svasdssvasds

เกร็ดความรู้ ! เทคนิคการขายทอง อย่างไร? ไม่ให้ถูกกดราคา

เกร็ดความรู้ ! เทคนิคการขายทอง อย่างไร? ไม่ให้ถูกกดราคา

ทองคำ คือสินทรัพย์ที่มีการลงทุนมากพอสมควร เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยงมาก แต่ช่วงที่ราคาทองขึ้นแน่นอนว่าคนจะแห่ขายทำกำไร และหากทองราคาลดคนก็จะซื้อเก็บสะสม สำหรับใครที่เป็นนักลงทุนใหม่ จะพามาดูเกร็ดความรู้ ! ขายทองอย่างไร? ไม่ให้ถูกกดราคา

มีคำกล่าวที่ว่ามีเงินนับว่าเป็นน้อง มีทองนับว่าเป็นพี่ ถ้ามีทั้งเงินทั้งทองเรียกว่าคนรวย แต่ใครที่เป็นนักลงทุนสายทองคำก็จะรู้ดีว่าช่วงที่ราคาทองขึ้นก็ควรที่จะแบ่งทองที่มีอยู่เทขายเก็งกำไรระยะสั้น แต่…มักจะมีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งที่นำทองคำไปขายคืน แต่...กลับพบปัญหาการรับซื้อคืนในราคาที่ไม่เป็นธรรม วันนี้เลยจะพามาดูเกร็ดความรู้ดีๆ ! เทคนิคการขายทอง อย่างไร? ไม่ให้ถูกกดราคา ไม่ถูกเอาเปรียบจากร้านรับซื้อ

โดยข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ได้พาไปดูวิธีการคำนวณราคาทองคำ ว่าควรขายได้ราคาเท่าไหร่ และหากร้านรับซื้อในราคาต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด เราจะทำอย่างไรได้บ้าง และต้องรู้จักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขายทองคำ จากประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องแนวทางปฏิบัติการค้าของผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าทองที่เป็นธรรม ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 เมษายน 2565 ข้อ 3 ระบุไว้ว่า การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าทอง โดย ราคาที่เป็นธรรม คือ ผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับราคาจำหน่ายหรือราคารับซื้อคืนทองคำในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจน ในอัตราที่กำหนดตามประกาศฯ ไม่ต่ำกว่าราคาที่แสดงไว้บนหน้าร้าน สามารถคำนวณได้จากสูตร ดังนี้

  •  ทองคำแท่ง หนัก 1 บาท ราคารับซื้อคืน คือ ราคาขายทองคำแท่งหนัก 1 บาท หักด้วยจำนวนเงิน 100 บาท
  •  ทองรูปพรรณ หนัก 1 บาท ราคารับซื้อคืน จะเท่ากับ ราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง 1 บาท หักด้วยค่าเสียหายจากการหลอมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่เกิน 5% ของมูลค่าซื้อคืนทองคำแท่ง 1 บาท นับจากวันที่ทำการซื้อขาย ตามราคาที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ทั้งนี้เฉพาะทองรูปพรรณที่ซื้อไปจากร้านค้าทองที่รับซื้อคืน

ต่อมาจะพามาดูตัวอย่างตัวอย่างการคิดคำนวณทองรูปพรรณตามประกาศฯหากราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง 1 บาท ตามที่สมาคมค้าทองคำประกาศ = 30,000 บาท ดังนั้น 5% ของ 30,000 = 1,500  บาท ถ้าเรานำทองรูปพรรณ 1 บาท ไปขาย ต้องได้เงินไม่ต่ำกว่า 30,000 – 1,500 (5% ของ 30,000) = 28,500 บาท

ทั้งนี้หากผู้ประกอบการร้านทองรับซื้อทองคำในราคาต่ำกว่าที่ประกาศฯ กำหนด หรือตามตัวอย่างคือ 28,500 บาท ผู้บริโภคก็ไม่ควรขายทอง เพราะเท่ากับเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค ซึ่งผู้ประกอบการร้านทองอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ที่กำหนดโทษทางอาญาไว้ตามมาตรา 37 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตามมาตรา 25 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เราทำอย่างไร เมื่อเกิดปัญหาซื้อขายทองคำได้ราคาต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

  • หากผู้บริโภคต้องการขายทองคำคืน ให้ได้ตามที่กฎหมายกำหนด ควรขายร้านเดียวกับร้านที่ซื้อมา
  • ก่อนขายคืน ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาตลาด สอบถามราคาจากทางร้าน รวมถึงการหักค่าแรงหรือค่ากำเหน็จให้แน่ชัดก่อน (ค่ากำเหน็จ คือ ค่าผลิตทองคำรูปพรรณให้เป็นแบบลวดลายต่าง ๆ
  • รวมทั้ง ค่าการตลาดของผู้ประกอบธุรกิจร้านทอง ราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการผลิตชิ้นงานรูปพรรณนั้น ๆ)
  •  รวบรวมหลักฐานใช้ในการขายคืน ได้แก่ ใบรับประกันทอง ใบรับรอง หรือสัญญาซื้อขายทองที่ทางร้านออกให้แก่ผู้ซื้อในวันซื้อขาย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้ซื้อจากร้านดังกล่าว และแสดงถึงมาตรฐานของทองคำนั้น
  •  หากผู้บริโภคถูกปฏิเสธถึงสิทธิที่จะได้รับการขายคืนในอัตราที่กำหนดข้างต้น ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญาซื้อขายตามที่กฎหมายกำหนด สามารถแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนมายังสอบ.เพื่อให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) และสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

related