svasdssvasds

เจาะปม 'เงินฌาปนกิจ' ล่ม เมื่อสวัสดิการสุดท้าย อาจกลายเป็นหลุมพราง

เจาะปม 'เงินฌาปนกิจ' ล่ม เมื่อสวัสดิการสุดท้าย อาจกลายเป็นหลุมพราง

สรุปดราม่า 'เงินฌาปนกิจ' หลังสมาคมฌาปนกิจทั่วไทยทยอยปิดตัว เปิดสาเหตุทำไมกองทุนล่ม ใครคือเหยื่อที่ต้องรับกรรม และแนวทางป้องกันไม่ให้เงินก้อนสุดท้ายของชีวิตต้องสูญเปล่า

SHORT CUT

  • กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์จำนวนมากกำลังประสบปัญหาวิกฤตความเชื่อมั่นและต้องปิดตัวลง โดยเกือบ 1 ใน 4 ของสมาคมที่จดทะเบียนได้หายไปจากระบบ
  • สาเหตุหลักของการล่มสลายมาจากโครงสร้างสังคมสูงวัยที่ทำให้สมาชิกต้องจ่ายเงินบ่อยขึ้น การขาดคนรุ่นใหม่มาเติมระบบ และปัญหาการบริหารที่ขาดธรรมาภิบาลรวมถึงการทุจริต
  • ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงคือกลุ่มผู้สูงอายุที่ส่งเงินมานานแต่กลับถูกลอยแพ ทำให้สวัสดิการสุดท้ายที่คาดหวังไว้กลายเป็นภาระหนี้สินแก่ทายาท

สรุปดราม่า 'เงินฌาปนกิจ' หลังสมาคมฌาปนกิจทั่วไทยทยอยปิดตัว เปิดสาเหตุทำไมกองทุนล่ม ใครคือเหยื่อที่ต้องรับกรรม และแนวทางป้องกันไม่ให้เงินก้อนสุดท้ายของชีวิตต้องสูญเปล่า

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลบนโซเชียลถึงการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในหลายพื้นที่ สร้างความตระหนกตกใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่ส่งเงินสมทบรายเดือน หวังเป็นค่าจัดการศพในวาระสุดท้าย

ล่าสุดวันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน 

ซึ่งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็น อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา 

และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

 

 

"การฌาปนกิจสงเคราะห์" คือระบบสวัสดิการแบบรากหญ้าที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน มีหลักการคือ "การพึ่งพาซึ่งกันและกัน" (Self-help & Mutual-help) โดยสมาชิกตกลงจะช่วยจ่ายเงินคนละเล็กน้อย  เมื่อมีเพื่อนสมาชิกเสียชีวิต เพื่อรวบรวมเป็นเงินก้อนใหญ่ให้ทายาทนำไปจัดงานศพและเป็นทุนตั้งตัว

ปัจจุบันระบบนี้ถูกทำให้ถูกกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นหลักประกันให้กับกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันชีวิตภาคเอกชนได้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีสมาคมที่จดทะเบียนกว่า 4,874 แห่ง แต่ยังดำเนินการอยู่จริงเพียง 3,839 แห่ง หรือหายไปเกือบ 1 ใน 4 ของระบบ ซึ่งสะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่

เจาะ 3 สาเหตุหลัก ทำไมกองทุนถึง "ล่มสลาย"

สาเหตุที่เงินฌาปนกิจหลายแห่งต้องปิดตัวลง ไม่ได้มาจากปัญหาเดียวแต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ทับซ้อนกัน:

  1. สังคมสูงวัย (Aging Society) เมื่อสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อัตราการเสียชีวิตจึงสูงขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้สมาชิกที่เหลือต้อง "ส่งเงินถี่ขึ้น" จากเดิมเดือนละครั้ง กลายเป็นเกือบทุกวันจนแบกรับภาระไม่ไหวและขอลาออก
  2. ขาด "คนรุ่นใหม่" สานต่อ คนรุ่นใหม่มักมองว่าระบบนี้ไม่คุ้มค่าและเลือกทำประกันชีวิตที่มั่นคงกว่า เมื่อไม่มีสมาชิกใหม่มาแชร์ค่าใช้จ่าย ภาระจึงตกอยู่ที่คนเก่าจนเงินเรียกเก็บไม่พอจ่ายทายาท เกิดภาวะที่เรียกว่า "แชร์ลูกโซ่ในคราบสวัสดิการ"
  3. ธรรมาภิบาลและการทุจริต หลายกองทุนบริหารโดยคณะกรรมการที่ขาดความรู้ด้านการเงิน หรือที่เลวร้ายที่สุดคือ "การปลอมชื่อคนตาย" (Ghost Claims) เพื่อยักยอกเงิน และการนำเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าไปหมุนเวียนผิดวัตถุประสงค์ จนเกิดความเสียหายระดับร้อยล้านบาทในหลายพื้นที่

ใครคือผู้สูญเสีย และทางรอดของวัยเกษียณ

ผลกระทบนี้รุนแรงที่สุดต่อ กลุ่มผู้สูงอายุ ที่ส่งเงินมานานนับสิบปีด้วยหวังว่าจะเป็น "มรดกชิ้นสุดท้าย" แต่กลับถูกลอยแพกลางคัน รวมถึง ทายาท ที่ต้องแบกรับหนี้สินค่าจัดงานศพเอง และผู้ค้ำประกันเงินกู้ ในระบบสหกรณ์ที่หลักประกันหายไปทันทีเมื่อสมาคมล่ม

คำแนะนำสำหรับประชาชน

ก่อนสมัครหรือส่งเงินต่อ ควรเช็กว่าสมาคมนั้น จดทะเบียนถูกต้องกับกระทรวง พม. หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือไม่ (ใบสำคัญ ส.ฌ. 3) และต้องหมั่นติดตามรายงานงบการเงินทุกปี หากพบพฤติกรรมเรียกเก็บเงินถี่แต่จ่ายเงินล่าช้า ให้รีบแจ้งนายทะเบียนท้องที่เพื่อเข้าตรวจสอบทันที เพราะอำนาจการสั่งเลิกและชำระบัญชีอยู่ที่ท้องถิ่นตามกฎหมาย

related