรีสไตล์ Industrial Hip-Hop ที่หนักแน่น เสียงเบสที่ชัดเจนผสานสะท้อนถึงความดิบและความกล้าหาญที่จะแตกต่าง เนื้อเพลงบอกเล่าถึงการลอกคราบ การสลัดทิ้งความคาดหวังที่เคยรัดรึง และการก้าวออกจากเซฟโซนเพื่อโอบกอดตัวตนในทุกมิติ
ในแง่ของวิชวลและเพอร์ฟอร์แมนซ์ แทยงเลือกที่จะทลายเส้นแบ่งทางเพศผ่านเสื้อผ้าที่ล้ำยุค ควบคู่ไปกับการออกแบบการเคลื่อนไหวร่างกายที่ทรงพลัง ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยการควบคุมสรีระที่แม่นยำ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูพริ้วไหวและเป็นอิสระอย่างที่สุด ทุกวินาทีในมิวสิกวิดีโอคือการยืนยันว่า เขาไม่เพียงแต่ทำให้คำว่า NEO มีชีวิต แต่มันได้หลอมรวมเป็นจิตวิญญาณ
การเดินทางของแทยงตั้งแต่วันแรกในญานะ SMROOKIE จนถึงคัมแบคในฐานะศิลปินเดีี่ยว ‘WYLD’ ในวันนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่การแสดงโชว์ที่ไร้ที่ติ แต่คือความกล้าที่จะโอบรับความไม่สมบูรณ์แบบ และพัฒนาตัวเองไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง