svasdssvasds

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อในการเลือกตั้ง - ใครทำให้ Gen Z หมดศรัทธาในประชาธิปไตย ?

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อในการเลือกตั้ง - ใครทำให้ Gen Z หมดศรัทธาในประชาธิปไตย ?

ผลการสำรวจจาก 27 ประเทศเผยคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z มองอนาคตอย่างสิ้นหวัง ความเชื่อมั่นที่มีต่อการเลือกตั้งและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยลดลงอย่างน่าเป็นกังวล สะท้อนวิกฤตศรัทธาทางการเมืองในระดับโลก

ผลการสำรวจใหม่เผยยุโรปและสหรัฐอเมริกากำลังสูญเสียความเชื่อมั่นในประชาธิปไตยและอนาคต และก็คงไม่น่าแปลกใจนักที่ Gen Z กลายเป็นกลุ่มที่มองอนาคตในแง่ร้ายที่สุด – แล้วใครกันจะโทษพวกเขาได้?
ผลการสำรวจที่จัดทำโดย Yonder Data Solutions ให้กับบริษัท FGS Global บริษัทประชาสัมพันธ์รายใหญ่ มีกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมตอบแบบสอบถามเกือบ 20,000 คน ในจำนวนนี้ 11,714 คนอยู่ใน สหภาพยุโรป (EU) และอีก 2,022 คนอยู่ในสหราชอาณาจักร รวมถึง บางส่วนในสหรัฐฯ


ชาวอังกฤษไม่มองอนาคตด้วยความหวัง

จาก 27 ประเทศที่ถูกสำรวจ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจากหราชอาณาจักรมีมุมมองเชิงลบเกี่ยวกับอนาคตของประเทศตนเองมากที่สุด โดย 73% คิดว่าสหราชอาณาจักรกำลังมุ่งหน้าเดินไปในทิศทางที่ผิด
ในบรรดากลุ่มตัวอย่างจากสหราชอาณาจักร ราว 2 ใน 3 (ประมาณ 67%) คิดว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของประเทศได้ผ่านพ้นไปแล้ว ขณะที่ในทางตรงกันข้าม มีเพียง 14% เท่านั้นที่คิดว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
แนวโน้มของการมองโลกในแง่ร้ายยังคงดำเนินต่อไป สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ผู้เข้าร่วมมีแนวโน้มเห็นด้วยน้อยที่สุดว่าชีวิตของคนรุ่นถัดไปจะดีขึ้นกว่าเดิม โดยมีเพียง 10% เท่านั้นที่คิดว่าลูกหลานของตัวเองจะมีชีวิตที่ดีกว่า ขณะที่ 77% ไม่เห็นด้วย

จากทั้งหมดนี้ ผู้เข้าร่วมในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่น Gen Z ยังมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าการเลือกตั้งแทบไม่มีอำนาจในการทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น

โดยรวมแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามชาวอังกฤษ 27% เชื่อว่าการลงคะแนนเสียงไม่ได้สร้างความแตกต่างใด ๆ เมื่อเทียบกับ 65% ที่เห็นตรงกันข้าม แม้ว่าผลลัพธ์นี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาในพลังของประชาธิปไตยอยู่บ้าง แต่ก็เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในบรรดาประเทศที่สำรวจทั้งหมด รวมถึง สหรัฐอเมริกา ด้วย

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อในการเลือกตั้ง - ใครทำให้ Gen Z หมดศรัทธาในประชาธิปไตย ? Credit ภาพ REUTERS
 

Gen Z กำลังหมดศรัทธาในประชาธิปไตย

ทั้ง 27 ประเทศที่ถูกสำรวจต่างก็มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย (อย่างน้อยก็ในนาม) อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยกำลังเผชิญกับวิกฤต

จากการสำรวจทั้งหมด ราว 69% ตอบว่า ประชาธิปไตยกำลังสูญเสียอำนาจ ในทำนองเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 69% ก็เห็นด้วยว่า ผู้นำที่แข็งกร้าวกำลังมีอำนาจเหนือสถาบันระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งไปกว่านั้น อีก 74% ยังสนับสนุนความคิดเห็นที่ว่าระบอบประชาธิปไตยเอื้อประโยชน์ให้ชนชั้นนำที่ร่ำรวยและทรงอำนาจมากกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

เฉพาะในสหราชอาณาจักร ผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามราว 79% ชื่นชอบผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ในทางกลับกัน อีก 12% แสดงความต้องการผู้นำเผด็จการที่ไม่สนใจการเลือกตั้ง

กลุ่มน่ากังวลที่เอนเอียงทางไประบอบเผด็จการอำนาจนิยมนั้นเด่นชัดยิ่งขึ้นในกลุ่มคนรุ่น Gen Z ของสหราชอาณาจักร ซึ่งก็คือผู้ที่มีอายุระหว่าง 14 ปีถึง 29 ปี โดย 72% สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย เทียบกับ 18% ที่เลือกข้างเผด็จการ ขณะที่ในทางตรงกันข้าม 87% ของกลุ่มคนรุ่นเบเบี้บูมเมอร์แสดงการสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อในการเลือกตั้ง - ใครทำให้ Gen Z หมดศรัทธาในประชาธิปไตย ? Credit ภาพ REUTERS

จะโทษใครได้ล่ะ?

แน่นอนว่า ตัวเลขใด ๆ ที่สูงกว่า 0% สำหรับการสนับสนุนลัทธิอำนาจนิยมนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อเท็จจริงที่ว่า เกือบ 1 ใน 5 ของคนรุ่นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อายุน้อยที่สุดในสหราชอาณาจักรชื่นชอบเผด็จการนั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจว่า ทำไมเยาวชนของอังกฤษถึงกำลังหมดศรัทธาในการเลือกตั้ง เนื่องจาก ประเทศนี้มีระบบการเมืองแบบ 2 พรรค ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา และทั้ง 2 ตัวเลือกนั้นแทบจะคล้ายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

พรรคแรงงาน ที่ควรจะเป็นตัวเลือกของฝ่ายซ้าย กลับเลียนแบบวาทกรรมฝ่ายขวาของพรรคอนุรักษ์นิยมหรือปัจจุบันคือพรรคปฏิรูปมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเข้าเมือง สวัสดิภาพและระบบสาธารณสุข

ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนรุ่น Gen Z ก็ได้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ผู้นำโลกที่ไม่สนใจกฎหมายระหว่างประเทศแทบไม่ต้องรับผลใด ๆ ยกตัวอย่างเช่น นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลที่กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อหน้าต่อตาประชาคมโลก แต่สหราชอาณาจักรยังไม่กล้าแม้แต่จะประณาม ขณะเดียวกัน “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ไม่เพียงแต่โค่นล้มรัฐบาลสหรัฐฯ ก็รอดพ้นไปได้โดยไม่ต้องรับโทษใด ๆ และยังได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัยด้วยซ้ำ


เราต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพื่อคนรุ่น Gen Z

ผลการสำรวจนี้จัดทำขึ้นก่อนที่สหรัฐฯ จะบุกเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร อย่างไรก็ตาม หากใครต้องการหลักฐานว่าระบอบเผด็จการแทบไม่มีผลกระทบใด ๆ ก็ไม่ต้องมองไปไกลกว่าเหล่านักการเมืองอังกฤษที่ยังปฏิเสธแม้แต่จะยอมรับว่า “ทรัมป์” ละเมิดกฎหมาย
ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

เป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจว่าทำไมศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยจึงกำลังลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะในหมู่คน Gen Z อย่างไรก็ตาม ระบอบเผด็จการไม่สามารถเป็นคำตอบของปัญหานี้ได้ อเมริกาภายใต้ทรัมป์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าผู้นำที่ใช้อำนาจด้วยความแข็งกร้าวไม่มี

เหตุผลที่จะใส่ใจประชาชนอีก 99%

ดังนั้น เราจำเป็นต้องทำให้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยสามารถนำมาซึ่งความยุติธรรมและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้จริงตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป เมื่อระบบอย่างที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันมาตลอดนั้น ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
 

ที่มา : thecanary.co

related