
SHORT CUT
IAA เผยมูลค่าสื่อ 'ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล' พุ่งทะยานทุบสถิติโลก โพสต์เดียวทำเงินกว่า 58 ล้านบาท สะท้อนพลัง Soft Power ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสู่ระดับสากล
วงการบันเทิงและอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกต้องจารึกประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง แพลตฟอร์มวิเคราะห์สถิติดิจิทัลชั้นนำ IAA ได้เปิดเผยผลประเมินมูลค่าสื่อ ล่าสุดปี 2026 ของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ LISA ซูเปอร์สตาร์สัญชาติไทยผู้ทรงอิทธิพลระดับโกลบอล
ในปัจจุบัน ลิซ่าสามารถสร้างรายได้จากพื้นที่โฆษณาบนอินสตาแกรมส่วนตัวทะลุ '58 ล้านบาทต่อการโพสต์ เพียง 1 ครั้ง' และทำรายได้อีกกว่า '27 ล้านบาทต่อการลงสตอรี่ เพียงครั้งเดียว'
ตัวเลขมหาศาลนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำฐานะศิลปิน K-Pop และ Global Icon ที่มีค่าตัวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสูงที่สุดในโลก แต่ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของ Personal Brand ที่ทรงพลังของ LISA
ความน่าสนใจของปรากฏการณ์นี้คือ แบรนด์ลักชัวรีระดับท็อปของโลก อาทิ Louis Vuitton และ Bulgari รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ได้มองพื้นที่บนโซเชียลมีเดียของเธอเป็นเพียงแค่ 'ป้ายโฆษณา' แต่เป็นการลงทุนใน 'อิทธิพลทางวัฒนธรรม' ที่สามารถเปลี่ยนกระแสความสนใจ ให้กลายมาเป็นยอดขายและมูลค่าหุ้นทางการตลาดได้ในชั่วข้ามคืน
ในวงการแฟชั่น สถานะของลิซ่าได้รับการยกระดับไปอีกขั้น เธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดงานของงาน Met Gala 2026 พร้อมสวมชุดจาก Louis Vuitton ในฐานะ House Ambassador สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า 'เธอคือหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก'
ปีนี้ ลิซ่าได้สร้างเสียงฮือฮาด้วยการรับตำแหน่ง Global Ambassador คนแรกของโปรเจกต์ร่วมทุน NikeSKIMS ทันทีที่ลิซ่าเปิดตัว ยอดการค้นหาสินค้ารุ่น Pink Foam ของ NikeSKIMS พุ่งสูงขึ้นถึง 400% ภายใน 24 ชั่วโมง
พลัง 'Soft Power ไทย' ที่ทั่วโลก 'ยอมรับ'
สิ่งที่ทำให้ 'ลิซ่า' แตกต่างจากศิลปินระดับโลกคนอื่นๆ คือการที่เธอทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทย ให้เฉิดฉายสู่ระดับสากลอย่างมีกลยุทธ์ ทุกครั้งที่เธอหยิบจับหรือนำเสนอวัฒนธรรมไทย
ล่าสุดยังได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแคมเปญ Amazing Thailand เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และคาดว่าแคมเปญของลิซ่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้โดยตรงถึง 8-16 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ การก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็น 'ศิลปินไอดอล' สู่การเป็นผู้บริหารค่ายเพลงของตัวเองในนาม LLOUD ที่ทำให้เธอมีสิทธิ์ในผลงานอย่างเต็มตัว ควบคู่ไปกับการขยายไลน์สู่การเป็นนักแสดงฮอลลีวูดในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ The White Lotus ซีซัน 3 ของช่อง HBO
ลิซ่ายังซุ่มถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Tygo (ภาคแยกของภาพยนตร์แอ็กชัน Extraction ที่ถ่ายทำในเกาหลีใต้) และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้สไตล์ Notting Hill ร่วมกับ David Bernad โปรดิวเซอร์ของเรื่อง ซึ่งมองเห็นเสน่ห์ของเธอในฐานะซูเปอร์สตาร์ที่อยากใช้ชีวิตปกติ
โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันยกย่องเธอว่าเป็นประดุจ 'เจ้าหญิงไดอาน่าแห่งประเทศไทย' ด้วยระดับความโด่งดังที่ทำให้คน 500 คนในคลับต้องหยุดมอง แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับมีความอ่อนน้อม ถ่อมตน และกระหายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
ความน่าสนใจของลิซ่าไม่ได้อยู่ที่ยอดผู้ติดตาม 105 ล้านคนบนอินสตาแกรม หรือมูลค่าสื่อที่พุ่งทะยานหลักหลายสิบล้านบาทต่อโพสต์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ 'วิสัยทัศน์และความกล้า'
การก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนของวงการ K-Pop มาเปิดบริษัท LLOUD, โลกการแสดงฮอลลีวูด, และการทำงานเพลงที่สะท้อนความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงโปรดักต์จากอุตสาหกรรมบันเทิง แต่เป็น 'แบรนด์ระดับโกลบอล' ที่ทรงพลังและมีชีวิตจิตใจ
'ลิซ่า' ลลิษา มโนบาล กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ศิลปินเอเชีย และพิสูจน์ให้คนทั่วโลกเห็นว่า 'ยุคทองของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น'
ที่มา : HopperHQ, Vanity Fair