'XLOV' ไอดอล Genderless วงแรกของ Kpop ที่ทลายกรอบเรื่องเพศสภาพ

'XLOV' ไอดอล Genderless วงแรกของ Kpop ที่ทลายกรอบเรื่องเพศสภาพ

ทำความรู้จัก XLOV บอยกรุ๊ป 'ไร้เพศ' วงแรกแห่ง K-pop ผู้ท้าทายขนบสังคมเกาหลีใต้ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันแต่พวกเขาพร้อมเปลี่ยนบาดแผลเป็นพลัง เพื่อยืนหยัดในความหลากหลายและสิทธิที่จะเป็นตัวเอง

SHORT CUT

  • XLOV คือบอยกรุ๊ปวงแรกในประวัติศาสตร์ K-pop ที่เปิดตัวด้วยคอนเซปต์ ‘ไร้เพศ’ (Genderless) เพื่อทลายกรอบจำกัดทางเพศสภาพของวงการไอดอล
  • การแสดงออกถึงความเป็น ‘ไร้เพศ’ ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่ฝังลึกในตัวตนของสมาชิกที่เคยถูกปฏิเสธจากค่ายอื่นเพราะแสดงความเป็นตัวเอง และยังประกาศให้แฟนคลับสามารถใช้สรรพนามใดก็ได้ (Any pronouns) กับพวกเขา
  • แม้จะประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ แต่กลับต้องเผชิญกับการเซนเซอร์และแรงต้านทานในสังคมอนุรักษนิยมของเกาหลีใต้ เช่น การถูกแบนเพลง และการที่ค่ายสั่งห้ามนำธง Pride เข้าคอนเสิร์ต

ทำความรู้จัก XLOV บอยกรุ๊ป 'ไร้เพศ' วงแรกแห่ง K-pop ผู้ท้าทายขนบสังคมเกาหลีใต้ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันแต่พวกเขาพร้อมเปลี่ยนบาดแผลเป็นพลัง เพื่อยืนหยัดในความหลากหลายและสิทธิที่จะเป็นตัวเอง

หากพูดถึงอุตสาหกรรม K-pop หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพจำของ ‘บอยกรุ๊ป’ ที่ต้องดูแข็งแรงดุดัน หรือ ‘เกิร์ลกรุ๊ป’ ที่ต้องดูสวยหวาน แต่วันนี้กำแพงเหล่านั้นกำลังถูกทลายลงด้วยการมาถึงของ XLOV (엑스러브) บอยกรุ๊ปน้องใหม่จากค่าย 257 Entertainment ที่เพิ่งเดบิวต์ไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2025 วงนี้ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน 4 สัญชาติ ได้แก่ อูมู่ถี (Wumuti) โปรดิวเซอร์และหัวหน้าวงชาวอุยกูร์, รุ่ย (Rui) ศิลปินเต้นตัวท็อปชาวไต้หวัน, ฮยอน (Hyun) เมนโวคอลชาวเกาหลีใต้ และ ฮารุ (Haru) น้องเล็กชาวญี่ปุ่น

'XLOV' ไอดอล Genderless วงแรกของ Kpop ที่ทลายกรอบเรื่องเพศสภาพ

สิ่งที่ทำให้ XLOV กลายเป็นที่จับตามองในระดับโลก ไม่ใช่แค่ความสามารถ แต่คือการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าพวกเขามาพร้อมกับ คอนเซปต์ ‘ไร้เพศ’ (Genderless) ซึ่งถือเป็นวงแรกในประวัติศาสตร์ K-pop

 

สรรพนามที่เปิดกว้างและบาดแผลจากกรอบสังคม

การนิยามความไร้เพศของ XLOV ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด หรือภาพบนเวทีที่พวกเขาสวมใส่กระโปรง ทำเล็บ และผสมผสานท่าเต้นสไตล์ Voguing เท่านั้น แต่สิ่งนี้ฝังรากลึกอยู่ในตัวตนของสมาชิกทุกคน พวกเขาได้ประกาศอย่างชัดเจนต่อแฟนคลับว่า สมาชิกทุกคนเปิดรับและสามารถใช้ ‘สรรพนามใดก็ได้’ (Any pronouns)

'XLOV' ไอดอล Genderless วงแรกของ Kpop ที่ทลายกรอบเรื่องเพศสภาพ

เบื้องหลังการรวมตัวของวงเกิดจากบาดแผลร่วมกัน อูมู่ถี หัวหน้าวงได้ชักชวนเพื่อนๆ เข้ามาทำวงนี้ เพราะในอดีตพวกเขาเคยถูกปฏิเสธจากค่ายต่างๆ เพียงเพราะ ‘ออกสาว’ และแสดงความเป็นตัวเองอย่างชัดเจนเกินไป ในรายการทอล์กโชว์ Hong Seokcheon's You.Ik.HAM (ดำเนินรายการโดย ฮงซอกชอน บุคคลแรกๆ ในวงการบันเทิงเกาหลีที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์) อูมู่ถี ได้เปิดใจถึงความอึดอัดที่เขาต้องเผชิญในวัยเด็ก รวมถึงความคับข้องใจในช่วงที่เป็นเด็กฝึกหัด ซึ่งเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ทางเพศที่เข้มงวดและการถูกกดทับทางศิลปะ การก่อตั้งวง XLOV จึงเปรียบเสมือนการปลดแอกตัวเองและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขาได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

ความสำเร็จผ่านดนตรีที่ไร้พรมแดน

ภาพจำของ XLOV คือความกล้าหาญในการหลอมรวมความเป็นชายและหญิงเข้าด้วยกันอย่างลงตัวบนเวที พวกเขาสวมใส่กระโปรงทับกางเกง ทำเล็บ แต่งหน้า และผสมผสานท่าเต้นสไตล์ Voguing และ Waacking จากวัฒนธรรม Ballroom ของกลุ่มเควียร์ (Queer) เข้าไปในการแสดง โดยสมาชิกในวงมีส่วนร่วมอย่างมากในการกำหนดทิศทางของผลงานตัวเอง ทั้งการทำเพลงและการวางคอนเซปต์

'XLOV' ไอดอล Genderless วงแรกของ Kpop ที่ทลายกรอบเรื่องเพศสภาพ

ความแปลกใหม่และความจริงใจนี้ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมียอดผู้ฟังรายเดือนบน Spotify ทะลุ 2 ล้านคน และการทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปหลายประเทศก็ขายบัตรหมดเกลี้ยง ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2025 พวกเขาได้ปล่อยมินิอัลบั้มที่มีชื่อว่า ‘UXLXVE’ (เล่นคำจาก UNLOVE เพื่อสื่อถึงการเปลี่ยนพลังงานลบเป็นบวก) ที่มีเพลงฮิตอย่าง ‘Rizz’, ‘Biii:-p’ และ ‘Kiss and Say Goodbye’

 

แรงเสียดทานจากการเซนเซอร์และ 'กฎห้ามชูธง'

แม้จะได้รับความนิยมในระดับสากล แต่เส้นทางของ XLOV ในประเทศบ้านเกิดที่ยังคงมีความอนุรักษนิยมสูงอย่างเกาหลีใต้กลับเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน เพลงไตเติลอย่าง ‘Rizz’ ถูกสถานีโทรทัศน์ KBS แบนไม่ให้ออกอากาศโดยให้เหตุผลว่าเนื้อหาส่อไปทางเพศ ทว่าแฟนคลับหลายคนมองว่าเหตุผลที่แท้จริงคือเนื้อเพลงมีกลิ่นอายของ "ชายรักชาย" จากการจงใจใช้คำว่า ‘boy’ ในท่อนที่ปกติวงบอยกรุ๊ปมักจะใช้คำว่า ‘girl’

 

แรงกดดันจากกรอบสังคมยังตามไปถึงเวทีระดับโลก ในเดือนตุลาคม 2025 ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ Rui พยายามจะก้มเก็บ 'ธง Pride' ที่แฟนคลับโยนขึ้นมาบนเวที แต่กลับถูกทีมงานของบริษัทตะโกนสั่งห้ามอย่างรุนแรง วันต่อมา ทางค่าย 257 Entertainment ได้ออกกฎสั่งห้ามนำธงทุกชนิดเข้าคอนเสิร์ต โดยอ้างว่าต้องการสร้าง ‘พื้นที่ที่เป็นกลาง’

'XLOV' ไอดอล Genderless วงแรกของ Kpop ที่ทลายกรอบเรื่องเพศสภาพ

เหตุการณ์นี้สร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆ อย่างมากที่มองว่าค่ายกำลังหากินกับภาพลักษณ์ของ LGBTQ+ แต่ไม่กล้าสนับสนุนจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น ในคอนเสิร์ตที่เยอรมนี อูมู่ถีi ก็ได้ออกมากล่าวให้กำลังใจแฟนคลับและท้าทายกฎเกณฑ์อย่างกล้าหาญว่า "ไม่มีใครสามารถหยุดคุณจากการเป็นตัวเองได้ และเราต้องการให้พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ที่คุณแสดงความสวยงามของตัวเองได้อย่างเต็มที่" การที่ CEO ของค่ายพยายามออกตัวว่า ‘ไร้เพศ’ เป็นเพียงแค่คอนเซปต์ ไม่ใช่อัตลักษณ์ทางเพศของศิลปิน ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ในวงการ K-pop การมีความหลากหลายทางเพศมักถูกบีบให้อยู่ในกรอบ คือคนรู้ว่ามีอยู่ แต่ห้ามพูดออกมาตรงๆ เพราะอาจส่งผลเสียต่ออาชีพได้

 

สะท้อนภาพใหญ่ การต่อสู้ของ LGBTQ+ ในเกาหลีใต้

แรงต้านที่ XLOV ต้องเจอ เป็นเพียงภาพสะท้อนเล็กๆ ของสิ่งที่กลุ่ม LGBTQ+ ในเกาหลีใต้ต้องเผชิญ เกาหลีใต้ยังคงเป็นประเทศที่ไม่มีกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่ครอบคลุม การเคลื่อนไหวของกลุ่มเพศหลากหลายมักถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มคริสเตียนอนุรักษนิยมและนักการเมืองที่ต่อต้านแนวคิดสตรีนิยมและความเท่าเทียม

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการจัดงานไพรด์พาเหรดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่าง Seoul Queer Culture Festival ในปี 2025 ทางเทศบาลกรุงโซลได้ปฏิเสธไม่ให้ผู้จัดงานใช้พื้นที่ลานหน้าศาลาว่าการ โดยมอบพื้นที่ให้กับมูลนิธิคริสเตียนเพื่อจัดงานดนตรีแทน นักการเมืองระดับสูงหลายคน รวมถึงนายกเทศมนตรีกรุงโซลก็มักแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าตนเอง ‘ไม่สนับสนุนการรักเพศเดียวกัน’

 

แม้อุปสรรคจะมากมาย แต่ร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่ การสำรวจสำมะโนประชากรระดับชาติ เริ่มนับรวมคู่รักเพศเดียวกันที่อาศัยอยู่ร่วมกันในฐานะ ‘คู่สมรส’ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกๆ ที่รัฐมอบตัวตนให้แก่ชาว LGBTQ+ ในฐานข้อมูลแห่งชาติ

ในยุคที่ K-pop กำลังเปลี่ยนผ่านจากการรักษา ‘ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ’ สู่การนำเสนอ ‘ความจริง’ XLOV ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิลปินหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ แต่พวกเขาคือตัวแทนของความกล้าหาญที่ยอมนำตัวเองเข้าชนกับกำแพงความอนุรักษนิยมของเกาหลีใต้ เพื่อผลักดันให้วงการและสังคมยอมรับในความหลากหลายทางเพศ และเพื่อบอกกับเยาวชนที่เคยรู้สึกแปลกแยกทุกคนว่า "คุณมีค่าควรแก่การถูกรัก ในแบบที่คุณเป็น"