
SHORT CUT
ไขความลับ 'ธี่หยด' สู่รายได้ 200 ล้าน! เจาะลึกจิตวิทยาความกลัว ทำไมคนไทยเสพติดหนังผี? พร้อมเปิดเบื้องหลังจักรวาลผีสายลุยเมื่อ 'พี่ยักษ์' ปะทะ 'เสือสมิง'
พุ่งทะยานสร้างรายได้สู่ 200 ล้าน สำหรับภาพยนตร์แฟรนไชส์สุดสยองขวัญอย่าง ธี่หยด" ที่เดินทางมาถึงภาค 4 ธี่หยด : สมิงเขาขวาง งานนี้สองผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง คุณกิต-กิตติศักดิ์ ก้องขา (ผู้แต่งนิยายต้นฉบับ) และ คุณกอล์ฟ-สรรพกิตติ์ (ผู้เขียนบทภาพยนตร์) ได้ร่วมเปิดใจเจาะลึกถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ พร้อมฉายภาพสะท้อนทางจิตวิทยาสังคมที่ตอบคำถามสำคัญว่า ทำไมหนังผีไทยถึงครองใจคนดูไม่เคยเปลี่ยน?
เปลี่ยนฉากทัศน์ผีไทย ยกระดับความบันเทิงสู่ 'จักรวาลหนังผีสายลุย'
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ 'ธี่หยด' ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คือการลบภาพจำหนังผีไทยแบบเดิมๆ จากการนั่งตั้งรับรอผีหลอก มาเป็นการปะทะดุเดือดระหว่างคนกับสิ่งลี้ลับ โดยเฉพาะตัวละครอย่าง 'พี่ยักษ์' ที่กลายเป็นฮีโร่สายบู๊ขวัญใจคนดู
ในการกลับมาครั้งนี้ ภาพยนตร์ถูกวางให้เป็นภาคก่อนหน้า (Prequel) ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2511 พร้อมเปิดตัวผีร้ายตนใหม่อย่าง "เสือสมิง" หรือไอ้โหยง ที่มาแทนผีชุดดำที่ดับสูญไปแล้ว
โดย คุณกิต ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวให้ฟังว่า "เรื่องสมิงเขาขวางเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเรื่องธี่หยดตอนที่ผมลงพื้นที่เก็บข้อมูล มีคนเล่าถึงเสือสมิงตัวใหญ่ในแถบเขาขวาง อำเภอทองผาภูมิ ที่ชอบออกล่าชาวบ้านช่วงฤดูฝนด้วยการแปลงกายล่อลวงขึ้นเขา ผมจึงจดไว้ว่าไอเดียนี้น่าสนใจมากครับ"
ขณะที่ คุณกอล์ฟ ได้เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านผีตัวใหม่ในภาคนี้ว่า "ผีชุดดำจากสองภาคแรกตายและลงนรกไปแล้ว จะไม่กลับมาอีก เราต้องมูฟออนไปสู้กับอย่างอื่น ซึ่งพอเป็นเสือสมิง มันมีความน่ากลัวทางกายภาพ เจ้าเล่ห์ แปลงร่างได้ ปรับมาประชันกับความบ้าห้าวของพี่ยักษ์ มันจึงเป็นการเฉือนคมที่คาดเดาไม่ได้และตื่นเต้นขึ้นครับ"
ทำไมคนไทยถึงเลิกเสพ 'หนังผี' ไม่ได้?
หากมองในมุมมองเชิงจิตวิทยาสังคม คุณกอล์ฟ ได้ชี้ให้เห็นว่า ความนิยมของภาพยนตร์สยองขวัญในสังคมไทยมีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอารมณ์ความรู้สึกของคนในประเทศอย่างลึกซึ้ง
คุณกอล์ฟ วิเคราะห์ว่า "เมื่อไหร่ก็ตามที่สังคมเต็มไปด้วยความกลัวและความไม่แน่นอนในชีวิต หนังตระกูลสยองขวัญจะได้รับความนิยม เพราะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ระบายและปลดปล่อยความตื่นตระหนกของคนในสังคมออกมารูปแบบหนึ่ง"
คนไทยโตมากับเรื่องเล่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้อห้าม และคำขู่มาตั้งแต่เด็ก คุณกอล์ฟ เล่าว่า "คนไทยเราเติบโตมากับความกลัว พอเราโตขึ้น ความกลัวก็มาในรูปแบบอื่น มันจึงเป็นประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับเรามาก สังคมไทยสลัดหลุดจากความกลัวไม่ได้ หนังผีไทยจึงสร้างความกลัวได้ทั่วมุมโลกเพราะเกิดจากคนที่อยู่กับความกลัวตลอดเวลา"
ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วนิยมภาพยนตร์แนวไซไฟหรือสืบสวนสอบสวนที่เน้นตรรกะเหตุผล สังคมไทยยังคงเชื่อมโยงชีวิตประจำวันเข้ากับความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หนังผีจึงตอบโจทย์โครงสร้างความรู้สึกของคนไทยได้อย่างตรงจุด
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ 'ธี่หยด' ครองใจคนดูทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่ฉากสะดุ้งตื่นเต้น แต่คือการยึดโยงอยู่กับ "สถาบันครอบครัวและคนที่รัก"
คุณกอล์ฟ ย้ำถึงแก่นสำคัญของเรื่องว่า "หัวใจสำคัญของธี่หยดคือครอบครัว สิ่งที่พี่ยักษ์กลัวที่สุดไม่ใช่ผี แต่คือการสูญเสียคนที่เขารัก และนั่นแหละที่ทำให้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนรัก"
ความกลัวรูปแบบนี้เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ที่ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วม (Empathy) และเอาใจช่วยตัวละครอย่างหมดใจ มิติความสัมพันธ์ทั้งเรื่องความรักของพี่ยักษ์กับน้ำเพชร และมิตรภาพของเพื่อนทหาร จึงกลายเป็นสมออารมณ์ที่ยึดคนดูไว้กับเรื่องราวได้อย่างเหนียวแน่น
ความสำเร็จของ 'ธี่หยด' พิสูจน์ให้เห็นว่า หนังผีไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าสยองขวัญธรรมดา แต่เป็นสื่อบันเทิงที่เข้าใจจิตวิทยาความกลัวของมนุษย์อย่างถ่องแท้