svasdssvasds

รู้จัก "ภาษีสนามบิน" คืออะไร ใครบ้างที่ต้องจ่าย หลัง AOT ปรับขึ้น 1,120 บาท

รู้จัก "ภาษีสนามบิน" คืออะไร ใครบ้างที่ต้องจ่าย หลัง AOT ปรับขึ้น 1,120 บาท

ทำความรู้จัก "ภาษีสนามบิน" หรือ Airport tax ภาษีที่ผู้โดยสารต้องชำระเมื่อเดินทางโดยเครื่องบิน อัตราภาษีจะแตกต่างกันไปในแต่ละสนามบิน ขึ้นอยู่กับระยะทางและประเภทของเครื่องบิน

SHORT CUT

  • ทอท. (AOT) ประกาศปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) เป็น 1,120 บาท ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่งในสังกัด
  • รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับการให้บริการของท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร
  • มีการตั้งข้อสังเกตว่าอัตราใหม่นี้สูงกว่าค่าบริการของสนามบินชั้นนำของโลกหลายแห่ง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกาตาร์ ทั้งที่อันดับของสนามบินไทยยังต่ำกว่า
  • การปรับขึ้นค่าบริการจะถูกบวกเข้าไปในราคาตั๋วเครื่องบิน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางมาไทยสูงขึ้นและกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว

ทำความรู้จัก "ภาษีสนามบิน" หรือ Airport tax ภาษีที่ผู้โดยสารต้องชำระเมื่อเดินทางโดยเครื่องบิน อัตราภาษีจะแตกต่างกันไปในแต่ละสนามบิน ขึ้นอยู่กับระยะทางและประเภทของเครื่องบิน

ค่าภาษีสนามบิน Airport tax เป็นภาษีที่ผู้โดยสารต้องชำระเมื่อเดินทางโดยเครื่องบินเพื่อนำรายได้มาพัฒนาและบำรุงรักษาสนามบิน ให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปในแต่ละสนามบิน ขึ้นอยู่กับระยะทางและประเภทของเครื่องบิน 

ทั้งนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ประกาศปรับอัตราค่าบริการภาษีผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569

6 ท่าอากาศยานที่จัดเก็บภาษีสนามบินผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ

AOT จะดำเนินการจัดเก็บภาษีสนามบิน Airport tax  ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของไทย ดังนี้

  1. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  2. ท่าอากาศยานดอนเมือง
  3. ท่าอากาศยานเชียงใหม่  
  4. ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  5. ท่าอากาศยานภูเก็ต 
  6. ท่าอากาศยานหาดใหญ่

รู้จัก "ภาษีสนามบิน" คืออะไร ใครบ้างที่ต้องจ่าย หลัง AOT ปรับขึ้น 1,120 บาท

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยว่า การปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศในครั้งนี้ เป็นไปตามอนุมัติคณะกรรมการการบินพลเรือน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 และตามหลักเกณฑ์สากลขององค์การการบิน พลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ตามเอกสาร Doc 9082 ซึ่งกำหนดหลักการสำคัญ ได้แก่ ความไม่เลือกปฏิบัติ ความสอดคล้องกับต้นทุน ความโปร่งใส และการรับฟังความคิดเห็นผู้ใช้บริการ ตลอดจนเป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดย AOT ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และนำส่งข้อมูลต้นทุนให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบครบถ้วนก่อนการอนุมัติ ทั้งนี้ AOT ขอยืนยันว่า ค่าบริการ PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินเท่านั้น และยังต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้รายได้จากค่า PSC จะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงการนำระบบบริการผู้โดยสารอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้ เพื่อลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความคล่องตัวในการเช็กอิน และยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ทั้งนี้  จากการสำรวจความคิดเห็นผู้โดยสารและสายการบิน พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เห็นว่าอัตรา PSC ใหม่อยู่ในระดับเหมาะสม และไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง

 

 

"ภาษีสนามบิน" ใครบ้างที่ต้องจ่าย

ผู้โดยสารภายในประเทศ "ไม่ได้รับผลกระทบ" สำหรับการเดินทางจากสนามบินทั้ง 6 แห่งนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆ ภายในประเทศไทย ยังคงเสียค่าบริการที่ 130 บาทเท่าเดิม เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศตามนโยบายภาครัฐ

ไทยเก็บภาษีแพงกว่าสนามบินชั้นนำ

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยข้อมูลเปรียบเทียบค่าบริการผู้โดยสารขาออกของไทยกับสนามบินชั้นนำของโลก โดยระบุว่า

อีกไม่นาน ผู้โดยสารที่บินออกจากไทยจะต้องจ่ายแพงขึ้น เนื่องจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เตรียมปรับค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge หรือ PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ณ สนามบิน 6 แห่ง ในสังกัด ทอท. จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้น 390 บาท คิดเป็น 53%

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ขึ้นราคาเท่าไหร่?” แต่คือ “เงินที่จ่ายเพิ่ม ผู้โดยสารจะได้อะไรกลับมา?”

PSC ของไทยแพงไหม? เมื่อเทียบกับสนามบินระดับโลก

เมื่อเทียบกับสนามบินชั้นนำของโลกในปี 2568 ที่จัดอันดับโดย Skytrax ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินและจัดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นประจำทุกปี หลังการปรับราคา สนามบินสุวรรณภูมิจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบินระดับโลกหลายแห่ง ทั้งที่อันดับโลกของสนามบินสุวรรณภูมิยังอยู่เพียงอันดับ 39

ตัวอย่าง PSC สนามบินชั้นนำของโลก... สนามบินชางงีของสิงคโปร์ อันดับ 1 ของโลก ประมาณ 1,600 บาท สนามบินฮาหมัดของกาตาร์ อันดับ 2 ประมาณ 600 บาท สนามบินฮาเนดะของญี่ปุ่น อันดับ 3 ประมาณ 600 บาท สนามบินอินชอนของเกาหลีใต้ อันดับ 4 ประมาณ 370 บาท สนามบินนาริตะของญี่ปุ่น อันดับ 5 ประมาณ 640 บาท และสนามบินฮ่องกง อันดับ 6 ประมาณ 800 บาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ไทยกำลังจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบิน 5 แห่งใน Top 6 ของโลก คำถามที่ตามมาคือ “เมื่อจ่ายระดับโลก แล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการระดับไหน?”

ผลกระทบ “ตั๋วแพงขึ้น แข่งขันยากขึ้น”

ค่า PSC ถูกบวกเข้าไปในราคาตั๋วเครื่องบิน เที่ยวบิน Low Cost ระยะเวลาบิน 4-5 ชั่วโมง ราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท หากเพิ่ม PSC อีก 390 บาท จะทำให้ราคาตั๋วแพงขึ้น 7-10% ทุกเที่ยว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ ค่าเดินทางมาไทยแพงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวลดลง นักท่องเที่ยวอาจเลือกไปประเทศอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า สุดท้ายรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้โดยสารไทย แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งระบบ

ทอท.ได้รายได้เพิ่ม “แล้วผู้โดยสารจะได้อะไรกลับมา?”

โดยหลักการ รายได้จาก PSC ควรใช้เพื่อยกระดับการให้บริการผู้โดยสาร เช่น

  1. พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดีขึ้น เช่น ลดคิวตรวจคนเข้าเมืองและจุดตรวจความปลอดภัย ระบบโหลดกระเป๋าและรับกระเป๋าเร็วขึ้น ห้องน้ำ-ที่นั่ง-พื้นที่พักผู้โดยสารเพียงพอ WiFi ครอบคลุมและเร็ว รวมทั้งพัฒนาระบบ Self Check-in และ Biometrics ให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบและครอบคลุมทุกพื้นที่
  2. ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัย
  3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขยายอาคารผู้โดยสาร ลดความแออัด เพิ่มหลุมจอดเครื่องบิน ลดปัญหาคอขวดในสนามบิน

ถ้าผู้โดยสารได้เห็นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ย่อมยินดีจ่าย แต่สิ่งเขากังวลคือ เงินที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับการให้บริการจริงหรือไม่? หรือเพียงกลายเป็นกำไร โบนัส และเงินปันผล?

การขึ้นราคาไม่ใช่ปัญหา หากพิสูจน์ได้ว่า “คุ้มค่าต่อผู้โดยสาร”

ที่มา : AOTดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

related