svasdssvasds

ยศชนัน พร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 33 เพื่อไทยดันนโยบายแก้หนี้ ไม่ทิ้งใครไว้

ยศชนัน พร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 33 เพื่อไทยดันนโยบายแก้หนี้ ไม่ทิ้งใครไว้

‘ยศชนัน’ ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 33 บนเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อไทย ชูโมเดล ‘นักวิทยาศาสตร์’ กู้เศรษฐกิจ-แก้หนี้ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ในการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทยระดมแกนนำและผู้สนับสนุนเต็มความจุสนามกีฬาเทพหัสดิน ชูจุดขายความเป็นมืออาชีพ ประสบการณ์บริหาร และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีพื้นฐานเป็นนักวิทยาศาสตร์

แกนนำพรรคเพื่อไทยสลับกันขึ้นเวทีเพื่อย้ำจุดยืนและขอคะแนนเสียงโค้งสุดท้าย โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และการประกาศความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

‘ยศชนัน’ ขอโอกาสเป็นนายกฯ คนที่ 33 

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีด้วยความมุ่งมั่น โดยประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง เขาพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่ 33” ของประเทศไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ

เขาพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่ 33” ของประเทศไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ "เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี  คุณภาพชีวิตที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้  หากปราศจากหัวใจ  ในสิ่งที่เข้าใจ ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง

"ประเทศไทยจะให้โอกาส ให้คนที่ล้มลง  ได้ลุกกลับขึ้นมา อีกครั้งครับ เราจะแก้หนี้ทั้งระบบ เราจะดูแลคนที่เปราะบาง ให้ดีที่สุด  เพราะเขาคือคนไทยเหมือนพวกเรา 

"แยกแห่งความหวัง กำลังเปิดขึ้นแล้ว  8 ก.พ. ผมขอโอกาส  พรรคเพื่อไทย ดูแลประชาชนทุกคนอีกครั้งได้ไหม   ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์   พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกฯ คนที่ 33  เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่  ขอเปลี่ยนแปลงความหวัง ความฝัน  ของพ่อแม่พี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง" 

ยศชนันเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของนโยบายพรรค คือการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยระบุว่าภารกิจเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาหนี้สินทั้งระบบและการดูแลกลุ่มเปราะบาง

ปราศรัยใหญ่สุดท้าย - ‘ยศชนัน’ พร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 33 ดันนโยบายแก้หนี้-ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Credit ภาพ NATION PHOTO
 

‘จุลพันธ์’ ชี้ 8 ก.พ. คือจุดเปลี่ยน ดัน ‘เชน’ นำไทยพ้นขัดแย้ง 

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยโดยฉายภาพความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหย่อนบัตร แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากประเทศต้องเผชิญกับสภาวะ “การเมืองบิดเบี้ยว” จากรัฐบาลเสียงข้างน้อยและอำนาจนอกระบบ

จุลพันธ์กล่าวโจมตีการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมและการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าตลอด 20 ปี ตั้งแต่ไทยรักไทยจนถึงเพื่อไทย พรรคไม่เคยทิ้งประชาชน แม้จะถูกกระทำทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในด้านนโยบาย หัวหน้าพรรคเพื่อไทยย้ำถึงชุดนโยบายหลักที่จะเปลี่ยนชีวิตคนไทย ได้แก่:

• ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค
• รถเมล์ปรับอากาศ 10 บาท และรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
• การประกันรายได้เกษตรกรและกำไร 30%
•นโยบาย "หวยเกษียณ" เปลี่ยนการเสี่ยงโชคเป็นเงินออม
• การการันตีรายได้ขั้นต่ำ 3.000 บาทต่อเดือน

จุลพันธ์ทิ้งท้ายด้วยการสนับสนุน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ "อ.เชน" โดยยกย่องว่าเป็นนักนวัตกรรมระดับโลกที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และจะเป็นผู้นำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง “จงโอบรับความฝัน และมาร่วมกันเปลี่ยน ‘อ.เชน’ เป็น ‘นายกฯ เชน’ เพื่อทำให้ไทยยิ่งใหญ่”

ปราศรัยใหญ่สุดท้าย - ‘ยศชนัน’ พร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 33 ดันนโยบายแก้หนี้-ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Credit ภาพ AFP
 

‘สุริยะ’ ชูโมเดล ‘นักวิทยาศาสตร์’ บริหารประเทศ

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ โดยระบุว่าแม้โพลหลายสำนักจะให้พรรคเป็นอันดับรอง แต่เขามั่นใจว่าเพื่อไทยจะชนะเป็นอันดับ 1 เพราะฝ่ายตรงข้ามแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

สุริยะนำเสนอแนวคิดใหม่ในการเลือกผู้นำ โดยระบุว่าประเทศไทยเคยมีนายกฯ มาทั้งสายทหารและนักธุรกิจ แต่ครั้งนี้ถึงเวลาของ “นักวิทยาศาสตร์”

“วิทยาศาสตร์สอนให้คิดบนข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ วัดผลได้และปรับปรุงได้จริง” นายสุริยะกล่าว “อ.เชน มองปัญหาเป็นภาพจริง ไม่ใช่ภาพฝัน เข้าใจเทคโนโลยีและระบบราชการ”

เขายังย้ำว่า นโยบายของเพื่อไทย “คิดยาก ลอกง่าย แต่ทำยาก” ดังนั้นต้องให้คนคิดริเริ่มเป็นคนลงมือทำ และขอเสียงสนับสนุนให้ถึง 200 เสียง เพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายทั้งหมดให้สำเร็จได้ภายใน 4 ปี

‘ศึกษิษฏ์’ ปลุกพลังคนเสื้อแดง: “ยักษ์ตื่นแล้ว” 

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณของผู้สนับสนุนเดิม หรือ “คนเสื้อแดง” โดยเขายอมรับว่าที่ผ่านมาสีแดงถูกวาทกรรมทางการเมืองทำให้กลายเป็นผู้ร้าย และผู้สนับสนุนถูกด้อยค่า

นายศึกษิษฏ์กล่าวเปรียบเปรยถึงการต่อสู้ของพรรคว่าเป็นการยืนอยู่บนไหล่ของ “ยักษ์” ในอดีต ทั้งทักษิณ, สมัคร, สมชาย, ยิ่งลักษณ์, เศรษฐา และแพทองธาร แต่ยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือประชาชน

“เขาหาว่าเราโง่ จน ซื้อได้... แต่เราจะไม่ยอมแพ้ เพราะไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนสี หรือวาทกรรม แต่พวกเรายังยืนอยู่ที่เดิม สีเดิม คือสีแดงที่หัวใจคือพี่น้องประชาชน”
 

related