ลิซ่า BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์ คนไทยคนแรกได้ โชว์เปิดฟุตบอลโลก 2026

ลิซ่า BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์ คนไทยคนแรกได้ โชว์เปิดฟุตบอลโลก 2026

ประวัติศาสตร์คนไทยคนแรกไปเล่นพิธีเปิดบอลโลก ! ลิซ่า BLACKPINK ขึ้นแท่นศิลปินไทยคนแรก ที่กำลังจะได้โชว์เปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ และน่าจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์สะเทือนเวทีโลก Kpop รวมถึงจักรวาลฟุตบอลโลกให้มาเจอกันอีกด้วย

มิติใหม่แห่งการเปิดสนาม 3 ชาติ 


FIFA หรือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกด้วยการจัดพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่ถึง 3 แห่ง ในนัดแรกของชาติเจ้าภาพ ทั้งเม็กซิโก (11 มิ.ย.) แคนาดา และสหรัฐอเมริกา (12 มิ.ย.) โดยจานนี อินฟานติโน ประธาน FIFA เคยบอกไว้ ว่านี่คือการสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเน้นย้ำถึงพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน

 ลิซ่า BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์ คนไทยคนแรกได้ โชว์เปิดฟุตบอลโลก 2026 Credit ภาพ AFP

กองทัพศิลปินระดับโลกเตรียมกระหึ่ม

นอกจาก "ลิซ่า" (LISA) ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยวัย 29 ปี ที่เตรียมขึ้นโชว์สเต็ปเต้นและร้องที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิตและเคี่ยวกรำอย่างหนัก ที่ โซไฟ สเตเดียม นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกาแล้ว เวทีนี้ยังอัดแน่นไปด้วยศิลปินระดับ A-List อย่าง Katy Perry, Future, Michael Bublé, Tyla, J Balvin และอีกมากมาย ที่จะกระจายตัวมอบความบันเทิงระดับโลกในแต่ละสนาม โดยพิธีจะเริ่มขึ้น 90 นาทีก่อนเขี่ยลูก Kickoff เริ่มเกม

ฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ และนัดชิงสุดอลังการ

ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 นี้ ยังไม่ได้มีดีแค่กีฬา แต่ยังสอดแทรกวาระสำคัญระดับชาติ โดยในวันที่ 4 กรกฎาคม จะมีการจัดงานรำลึกวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ (America 250) ก่อนเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ฟิลาเดลเฟียและฮิวสตัน นอกจากนี้ FIFA ยังเก็บงำเซอร์ไพรส์ใหญ่ สำหรับโชว์ช่วงพักครึ่งในนัดชิงชนะเลิศวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ยังคงเป็นความลับ

 ลิซ่า BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์ คนไทยคนแรกได้ โชว์เปิดฟุตบอลโลก 2026 Credit ภาพ AFP


 

 เจาะฐานคนรุ่นใหม่ด้วยพลัง K-POP 


การดึง LISA มาร่วมโชว์บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การมอบความบันเทิง แต่สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ FIFA ที่ต้องการขยายฐานแฟนคลับฟุตบอลเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และตลาดเอเชียให้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำอิทธิพล Soft Power ของศิลปิน K-POP ที่ทรงพลังและสามารถขับเคลื่อนกระแสโลกได้อย่างแท้จริงในโลกทุกวันนี้

ที่มา :  nytimes

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related