
SHORT CUT
ส่องมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากพิษสงครามตะวันออกกลาง ญี่ปุ่นเตรียมเสนอมาตรการลดภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มเหลือ 0% ขณะที่เวียดนามเตรียมปรับขึ้นเงินเดือนพื้นฐานครั้งใหญ่ให้แก่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกองทัพ
นับแต่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น หลายประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงาน โดยวิกฤตครั้งนี้ยังก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่งและการผลิต ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมเสนอร่างกฎหมาย 'ยกเลิกภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม' เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยระหว่างการอภิปรายผู้นำพรรคเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นแบบ 'ชั่วคราว 2 ปี'และเตรียมเร่งผลักดันทันที หลังคณะทำงานข้ามพรรคสรุปข้อเสนอช่วงก่อนฤดูร้อนนี้
เราต้องการปกป้องชีวิตและธุรกิจของประชาชน ในขณะเดียวกันก็ลดการออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงสามารถพยุงค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจให้อยู่รอดได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
การประกาศครั้งนี้ถูกจับตาอย่างมากเพราะญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพสูงเฉพาะราคาอาหารและสินค้าจำเป็น ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
สำนักข่าว www.vietnam.vn สื่อของเวียดนาม รายงานว่า รัฐบาลเวียดนามได้ออกพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่เพื่อดำเนินการปรับเพิ่มเงินเดือนพื้นฐาน (Base Salary) สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกองทัพ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับรายได้ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือการปรับ "เงินเดือนพื้นฐาน" ขึ้นเป็น 2.53 ล้านดองต่อเดือน หรือประมาณ 3,542 บาท ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในสูตรคำนวณเงินเดือนข้าราชการพลเรือนคือ 'เงินเดือนพื้นฐาน x สัมประสิทธิ์เงินเดือน'
รัฐบาลเวียดนามยังได้อนุมัติการปรับเพิ่มเงินบำนาญ สวัสดิการประกันสังคม และเงินช่วยเหลือรายเดือนขึ้นอีก 8% สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 9 กลุ่ม ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ พนักงานพาร์ทไทม์ระดับท้องถิ่น และบุคลากรทางการทหารที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในสงคราม
โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีรายได้น้อยซึ่งเกษียณก่อนปี 1995 หากหลังปรับเพิ่ม 8% แล้วรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด รัฐบาลจะอัดฉีดเพิ่มให้เป็น 3.8 ล้านดองต่อเดือน (ประมาณ 5,320 บาท) เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ
รัฐบาลสิงคโปร์ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ มูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมช่วยเหลือทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ หวังรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในช่วงความไม่แน่นอน
มาตรการสำคัญประกอบด้วยการแจกเงินสดให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์ การให้คูปองน้ำมันสำหรับคนขับแท็กซี่ รถรับจ้าง และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถ รวมถึงการเพิ่มส่วนลดภาษีนิติบุคคลเป็น 50% จากเดิม 40% เพื่อช่วยลดต้นทุนและกระตุ้นภาคธุรกิจในช่วงที่ราคาพลังงานพุ่งสูง