การกลับมาของ ‘Ariana Grande’ ในรอบ 7 ปี! กับทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่

การกลับมาของ ‘Ariana Grande’ ในรอบ 7 ปี! กับทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่

การกลับมาของตัวแม่ในรอบ 7 ปี! ส่องเส้นทาง Ariana Grande จากบาดแผลลึกในใจสู่ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งใหม่ที่จะกลับมาสร้างแสงสว่างและฮีลใจแฟนเพลงอีกครั้ง

SHORT CUT

  • อะรีอานา กรานเด กลับมาจัดทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่ในรอบ 7 ปีอย่างเป็นทางการในชื่อ ‘The Eternal Sunshine Tour’
  • การเว้นช่วงทัวร์ไป 7 ปีมีสาเหตุจากการพักฟื้นสภาพจิตใจ การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Wicked และการให้เวลากับชีวิตส่วนตัว
  • คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการรวบรวมบทเพลงจากหลายอัลบั้มที่ยังไม่เคยจัดทัวร์มาก่อน เช่น Positions และ Eternal Sunshine

การกลับมาของตัวแม่ในรอบ 7 ปี! ส่องเส้นทาง Ariana Grande จากบาดแผลลึกในใจสู่ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งใหม่ที่จะกลับมาสร้างแสงสว่างและฮีลใจแฟนเพลงอีกครั้ง

ถ้าพูดถึงชื่อ Ariana Grande ภาพในหัวของทุกคนคงหนีไม่พ้นสาวน้อยมหัศจรรย์ ทำผมโพนี่เทลสูงที่มีเสียงทรงพลังและเพลงฮิตระดับพันล้านวิว ซึ่งแน่นอนว่าการมีเพลงดีๆ มากมายขนาดนี้ สิ่งที่เหล่าแฟนเพลง (Arianators) รอคอยและโหยหามากที่สุด จึงไม่ใช่แค่นั่งฟังเสียงเธอผ่านมอนิเตอร์ แต่คือการได้เห็นเธอโลดแล่นและเปล่งประกายอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตสด ๆ อีกครั้ง

และในที่สุด สิ้นสุดการรอคอย! เพราะอารีอานาได้จัดคอนเสิร์ตครั้งใหม่อย่างเป็นทางการแล้วกับ ‘The Eternal Sunshine Tour’ ซึ่งเปิดฉากค่ำคืนแรกไปอย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ณ Oakland Arena แคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางเสียงกรี๊ดฮอลล์แตกและความตื้นตันของแฟน ๆ ทั่วโลก

แต่ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงความปังของทัวร์นี้ รู้ไหมว่านี่คือการกลับมาทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 7 ปีเต็ม! 

หากย้อนกลับไป เส้นทางคอนเสิร์ตของอารีอานาเต็มไปด้วยความทรงจำที่ทั้งสวยงามและแฝงไปด้วยหยาดน้ำตา ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหญ่อย่าง Dangerous Woman Tour (2017) เกือบจะต้องกลายเป็นฝันร้ายตลอดกาลจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมก่อการร้ายที่แมนเชสเตอร์ ซึ่งสร้างบาดแผลทางจิตใจ (PTSD) ให้กับเธออย่างรุนแรงจนโชว์ต้องหยุดชะงักไป

แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งและพลังสนับสนุนจากแฟน ๆ อารีอานาเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ต่อความกลัว เธอเยียวยาตัวเองและทุกคนด้วยเสียงเพลง จนคลอดอัลบั้ม Sweetener (2018) ออกมาเพื่อเปลี่ยนเรื่องราวขม ๆ ในชีวิตให้หวานและมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยทัวร์ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายอย่าง Sweetener World Tour (2019) ซึ่งทำเงินไปกว่า 146 ล้านดอลลาร์ และนั่นคือทัวร์ระดับสเตเดียมครั้งล่าสุดที่แฟน ๆ ได้เห็นเธอโลดแล่นบนเวที

หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตครั้งใหญ่และตารางงานที่อัดแน่นจนร่างกายและจิตใจบอบช้ำ ประกอบกับช่วงที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤต COVID-19 แพลนอัลบั้ม Positions (2020) เลยต้องพับโปรเจกต์ทัวร์ไปโดยปริยาย แต่นั่นก็กลายเป็นช่วงเวลาพักหายใจที่ทำให้อาริได้กลับมาทบทวนตัวเองและก้าวเข้าสู่พาร์ตใหม่ของชีวิตที่เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือการได้รับเลือกให้รับบท ‘Glinda’ แม่มดฝ่ายดีในภาพยนตร์มิวสิคัลฟอร์มยักษ์เรื่อง Wicked ซึ่งการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้กินเวลายาวนานและต้องใช้พลังกาย พลังใจ รวมถึงการฝึกฝนเสียงร้องอย่างหนักหน่วงถึงสองภาคติดต่อกัน

นอกจากนี้ ในช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ชีวิตส่วนตัวของเธอยังผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งเรื่องความรัก การเติบโตในวัย 30 ปี และการโฟกัสกับแบรนด์เครื่องสำอาง REM Beauty ของตัวเอง ทำให้เธอเลือกที่จะพักการเดินสายทัวร์อันเหน็ดเหนื่อย เพื่อไปใช้ชีวิต เรียนรู้ และเติมเต็มไฟในจิตใจให้เต็มเปี่ยมอีกครั้ง

The Eternal Sunshine Tour มหากาพย์ความสว่างไสวที่แฟน ๆ รอคอย

การกลับมาในครั้งนี้ อารีอานาไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะทัวร์ The Eternal Sunshine Tour เป็นการควบรวมความปังของผลงานถึง 3 อัลบั้มที่ยังไม่เคยจัดทัวร์ใหญ่มาก่อน ได้แก่ Positions (2020), Let's Face It / Eternal Sunshine (2024) และแอบกระซิบว่ามีเพลงใหม่จากอัลบั้มล่าสุดอย่าง Petal (2026) มารวมอยู่ด้วย

จากการเปิดฉากโชว์แรก แฟนเพลงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุ้มค่ากับการรอคอย 7 ปีอย่างที่สุด

สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยและชาวเอเชีย แม้ว่าตารางทัวร์ที่ประกาศออกมาในปัจจุบัน (ปี 2026) จะยังมีเพียงแค่ฝั่งอเมริกาและยุโรปแต่ลึก ๆ แล้วทุกคนยังคงมีความหวังล้นปรี่! เพราะหากจำกันได้ ในปี 2017 เธอเคยมาสร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ชาวไทยแล้วใน Dangerous Woman Tour

การกลับมาจับไมค์ทัวร์คอนเสิร์ตของ Ariana Grande ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การกลับของศิลปินระดับโลก แต่มันคือแสงสว่างและความหวัง ของแฟนเพลงที่เติบโตและผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มาพร้อมกับเธอ มันพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าชีวิตจะเจอเรื่องราวที่แตกสลาย หรือต้องห่างหายไปนานแค่ไหน ตราบใดที่เสียงดนตรียังอยู่ เธอก็จะกลับมายืนหยัดแจกความสดใสและฮีลใจผู้คนได้เสมอ

อ้างอิง: Billboard และ teenvouge 

related