
SHORT CUT
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าว เมื่อ 14.00 น. เพื่อเคลียร์ความขัดแย้ง ปมดราม่าต่างๆ หลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณี "ชลบุรี เขต 1" และ "ปทุมธานี" พร้อมยืนยันว่าทุกกระบวนการตรวจสอบต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ตามกระแสเรียกร้องเพียงอย่างเดียวได้
จากเหตุการณ์ความวุ่นวายในเขต 1 จังหวัดชลบุรี ที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสระหว่างการ "ยุบรวมหีบบัตร" ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย เช่น หีบบัตรไม่มีสายรัด หรือเศษวัสดุอุปกรณ์ที่ตกหล่น เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขนย้ายบัตรจากหน่วยเลือกตั้งไปเก็บรักษา ณ สถานที่ปลอดภัย (ตามกฎหมายต้องเก็บรักษาไว้ 2 ปี)
ประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือสงสัยเรื่องกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ในกระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนน และนับคะแนนจะจบที่หน่วย หมายความว่าทุกหน่วย เมื่อนับคะแนนแล้ว รวมคะแนนแล้ว ต้องติดประกาศผลนับคะแนนบริเวณหน้าหน่วย ทุกหน่วยจะมีแบบนี้ เสร็จแล้วรวบรวมผลคะแนนทุกหน่วย มาส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมผลคะแนนทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้งนั้น ๆ
“หลังจากรวมผลคะแนนเรียบร้อย จะมีขั้นตอนกระบวนการเรียกว่า ยุบรวมหีบบัตร คือเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาหีบเหล่านี้ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ปลอดภัย เก็บไว้จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี นี่คือขั้นตอนที่อยากให้เข้าใจก่อน” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี ระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม กำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือเขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน
“อาจมองว่ามีการออกไปในสื่อมวลชนว่า มีบัตรขีดคะแนน ใครก็ไม่รู้มาเผยแพร่ มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ขอทำความเข้าใจว่า ในการยุบรวม อาจมีบางหน่วยซึ่งเขาไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร กรณีนี้ กกต.ประจำเขต จะรวบรวมกรณีพลัดหลงแบบนี้ บรรจุในหีบไปรักษาไว้ ณ ที่ปลอดภัยเหมือนบัตรเลือกตั้ง” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใส กกต. ได้มีมติส่งทีมสืบสวนสอบสวนส่วนกลางลงพื้นที่ร่วมกับ ผอ.กกต.ชลบุรี เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 2 วัน หากพบหลักฐานการทุจริตหรือความผิดพลาดที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง กกต. ชุดใหญ่มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่ หรือสั่งเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. ทันที
เคส "ปทุมธานี" กกต.สั่งสอบสวนปมหน่วยเลือกตั้ง นับคะแนนใหม่โดยไม่รอมติทางการ เพราะอำนาจนี้เป็นของ กกต. เท่านั้น
ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีการเปิดหีบนับคะแนนใหม่ไปก่อนหน้านี้นั้น กกต. ระบุว่ากำลังตรวจสอบเนื่องจากอาจเป็นการ "ข้ามขั้นตอน" โดยย้ำว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดสามารถสั่งนับคะแนนใหม่เองได้หากปราศจากมติจาก กกต. ชุดใหญ่
.
"กระบวนการนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ ต้องมีที่มา เหตุผล และพยานหลักฐานที่ชัดเจนประกอบการพิจารณา" ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
กกต. ย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า คะแนนที่ติดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง (แบบ สส. 5/18) คือหลักฐานที่สำคัญที่สุด ซึ่งไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ในภายหลัง แม้การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางอาจมีความคลาดเคลื่อนจากการคีย์ข้อมูล แต่ผลอย่างเป็นทางการ (แบบ สส. 6/1) จะต้องตรงกับหน้าหน่วยเสมอ
.
ทั้งนี้ ในค่ำคืนที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียในไทย ผลักดันแฮชแท็ก #นับใหม่ทั้งประเทศ ขึ้นมาอย่างรุนแรงมากๆ ท่ามกลางกระแสข่าวเลือกตั้งที่เพิ่งจบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สำหรับประชาชนที่ต้องการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ กกต. แนะให้ดำเนินการผ่าน 2 ช่องทางตามกฎหมาย:
การยื่นคำร้อง: พร้อมแนบพยานหลักฐานความผิดปกติที่พบ
ความปรากฏต่อ กกต.: เมื่อ กกต. ตรวจพบความผิดปกติเองจากการตรวจสอบภายใน
ในตอนท้าย กกต. ขอความร่วมมือให้ประชาชนเสพสื่ออย่างมีสติ และเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบ พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองใดก็ตาม