
สรุปให้ ผู้สมัคร สส. เพื่อไทย ราชบุรี น้อมรับคำพิพากษา ถือหุ้นสื่อมูลค่า 37 บาท ลืมไว้ตั้งแต่สมัยเรียน หมดสิทธิ์เป็นสส. เลือกตั้ง 2569
กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างกว้างขวาง เมื่อ “หุ้นสื่อ” กลับมาเป็นอาวุธทางกฎหมายที่ชี้ชะตานักการเมืองอีกครั้ง รายล่าสุดคือ ชญานันท์ จินดาเจี่ย หรือ "จูน" ผู้สมัคร สส. ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 จากพรรคเพื่อไทย ที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอนชื่อจากการเป็นผู้สมัคร เพียงเพราะการถือครองหุ้นมูลค่าไม่ถึง 40 บาทที่หลงลืมไว้ตั้งแต่สมัยเรียน
[“ไร้เจตนาครอบงำ” คำชี้แจงจากมูลค่า 37.40 บาท ]
หลังคำสั่งศาลถูกเผยแพร่ ชญานันท์ จินดาเจี่ย หรือ "จูน" โพสต์ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของตนเองที่ “หลงลืม” โดยระบุว่าหุ้นตัวที่เป็นปัญหาคือ หุ้นของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS จำนวนเพียง 220 หุ้น ซึ่งเธอซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2563 สมัยยังเป็นนักศึกษาเพื่อหารายได้เสริม
"มูลค่าหุ้นในขณะนั้นคิดเป็นเงินเพียง 37.40 บาท หรือเพียง 0.00001% ของหุ้นทั้งหมด... จำนวนเท่านี้ไม่มีอำนาจครอบงำสื่อหรือออกเสียงใดๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพรรคการเมืองได้เลย"
แม้จะยืนยันว่าไม่มีเจตนาและหยุดเคลื่อนไหวในพอร์ตหุ้นมานานกว่า 4 ปี แต่เธอก็น้อมรับคำวินิจฉัยและขอโทษชาวราชบุรี พร้อมประกาศเดินหน้าสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในฐานะคนทำงานเบื้องหลังต่อไป
กรณีของ จูน ชญานันท์ เป็นเพียงหนึ่งในปฏิบัติการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 กกต. ได้เผยแพร่เอกสารแจ้งคำสั่งศาลฎีกา ให้ถอนชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 7 ราย จาก 4 พรรคการเมือง เนื่องจากพบว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) ที่สั่งห้ามผู้สมัคร สส. เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ถูกนำมาใช้ตัดสินอย่างเคร่งครัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สรุปรายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อ:
พรรคกล้าธรรม (3 ราย): นายฉลอง แสงราษฎร์เมมินทร์ (นครราชสีมา), นายพสิษฐ์ คำชัย (ชัยภูมิ), นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ (ภูเก็ต)
พรรคเพื่อไทย (2 ราย): นางสาวชญานันท์ จินดาเจี่ย (ราชบุรี), นายกิตณัฏฐ์ อินทร์พรหม (นครศรีธรรมราช)
พรรคประชาชน (1 ราย): นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ (ตาก)
พรรคพลังประชารัฐ (1 ราย): นางสาววันใหม่ ทรงศิลสอาด (ระยอง)
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยมีเรื่องทำนองนี้ คล้ายๆแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว คดีที่โด่งดังที่สุดหนีไม่พ้นกรณีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในปี 2562 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพ สส. จากการถือหุ้นในบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าปิดบริษัทไปแล้วก็ตาม
ถัดมาในปี 2563 ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สส. พรรคอนาคตใหม่ (ในขณะนั้น) ก็ถูกวินิจฉัยให้พ้นสภาพเช่นกันจากการถือหุ้นในบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์
กรณีล่าสุดของพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดราชบุรี (ยังไม่ได้เป็น สส.) คือ "ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย" ก็อาจกลายเป็นกำแพงเหล็กที่ปิดกั้นเส้นทางสู่สภาได้