
SHORT CUT
จากลานเกียร์สู่เศรษฐกิจ 4.9 พันล้าน! ถอดรหัส 1 ทศวรรษ SOTUS ใบเบิกทางซีรีส์วายไทย กับการเติบโตของ ‘คริส-สิงโต’ และอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนสังคมไปตลอดกาล
เสียงเพลงที่ดังกึกก้องกลางยูเนี่ยน ฮอลล์ ในงาน SOTUS TENIVERSARY CONCERT เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้แค่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับ แต่ยังทำหน้าที่พาผู้ใหญ่วัยทำงานย้อนกลับไปสู่วันแรกที่วงการซีรีส์วายยังเป็นเพียงซับคัลเจอร์เล็กๆ ทันทีที่ภาพของ ‘พี่อาทิตย์’ และ ‘ก้องภพ’ ปรากฏตัวขึ้น และแขกรับเชิญอย่างที่มาร่วมร้องเพลง มวลความผูกพันตลอด 10 ปีก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า SOTUS คือใบเบิกทางที่แจ้งเกิด ‘คริส-พีรวัส’ และ ‘สิงโต-ปราชญา’ อย่างเต็มตัว ทว่าสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในคอนเสิร์ตนี้ ไม่ใช่การพยายามทำตัวเป็นเด็กปีหนึ่งและพี่ว้ากให้เหมือนอดีต แต่คือการกลับมาเจอกันในเวอร์ชันที่เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
ทั้งสองคนเติบโตขึ้นในเส้นทางของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ การกลับมายืนร้องเพลงด้วยกันบนเวทีเดียวกัน เปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองความสำเร็จของเพื่อนร่วมทางที่ต่างเติบโตเป็นมืออาชีพอย่างเต็มตัว
ประตูบานแรกที่สร้างระบบนิเวศให้อุตสาหกรรมวายไทย
หากไม่มีลานเกียร์ในวันนั้น วงการวายวันนี้อาจหน้าตาไม่เหมือนเดิม ปฏิเสธไม่ได้ว่า SOTUS The Series คือพิมพ์เขียวชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนซีรีส์เฉพาะกลุ่ม (Subculture) ให้กลายเป็นป๊อปคัลเจอร์กระแสหลัก ซีรีส์เรื่องนี้เปรียบเสมือน ‘ประตูบานใหญ่’ ที่เปิดทลายข้อจำกัดเดิมๆ และสร้างรากฐานความสำเร็จให้นักแสดงวายรุ่นหลังๆ ได้มีพื้นที่ยืน สามารถต่อยอดชื่อเสียง สร้างปรากฏการณ์คู่จิ้น และสร้างมูลค่ามหาศาลในระดับสากลได้อย่างทุกวันนี้
นอกจากศิลปินที่เติบโต แฟนคลับหน้าจอในวันนั้นก็กลายเป็นวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง ข้อมูลจาก SCB EIC ประเมินว่าปัจจุบันตลาดซีรีส์วายและยูริ (GL) ของไทยมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 4,900 ล้านบาท พร้อมครองแชมป์อันดับ 1 ของเอเชีย
เศรษฐกิจมาสคอต เปลี่ยนแฟนคลับเป็น 'อุนย่า-อุนยาย'
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อุตสาหกรรมวายเติบโตอย่างเต็มที่ กุญแจดอกใหม่ที่สำคัญอย่าง Character IP ดึงเอาสัญลักษณ์ประจำด้อมมาออกแบบเป็นมาสคอต เช่น 'Kingman' (เต่าสวมแผงคอสิงโต) ของคริส-สิงโต, 'Polcasan' ของเต-นิว, 'Babii' ของออฟ-กัน ไปจนถึงเจเนอเรชันใหม่อย่าง 'Look Khunnoo' ของเจมีไนน์-โฟร์ท มาสคอตเหล่านี้มีชีวิต มีโซเชียลมีเดียของตัวเอง สร้าง ‘เศรษฐกิจย่อย’ ที่แฟนคลับหรือเหล่า ‘อุ่นย่า -อุนยาย’ ยอมจ่ายซื้อของเทศกาลให้หลานๆ ดึงดูดเม็ดเงินหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมให้หมุนเวียนได้ตลอดกาลแม้ศิลปินจะไม่ได้มีตารางงานก็ตาม
เมื่ออุตสาหกรรมขยายตัวจนถึงขีดสุด คอนเทนต์จึงถูกรื้อสูตรสำเร็จเก่าและสถาปนาวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่า ไดอาล็อกปฏิเสธเพศสภาพ และการจัดกรอบ ‘รุก-รับ’ ที่ตายตัวถูกรื้อทิ้ง ซีรีส์ยุคใหม่นำเสนอตัวละครที่ภูมิใจในเพศวิถีของตนเองแบบไม่ต้องหาข้ออ้าง จักรวาลซีรีส์วายก้าวข้ามชีวิตเด็กมหาลัย ไปสู่การวิพากษ์สังคมและสะท้อนความเป็นมนุษย์ในหลากหลายมิติ เราได้เห็นการชำแหละความเป็นชายเป็นพิษ (Bad Buddy), วงการมาเฟียและการแย่งชิงอำนาจ (KinnPorsche), การตั้งคำถามกับทุนนิยมผูกขาด (Not Me), ไซไฟระทึกขวัญ (4MINUTES), ไปจนถึงการสำรวจโลกของผู้พิการทางสายตา (Last Twilight)
ภาพสุดท้ายในงาน SOTUS TENIVERSARY CONCERT ก่อนที่แสงไฟบนเวทีจะดับลง คือการโค้งขอบคุณอย่างยาวนานของคริสและสิงโต ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง มันไม่ใช่แค่การปิดฉากบทบาท ‘พี่อาทิตย์’ และ ‘ก้องภพ’ อย่างเป็นทางการ แต่นี่คือภาพสะท้อนที่ทรงพลังที่สุดของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมวายไทยตลอดหนึ่งทศวรรษ OTUS ได้ส่งไม้ต่อให้อุตสาหกรรมมูลค่า 4,900 ล้านบาท ที่มีทั้งมาตรฐานการผลิตระดับสากล ระบบนิเวศเศรษฐกิจแฟนด้อมที่แข็งแกร่ง และพลัง Soft Power
โลกที่ซีรีส์วายไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมอีกต่อไป การเดินทางของ SOTUS อาจสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบ แต่อุตสาหกรรมที่พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกนั้น เพิ่งจะเริ่มต้นก้าวสู่ทศวรรษใหม่ในสเกลที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม