
ทองคำ 2026 ร้อนแรงไม่หยุด! เจาะ 3 ปัจจัยดันราคาพุ่งทะลุ $4,600 แนะกลยุทธ์ลงทุนฉบับคนรุ่นใหม่ จัดพอร์ตรอจังหวะ ‘ย่อตัว’ (Buy the Dips)
เปิดปี 2026 มาไม่กี่สัปดาห์ ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยชั้นดี ล่าสุดราคาทะยานทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนมองเห็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง คำถามที่สำคัญกว่า ‘ทองจะไปถึงไหน?’ คือ เราจะลงทุนอย่างไรในวันที่สินทรัพย์ปลอดภัย...เริ่มร้อนแรงเกินไป?’
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นครั้งนี้ นอกจากปัจจัยหลักเดิมแล้ว ยังมีปัจจัยใหม่ที่เป็นแรงกระตุ้นสำคัญ เขย่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนซ้อนทับกันถึง 3 ชั้น
การตรวจสอบทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับ "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นร้อนที่มากกว่าเรื่องกฎหมาย แต่มันคือการถูกแรงกดดันทางการเมืองเข้าแทรกแซง บั่นทอนความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐฯ เมื่อคนเริ่มไม่เชื่อมั่นในดอลลาร์ ทองคำจึงเป็นคำตอบ ทั้งในเชิงจิตวิทยาตลาดและเชิงโครงสร้าง
การประท้วงใหญ่ในอิหร่านที่ยืดเยื้อ และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ เรื่องการเคลื่อนไหวทางทหารที่ชายแดนอิหร่าน บวกกับท่าทีของ ต่อเวเนซุเอลาที่รุนแรงขึ้น ทำให้คนกลัวว่าจะเกิดสงครามใหญ่ ทองคำในฐานะ Safe Haven จึงถูกกว้านซื้อมากกว่าปกติ
ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่ประกาศออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมาก (เพิ่มเพียง 50,000 ตำแหน่ง) ทำให้ตลาดมั่นใจว่าเฟดต้อง 'หั่นดอกเบี้ย' แน่นอน ซึ่งเป็นมิตรกับราคาทองคำโดยตรง
แม้เทรนด์ใหญ่จะเป็นขาขึ้นชัดเจน แต่นักลงทุนต้องเผื่อใจไว้ว่า 'ฐานราคา' ตอนนี้สูงมากแล้ว นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างประเทศเช่น JPMorgan และ Goldman Sachs ต่างมองเป้าหมายปีนี้ที่ 5,000 , 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ อย่างไรก็ดี วายแอลจียังคงให้เป้าหมายของปี 2569 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์
แม้เป้าหมายจะดูสูง แต่ YLG วิเคราะห์ว่าปีนี้อาจไม่พุ่งแรงเท่าปี 2568 เพราะราคาสะสมมาสูงแล้ว ยกเว้นแต่ว่าปัจจัยสงครามจะลุกลามจนคุมไม่อยู่
การลงทุนในยุคผันผวนต้องอาศัยวินัยและการกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation) ที่เหมาะสม