
SHORT CUT
ดำดิ่งสู่เบื้องหลังโลกเวทมนตร์ครบรอบ 25 ปี 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ตั้งแต่ขุมทรัพย์สิทธิบัตรยาของตระกูลพอตเตอร์ แมวสายลับคู่ใจเฮอร์ไมโอนี่ ไปจนถึงความตลกร้ายของตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่คุณอาจไม่เคยรู้
เวลาผ่านไปไวเหมือนใช้เครื่องย้อนเวลา! ปีนี้ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคแรกมีอายุครบ 25 ปีเต็มแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าเวทมนตร์ของฮอกวอตส์ไม่เคยเสื่อมคลาย หลายคนอาจจะวนดูหนังซ้ำจนจำบทพูดได้ทุกฉาก ทว่าจักรวาลของ เจ.เค. โรว์ลิง นั้นลึกล้ำกว่าแผ่นฟิล์มมาก และยังมีความลับอีกมากมายที่ซ่อนไว้ภายใต้โลกเวทย์มนต์
เตรียมกุญแจทองคำและไม้กายสิทธิ์ของคุณให้พร้อม เพราะเรากำลังจะพาลงลึกไปในโลกเวทย์มนต์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยตั้งแต่ภาคแรกคือ ทำไมเด็กกำพร้าที่โตมาในห้องใต้บันไดอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึงมีภูเขาทองคำอยู่ในห้องนิรภัยหมายเลข 687 ของธนาคารกริงกอตส์? ลำพังเงินเดือนจากการเป็นมือปราบมารของเจมส์และลิลลี่ ไม่น่าจะสร้างความมั่งคั่งระดับเศรษฐีได้ขนาดนี้
คำตอบที่แท้จริงซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ของตระกูลพอตเตอร์ ต้นตระกูลของแฮร์รี่คือชายชื่อ ‘ลินเฟรด แห่งสตินช์คอมบ์’ (Linfred of Stinchcombe) พ่อมดนักปรุงยาผู้คิดค้นยาสามัญประจำบ้านที่โลกเวทมนตร์ขาดไม่ได้ อย่าง ‘น้ำยาปลูกกระดูก’ ที่แฮร์รี่โดนบังคับให้ดื่มในภาค 2 ในตอนที่แขนขวาไม่มีกระดูกเหลืออยู่เลย หลังจากอุบัติเหตุการแข่งขันควิดดิช ยาเหล่านี้ทำรายได้มหาศาลให้กับตระกูลตั้งแต่ยุคโบราณ
แต่คนที่ทำให้ความมั่งคั่งของพอตเตอร์พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดคือ ‘ฟลีมอนต์ พอตเตอร์’ (Fleamont Potter) ปู่แท้ๆ ของแฮร์รี่ เขาคือผู้คิดค้น ‘น้ำยาสลีคอีซี่’ (Sleekeazy’s Hair Potion) ยาจัดแต่งทรงผมที่ขายดีถล่มทลายทั่วโลก ที่ยาตัวเดียวกับที่เฮอร์ไมโอนี่ใช้จัดการผมฟูฟ่องของเธอในงานเต้นรำภาค 4 ฟลีมอนต์ทำกำไรจากบริษัทนี้เพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า ก่อนจะขายกิจการในวัยเกษียณเพื่อนำเงินมากองไว้ให้ลูกชาย (เจมส์ พอตเตอร์) นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเจมส์ถึงใช้ชีวิตวัยรุ่นได้อย่างสุขสบาย และแฮร์รี่ก็กลายเป็นเศรษฐีน้อยตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียนฮอกวอตส์
ครุกแชงก์ แมวจับโกหก
ในภาคนักโทษแห่งอัซคาบัน หลายคนคิดว่า ครุกแชงก์ (Crookshanks) แมวหน้าบี้สีส้มของเฮอร์ไมโอนี่ เป็นแค่แมวขี้หงุดหงิดที่เกลียดหนูของรอนตามสัญชาตญาณสัตว์ทั่วไป แต่ความจริงจาก Wizarding World ยืนยันว่า ครุกแชงก์ไม่ใช่แมวธรรมดา แต่มีสายเลือดของ 'เนียเซิล' (Kneazle) ผสมอยู่ครึ่งหนึ่ง
เนียเซิล คือสัตว์วิเศษรูปร่างคล้ายแมว มีสติปัญญาสูงส่ง และมีสัมผัสพิเศษที่สามารถ ‘จับโกหกและมองทะลุการพรางตัว’ ได้อย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลทางเวทมนตร์ที่ว่าทำไมครุกแชงก์ถึงจ้องเล่นงาน "สแคบเบอร์ส" ทันทีที่เห็น เพราะมันรู้ว่านั่นไม่ใช่หนู แต่เป็นชายวัยกลางคนที่ชื่อ ‘ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์’ และในขณะเดียวกัน มันก็ยอมผูกมิตรกับสุนัขสีดำจรจัดทันที เพราะมันรับรู้ได้ว่าสุนัขตัวนั้น (ซิเรียส แบล็ก) ไม่ได้มีเจตนาร้าย
นอกจากนี้ ยังมีเกร็ดที่น่าสนใจอีกว่า ในจดหมายที่ ‘ลิลลี่ พอตเตอร์’ เขียนถึง ‘ซิเรียส แบล็ก’ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เธอเล่าว่าแฮร์รี่วัย 1 ขวบ ขี่ไม้กวาดของเล่นไปทับแมวที่บ้าน จนมันวิ่งหนีเตลิดไป แฟนพันธุ์แท้หลายคนเชื่อมโยงทฤษฎีว่า แมวตัวนั้นอาจจะหนีรอดจากคืนที่โวลเดอมอร์ตบุกโจมตี และเร่ร่อนไปอยู่ที่ร้านขายสัตว์วิเศษตรอกไดแอกอน ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะมาซื้อมันไปในอีกสิบกว่าปีต่อมา ซึ่งทำให้เรื่องราวของครุกแชงก์มีความลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น
ความลับบนแผนผังตระกูลแบล็ก
ในภาพยนตร์ภาคภาคีนกฟีนิกซ์ มีฉากที่ซิเรียสพาแฮร์รี่ไปดูแผนผังตระกูลแบล็ก (Black Family Tree) บนพรมทอผืนยักษ์ เบื้องหลังของฉากนี้ ทีมออกแบบศิลป์ (MinaLima) ได้ขอให้ เจ.เค. โรว์ลิง ช่วยเขียนผังครอบครัวนี้ให้สมบูรณ์เพื่อนำมาทำเป็นพร็อพ สิ่งที่ เจ.เค. ส่งกลับมาคือแผนผังที่วาดด้วยมือซึ่งเต็มไปด้วยความเชื่อมโยงที่น่าตกใจ
หากคุณกดหยุดภาพ และซูมดูชื่อบนพรมผืนนั้น คุณจะพบชื่อของ 'เซเดรลลา แบล็ก' (Cedrella Black) ซึ่งถูกลบรอยไหม้ทิ้งเพราะถือว่าเป็นคนทรยศต่อสายเลือด ความผิดของเธอคือการไปแต่งงานกับชายที่ชื่อ 'เซปติมัส วีสลีย์' (Septimus Weasley) และชายคนนั้นก็คือปู่แท้ๆ ของรอน วีสลีย์!
ข้อมูลจากพร็อพชิ้นนี้เป็นการยืนยันประวัติศาสตร์โลกเวทมนตร์ว่า อาเธอร์ วีสลีย์ (พ่อของรอน) เป็นลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สองกับ ซิเรียส แบล็ก และนั่นหมายความว่าตระกูลที่เกลียดชังกันแทบเป็นแทบตายอย่าง มัลฟอย (ที่สืบเชื้อสายมาจากนาร์ซิสซา แบล็ก) และตระกูลวีสลีย์ แท้จริงแล้วล้วนเป็นเครือญาติที่มีสายเลือดเดียวกัน นี่คือการตอกย้ำภาพอันน่าเศร้าของกลุ่มตระกูล ‘28 ศักดิ์สิทธิ์’ (Sacred Twenty-Eight) ที่สายเลือดของพวกเขาพัวพันกันเองจนแยกไม่ออก แต่กลับต้องมาเข่นฆ่ากันเองเพราะความเชื่อเรื่องสายเลือดที่แตกต่างกัน
คาถาผู้พิทักษ์ที่หายไปตลอดกาลของ 'จอร์จ วีสลีย์'
เราทุกคนรู้ดีว่าคาถาผู้พิทักษ์ (Expecto Patronum) เป็นเวทมนตร์ขั้นสูงที่ต้องใช้ ความทรงจำที่มีความสุขที่สุด เป็นพลังงานตั้งต้นในการเสก แต่ความจริงสุดปวดร้าวที่ เจ.เค. โรว์ลิง เคยเปิดเผยหลังหนังสือจบลงคือ หลังจากเหตุการณ์สงครามฮอกวอตส์ ‘จอร์จ วีสลีย์’ ไม่สามารถเสกคาถาผู้พิทักษ์ได้อีกเลยตลอดชีวิต สาเหตุก็เพราะว่า ความสุขทั้งหมดในชีวิตของจอร์จ ความทรงจำที่สว่างไสวที่สุดและเสียงหัวเราะที่ดังที่สุดของเขา ผูกติดอยู่กับฝาแฝดอย่าง 'เฟร็ด วีสลีย์' เสมอ เมื่อเฟร็ดจากไป ความสุขระดับที่สามารถสร้างคาถาผู้พิทักษ์ได้ก็ถูกพรากไปจากจอร์จด้วยเช่นกัน แม้ภายหลังเขาจะแต่งงานมีครอบครัวและสานต่อร้านเกมกลวิเศษวีสลีย์จนรุ่งเรือง แต่ส่วนหนึ่งในจิตวิญญาณของเขาได้ตายตามเฟร็ดไปแล้ว นี่คือดีเทลเล็กๆ แต่โคตรจะทำร้ายจิตใจแฟนคลับที่สุด!
.
ความลับที่น่ารังเกียจของ 'โดโลเรส อัมบริดจ์'
'โดโลเรส อัมบริดจ์' ตัวละครที่ไม่เคยฆ่าคนตาย ที่แฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ โหวตให้เป็นตัวละครที่น่ารังเกียจยิ่งกว่าโวลเดอมอร์ต อัมบริดจ์ คือ ตัวแทนของพวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์ เธอตั้งศาลเตี้ยจับกุมพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ล (Muggle-borns) ไปเข้าคุกอัซคาบัน และอ้างว่าตัวเองสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์ตระกูลเก่าแก่ที่ชื่อว่าเซลวิน (Selwyn)
แต่ข้อมูลจาก Wizarding World ได้กระชากหน้ากากของเธอออกมาจนหมดเปลือก แท้จริงแล้ว โดโลเรส อัมบริดจ์ เป็นแค่ ‘เลือดผสม’ พ่อของเธอเป็นพ่อมดทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในกระทรวง ซึ่งเป็นความจริงที่เธออับอายมาก ส่วนแม่ของเธอคือมักเกิ้ลที่ชื่อ เอลเลน แครกเนลล์ (Ellen Cracknell) แถมเธอยังมีน้องชายที่เป็น 'สควิบ' คือคนที่เกิดจากพ่อแม่ผู้วิเศษแต่ไม่มีพลังเวทมนตร์อีกด้วย อัมบริดจ์เกลียดแม่และน้องชายที่ไร้พลังเวทมนตร์ของตัวเองมากจนตัดขาดครอบครัว และสร้างโปรไฟล์ปลอมเพื่อไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจ การที่เธอทำตัวเกลียดชังมักเกิ้ลอย่างหนักหน่วง ก็เพื่อกลบเกลื่อนปมด้อยเรื่องชาติกำเนิดครึ่งมักเกิ้ลของตัวเอง หลังฮอกวอตส์สิ้นสุดลงและระบอบของโวลเดอมอร์ล่มสลาย กระทรวงเวทมนตร์ชุดใหม่ภายใต้การนำของคิงส์ลีย์ ชักเคิลโบลต์ ได้ดำเนินคดีและไต่สวนความผิดของเจ้าหน้าที่ที่ร่วมมือกับฝ่ายมืด ทำให้อัมบริดจ์ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงและถูกจำคุกตลอดชีวิตที่อัซคาบัน
.
ท้ายที่สุดแล้ว เสน่ห์ที่ทำให้เรายังคงตกหลุมรักและวนกลับมาขุดคุ้ยเรื่องราวในโลกเวทมนตร์อยู่เสมอ ไม่ใช่แค่การปราบจอมมารหรือคาถาอลังการบนจอภาพยนตร์ แต่มันคือ "ดีเทลเล็กๆ" ที่ซ่อนอยู่ตามซอกหลืบของเรื่องราวนี่แหละครับ
เพราะไม่ว่าโลกจะผ่านไปกี่ปี หรือเราจะเติบโตขึ้นมากแค่ไหน โลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ยังคงมีมุมลับๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตลกร้าย และเบื้องหลังชวนอึ้งและอยากย้อนกลับไปดูซ้ำๆ หลายๆ รอบ