svasdssvasds

เลขา กกต. ชี้ ขยายเวลาประชามตินอกเขตไม่ได้ บอกมีเวลา 3 วันเพียงพอแล้ว

เลขา กกต. ชี้ ขยายเวลาประชามตินอกเขตไม่ได้  บอกมีเวลา 3 วันเพียงพอแล้ว

แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ยืนกราน "ขยายเวลาไม่ได้" ปมลงทะเบียนประชามตินอกเขต ชี้มีเวลาตั้ง 4,000 นาที หากบริหารเป็นก็ทัน

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันชัดเจน ไม่สามารถขยายเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตได้ โดยให้เหตุผลเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย พร้อมระบุว่าระยะเวลา 3 วันที่เปิดให้นั้นเพียงพอแล้ว หากผู้มีสิทธิบริหารจัดการเวลา

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ออกมาชี้แจงภายหลังมีกระแสเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด โดยระบุว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเงื่อนไขของกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

นายแสวงอธิบายว่า กระบวนการหลังจากนี้มีขั้นตอนธุรการที่ซับซ้อน ทั้งการแยกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธินอกราชอาณาจักร และการจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปกว่า 1 แสนหน่วย ซึ่งหากมีการขยายเวลาจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในส่วนอื่นทั้งระบบ

3 นาทีก็ทำได้ กับความรับผิดชอบส่วนบุคคล

ในประเด็นเรื่องระยะเวลาที่เปิดให้ลงทะเบียนเพียง 3 วัน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าน้อยเกินไปนั้น เลขาธิการ กกต. ได้ให้ความเห็นงว่า  ระยะเวลาในการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต 3 วันนั้น ถือว่าแต่ละคนมีเวลา 4,320 นาที แค่เจียดเวลามา 3 นาทีก็สามารถทำได้ เพราะการลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมข้อมูลให้พร้อม ย้ำว่าใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น และหากบริหารจัดการเวลาให้ดี สามารถลงทะเบียนทันแน่นอน ดังนั้นเมื่อมีระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ยืนยันว่าไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ เพราะจะกระทบกับการดำเนินงานในส่วนอื่น 

เลขา กกต. ชี้ ขยายเวลาประชามตินอกเขตไม่ได้  บอกมีเวลา 3 วันเพียงพอแล้ว
 

เปิดตัวเลขลงทะเบียน: ความแตกต่าง 6 แสนคน

จากการสรุปยอดผู้ลงทะเบียนในวันสุดท้าย (5 ม.ค.) นายแสวงเปิดเผยว่า ภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดสูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แบ่งเป็น:

ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า (สส.): ประมาณ 2.2 ล้านคน

ผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต: ประมาณ 1.6 ล้านคน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงส่วนต่างกว่า 6 แสนคน ระหว่างสองกลุ่มนี้ เลขาธิการ กกต. มองว่า ไม่ควรไปคิดแทนประชาชนว่าผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. จะมีความประสงค์ต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วยเสมอไป ซึ่งระบบที่ออกแบบมาสามารถรองรับจำนวนผู้ลงทะเบียนระดับนี้ได้ แม้จะมีความติดขัดเล็กน้อยแต่ไม่มีปัญหาใหญ่
 

ข้อจำกัดทางกฎหมาย: ทำไมเลือก "นอกเขตในจังหวัด" ไม่ได้?

อีกหนึ่งประเด็นปัญหาที่พบคือ การลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ไม่สามารถเลือกหน่วยนอกเขตที่ยังอยู่ภายในจังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเองได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป

นายแสวงยอมรับว่านี่เป็น "เงื่อนไขทางกฎหมาย" ที่ออกแบบมาเช่นนี้ ทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องกลับไปใช้สิทธิในเขตของตนเอง หากไม่ได้ลงทะเบียนไปใช้นอกเขตต่างจังหวัด

"ไม่ใช่ว่าเราดูแลประชาชนไม่ดี แต่บางทีกฎหมายออกแบบมาอย่างนั้น... ในการแข่งขัน กฎเกณฑ์จะต้องชัดเจน เพราะต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ... ไม่เช่นนั้นเราก็สามารถทำอะไรก็ได้ แต่ส่วนตัวมองว่าควรจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย" เขากล่าวเสริม

แจงปมงบประมาณและบุคลากร: ประหยัดกว่าแยกจัด 4,000 ล้าน
กรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท และการแยกชุดกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ทั้งที่จัดพร้อมกัน นายแสวงชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องใช้ กปน. 14 คน (10 + 4 คน) ต่อหน่วย เป็นเพราะต้องมีการนับคะแนนพร้อมกันถึง 3 กระดาน ไม่สามารถทำทีละกระดานได้

เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ถือเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินอย่างมีนัยสำคัญ

หากแยกจัด 2 ครั้ง: คาดว่าจะใช้งบประมาณรวม 11,000 ล้านบาท (เลือกตั้ง 6,000 ล้าน + ประชามติ 5,000 ล้าน)

เมื่อจัดรวมกัน: ใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

สรุป: ช่วยประหยัดงบประมาณไปกว่า 4,000 ล้านบาท โดยส่วนของประชามติในครั้งนี้ใช้ไปกว่า 500 ล้านบาท

ขั้นตอนการใช้สิทธิแบบ "2 รอบ"

เพื่อลดความสับสนในการหย่อนบัตร ทาง กกต. เตรียมจัดทำหน่วยเลือกตั้งเสมือนจริงเพื่อประชาสัมพันธ์ โดยนายแสวงอธิบายขั้นตอนคร่าวๆ ว่า ประชาชนจะต้อง "แสดงตน 2 ครั้ง":

แสดงตนครั้งแรก เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. รับบัตรและหย่อนลงหีบ

แสดงตนครั้งที่สอง เพื่อใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

สำหรับกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งบางประเทศจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. นั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการก่อนเนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งและภูมิศาสตร์ โดยบัตรเลือกตั้ง สส. จะถูกส่งกลับมานับคะแนนที่ประเทศไทย ส่วนบัตรออกเสียงประชามติจะทำการนับคะแนนที่สถานทูตของประเทศนั้นๆ ทันที
 

related