svasdssvasds

15 ปี ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุด

15 ปี ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุด

ญี่ปุ่นเตรียมที่จะเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังผ่านโศกนาฏกรรมฟุกุชิมะได้ 15 ปี ท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชน

SHORT CUT

  • ญี่ปุ่นเตรียมกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติฟุกุชิมะผ่านไปเกือบ 15 ปี
  • รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนการกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
  • การกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเสี่ยงหากเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย

ญี่ปุ่นเตรียมที่จะเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังผ่านโศกนาฏกรรมฟุกุชิมะได้ 15 ปี ท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชน

เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะครบรอบ 15 ปีของเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิครั้งใหญ่ที่พัดถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ส่งผลให้เตาปฏิกรณ์ 3 เครื่องหลอมละลาย ทำให้ประชาชน 160,000 คนต้องอพยพ และคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 20,000 คนตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น นับเป็นอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในโลกนับตั้งแต่เชอร์โนบิล

แต่ล่าสุด บริษัทโตเกียวอิเล็กทริกพาวเวอร์ (เทปโก) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ กำลังจะกลับมาเดินเครื่อง 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ' โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 4.2 ตารางกิโลเมตรในจังหวัดนีงาตะ ริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ห่างจากกรุงโตเกียวราว 220 กิโลเมตร

นับตั้งแต่ปี 2012 โรงไฟฟ้าแห่งนี้ไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าแม้แต่วัตต์เดียว หลังจากถูกปิดตัวลงพร้อมกับเครื่องปฏิกรณ์อีกหลายสิบเครื่อง เนื่องจากความหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

ขณะที่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ยังคงมีคนงานกำลังขุดดินเพื่อขยายความกว้างของถนนสายหลัก และมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด 

15 ปี ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุด

คนญี่ปุ่นไม่เอา 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใกล้ฉัน'

เทปโก กล่าวว่า จะกลับมาเดินเครื่องปฏิกรณ์หมายเลข 6 จากทั้งหมด 7 เครื่องอีกครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณไฟฟ้าให้กับกรุงโตเกียวได้ประมาณ 2% และจะเป็นก้าวสำคัญในการค่อยๆ กลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รัฐบาลกล่าวว่าจะช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ หากเครื่องปฏิกรณ์ทั้ง 7 เครื่องทำงานพร้อมกัน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 8.2 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้พลังงานในครัวเรือนหลายล้านครัวเรือน

แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากจากทั้งหมด 420,000 คนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าแห่งนี้ การที่เทปโกจะกลับมาผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้งนั้น เต็มไปด้วย 'อันตราย' ที่พวกเขาต้องแบกรับ เช่น ความเสี่ยงที่จะต้องอพยพากเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับฟุกุชิมะ

หนึ่งในนั้นคือผู้อยู่อาศัยจากหมู่บ้านคาริวะที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้ามากที่สุด ต่างก็แสดงความกังวลถึงการที่ผู้อาศัยจำนวนมากเป็นคนชรา  หากเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย พวกเขาจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ซึ่งบั่นทอนโอกาสในการอพยพออกจากพื้นที่ ทั้งยังมีปัญหาถนนที่มักจะถูกปิดกั้นหลังหิมะตกหนักในช่วงฤดูหนาวของทุกปีด้วย

15 ปี ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุด

ขณะที่เทปโกชี้แจงว่า ทางบริษัทเองได้เรียนรู้บทเรียนครั้งใหญ่จากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะไดอิจิแล้ว และให้คำมั่นว่าจะลงทุน 100 พันล้านเยน ในจังหวัดนีงาตะในช่วง 10 ปีข้างหน้า เพื่อพยายามเอาชนะใจประชาชน

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาของการปิดปรับปรุงที่ผ่านมา โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ก็ยังคงมีพนักงาน 6,000 คนที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลระบบต่างๆ ตามปกติ มีการสร้างกำแพงกันคลื่นและประตูที่กันน้ำได้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการป้องกันคลื่นสึนามิ ขณะเดียวกันก็มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเคลื่อนที่และรถดับเพลิงจำนวนมากพร้อมที่จะจ่ายน้ำเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องปฏิกรณ์ในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบกรองที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีด้วย

ทัตสึยะ มาโตบะ โฆษกของเทปโก กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของธุรกิจพลังงานนิวเคลียร์คือการรับประกันความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด และความเข้าใจของประชาชนในพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจและความเชื่อมั่นของชาวบ้านยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่บริษัทเทปโกไม่สามารถเอาชนะได้ และกลุ่มผู้รณรงค์ต่อต้านการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก็มีผลสำรวจที่แสดงให้เห็นถึงการต่อต้านอย่างชัดเจนต่อการกลับมาใช้งานเครื่องปฏิกรณ์อีกครั้ง

การกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ยังถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งได้วางเป้าหมายให้ 'การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์' เป็นหัวใจสำคัญของนโยบายพลังงานใหม่ เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ย้อนกลับไปก่อนเกิดภัยพิบัติฟุกุชิมะ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 54 แห่งที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 30% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ปัจจุบัน จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้งานได้ 33 แห่ง มีเพียง 14 แห่งเท่านั้นที่กำลังใช้งานอยู่ ขณะที่ความพยายามที่จะเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อื่นๆ ก็เผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากคนในพื้นที่เช่นกัน