'ลิซ่า' ทุบสถิติโลก มูลค่าสื่อพุ่ง แค่โพสต์ IG มูลค่า '58 ล้านบาท'

'ลิซ่า' ทุบสถิติโลก มูลค่าสื่อพุ่ง แค่โพสต์ IG มูลค่า '58 ล้านบาท'

IAA เผยมูลค่าสื่อ 'ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล' พุ่งทะยานทุบสถิติโลก โพสต์เดียวทำเงินกว่า 58 ล้านบาท สะท้อนพลัง Soft Power ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสู่ระดับสากล

SHORT CUT

  • การประเมินของ IAA เผยเรตราคาพื้นที่โซเชียลมีเดียของ LISA ที่สูงถึง 58 ล้านบาทต่อโพสต์ และ 27 ล้านบาทต่อสตอรี่ ครองแชมป์ไอคอนผู้ทรงอิทธิพลที่มีมูลค่าทางการตลาดดิจิทัลสูงที่สุดในอุตสาหกรรม
  • ลิซ่า ก้าวข้ามจากศิลปิน K-Pop สู่ 'Global Icon' ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิต อาหาร และการท่องเที่ยวหรือไลฟ์สไตล์ให้กลายเป็นกระแสที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับโลกได้ในชั่วข้ามคืน
  • จากการบริหารค่ายเพลง LLOUD ด้วยตัวเอง ไปจนถึงการเดบิวต์ในฐานะนักแสดงฮอลลีวูด สะท้อนให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาวที่ดันให้เธอกลายเป็นศิลปินระดับแถวหน้าของโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

IAA เผยมูลค่าสื่อ 'ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล' พุ่งทะยานทุบสถิติโลก โพสต์เดียวทำเงินกว่า 58 ล้านบาท สะท้อนพลัง Soft Power ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสู่ระดับสากล

วงการบันเทิงและอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกต้องจารึกประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง แพลตฟอร์มวิเคราะห์สถิติดิจิทัลชั้นนำ IAA ได้เปิดเผยผลประเมินมูลค่าสื่อ ล่าสุดปี 2026 ของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ LISA ซูเปอร์สตาร์สัญชาติไทยผู้ทรงอิทธิพลระดับโกลบอล 

ในปัจจุบัน ลิซ่าสามารถสร้างรายได้จากพื้นที่โฆษณาบนอินสตาแกรมส่วนตัวทะลุ '58 ล้านบาทต่อการโพสต์ เพียง 1 ครั้ง' และทำรายได้อีกกว่า '27 ล้านบาทต่อการลงสตอรี่ เพียงครั้งเดียว'

ตัวเลขมหาศาลนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำฐานะศิลปิน K-Pop และ Global Icon ที่มีค่าตัวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสูงที่สุดในโลก แต่ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของ Personal Brand ที่ทรงพลังของ LISA

CREDIT : Vanity Fair / lalalalisa_m

ความน่าสนใจของปรากฏการณ์นี้คือ แบรนด์ลักชัวรีระดับท็อปของโลก อาทิ Louis Vuitton และ Bulgari รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ได้มองพื้นที่บนโซเชียลมีเดียของเธอเป็นเพียงแค่ 'ป้ายโฆษณา' แต่เป็นการลงทุนใน 'อิทธิพลทางวัฒนธรรม' ที่สามารถเปลี่ยนกระแสความสนใจ ให้กลายมาเป็นยอดขายและมูลค่าหุ้นทางการตลาดได้ในชั่วข้ามคืน

ในวงการแฟชั่น สถานะของลิซ่าได้รับการยกระดับไปอีกขั้น เธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดงานของงาน Met Gala 2026 พร้อมสวมชุดจาก Louis Vuitton ในฐานะ House Ambassador สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า 'เธอคือหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก'

ปีนี้ ลิซ่าได้สร้างเสียงฮือฮาด้วยการรับตำแหน่ง Global Ambassador คนแรกของโปรเจกต์ร่วมทุน NikeSKIMS ทันทีที่ลิซ่าเปิดตัว ยอดการค้นหาสินค้ารุ่น Pink Foam ของ NikeSKIMS พุ่งสูงขึ้นถึง 400% ภายใน 24 ชั่วโมง

 

พลัง 'Soft Power ไทย' ที่ทั่วโลก 'ยอมรับ'

สิ่งที่ทำให้ 'ลิซ่า' แตกต่างจากศิลปินระดับโลกคนอื่นๆ คือการที่เธอทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทย ให้เฉิดฉายสู่ระดับสากลอย่างมีกลยุทธ์ ทุกครั้งที่เธอหยิบจับหรือนำเสนอวัฒนธรรมไทย

ล่าสุดยังได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแคมเปญ Amazing Thailand เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และคาดว่าแคมเปญของลิซ่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้โดยตรงถึง 8-16 พันล้านดอลลาร์ 

นอกจากนี้ การก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็น 'ศิลปินไอดอล' สู่การเป็นผู้บริหารค่ายเพลงของตัวเองในนาม LLOUD ที่ทำให้เธอมีสิทธิ์ในผลงานอย่างเต็มตัว ควบคู่ไปกับการขยายไลน์สู่การเป็นนักแสดงฮอลลีวูดในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ The White Lotus ซีซัน 3 ของช่อง HBO

ลิซ่ายังซุ่มถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Tygo (ภาคแยกของภาพยนตร์แอ็กชัน Extraction ที่ถ่ายทำในเกาหลีใต้) และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้สไตล์ Notting Hill ร่วมกับ David Bernad โปรดิวเซอร์ของเรื่อง ซึ่งมองเห็นเสน่ห์ของเธอในฐานะซูเปอร์สตาร์ที่อยากใช้ชีวิตปกติ

โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันยกย่องเธอว่าเป็นประดุจ 'เจ้าหญิงไดอาน่าแห่งประเทศไทย' ด้วยระดับความโด่งดังที่ทำให้คน 500 คนในคลับต้องหยุดมอง แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับมีความอ่อนน้อม ถ่อมตน และกระหายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

ความน่าสนใจของลิซ่าไม่ได้อยู่ที่ยอดผู้ติดตาม 105 ล้านคนบนอินสตาแกรม หรือมูลค่าสื่อที่พุ่งทะยานหลักหลายสิบล้านบาทต่อโพสต์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ 'วิสัยทัศน์และความกล้า'

การก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนของวงการ K-Pop มาเปิดบริษัท LLOUD, โลกการแสดงฮอลลีวูด, และการทำงานเพลงที่สะท้อนความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงโปรดักต์จากอุตสาหกรรมบันเทิง แต่เป็น 'แบรนด์ระดับโกลบอล' ที่ทรงพลังและมีชีวิตจิตใจ

'ลิซ่า' ลลิษา มโนบาล กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ศิลปินเอเชีย และพิสูจน์ให้คนทั่วโลกเห็นว่า 'ยุคทองของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น'

ที่มา : HopperHQVanity Fair

related