
SHORT CUT
สหรัฐฯ ถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก ตามที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ แม้จะได้รับคำเตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนและทั่วโลกก็ตาม
สหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างเป็นทางการแล้วในวันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม 2026 หลังเคยประกาศเป้าหมายการถอนผ่านคำสั่งบริหาร ตัวตั้งแต่วันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2025 โดยไม่สนใจเสียงเตือนจากนานาชาติที่ว่า การทำเช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนในสหรัฐฯ และทั่วโลก
โดยทรัมป์ให้เหตุผลในการถอนตัวว่า มาจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก ที่เป็นถึงหน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เผยด้วยว่า หลังจากนี้สหรัฐฯ ยังไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ และไม่มีแผนที่จะกลับไปเข้าร่วมกับองค์การอนามัยโลกอีก โดยจะเน้นการทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ โดยตรง แทนที่จะผ่านองค์กรระหว่างประเทศ ในด้านการเฝ้าระวังโรคและประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขอื่นๆ
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐยังได้ยุติการสนับสนุนทางการเงินแก่องค์การอนามัยโลกแล้ว โดยโฆษกกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้อำนาจในการระงับการโอนทรัพยากรใดๆ ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไปยังองค์การอนามัยโลกในอนาคต เนื่องจากองค์กรดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปหลายล้านล้านดอลลาร์
แม้องค์การอนามัยโลกจะเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ยังคงติดค้างการชำระค่าธรรมเนียมสำหรับปี 2024 และ 2025 แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า "ประชาชนชาวอเมริกันได้จ่ายเงินไปมากเกินพอแล้ว" และสหรัฐฯ มองว่า กฎหมายดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขที่ระบุว่าต้องชำระเงินก่อนการถอนตัว
ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังได้ดำเนินการถอนตัวออกจากองค์กรต่างๆ ของสหประชาชาติหลายแห่ง และบางคนเกรงว่าคณะกรรมการสันติภาพที่ทรัมป์เพิ่งจะพยายามจัดตั้งขึ้น อาจบ่อนทำลายสหประชาชาติโดยรวมได้
สหรัฐฯ ถอนตัวแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ นับเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดขององค์การอนามัยโลก โดยให้การสนับสนุนประมาณ 18% ของเงินทุนทั้งหมด
การถอนตัวของสหรัฐฯ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะก่อให้เกิดวิกฤตทางการเงิน ส่งผลให้องค์การอนามัยโลกจำเป็นต้องลดจำนวนทีมผู้บริหารลงครึ่งหนึ่ง ลดขนาดงานลง พร้อมทั้งตัดงบประมาณทั่วทั้งองค์กร และอาจจะต้องลดจำนวนพนักงานลงประมาณหนึ่งในสี่ภายในกลางปีนี้
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลก กังวลว่า การถอนตัวครั้งนี้อาจทำให้ระบบและความร่วมมือที่โลกพึ่งพาในการตรวจจับ ป้องกัน และรับมือกับภัยคุกคามด้านสุขภาพ เริ่มอ่อนแอลง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อทั้งสหรัฐอเมริกา องค์การอนามัยโลก และประชากรทั่วโลก