svasdssvasds

บทเรียนศึกอิหร่าน : สงครามสมัยใหม่ชี้ขาดกันด้วย “คลังแสงป้องกันภัยทางอากาศ”

บทเรียนศึกอิหร่าน : สงครามสมัยใหม่ชี้ขาดกันด้วย “คลังแสงป้องกันภัยทางอากาศ”

ศึกสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สะท้อนชัดว่าสงครามยุคใหม่ไม่ได้วัดที่ทหารราบ แต่ตัดสินกันที่คลังแสงต่อต้านอากาศยาน ใครหมดก่อนคือผู้แพ้

SHORT CUT

  • สงครามสมัยใหม่ได้เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการสู้รบด้วยขีปนาวุธและโดรนระยะไกล ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดชัยชนะ ไม่ใช่กำลังรบภาคพื้นดิน
  • กรณีความขัดแย้งในอิหร่านเป็นบทพิสูจน์ว่า การมีคลังแสงป้องกันภัยทางอากาศที่แข็งแกร่งสามารถป้องกันการโจมตีระลอกใหญ่ได้ ในขณะที่การโจมตีเพื่อทำลายระบบป้องกันของศัตรูคือหัวใจสำคัญในการครองความเหนือกว่า
  • ความต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สูงขึ้นทั่วโลกสวนทางกับกำลังการผลิตที่จำกัด ทำให้ชาติมหาอำนาจเผชิญความท้าทายในการจัดสรรทรัพยากรที่สำคัญนี้โดยไม่สร้างช่องโหว่ในภูมิภาคอื่น

ศึกสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สะท้อนชัดว่าสงครามยุคใหม่ไม่ได้วัดที่ทหารราบ แต่ตัดสินกันที่คลังแสงต่อต้านอากาศยาน ใครหมดก่อนคือผู้แพ้

ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่า สงครามสมัยใหม่ไม่ได้วัดกันที่กำลังภาคพื้นดินเพียงอย่างเดียว แต่ชี้ขาดกันที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธสกัดกั้น ประเทศใดคลังอาวุธไม่มากพอ อาจสูญเสียการครองเกมความเหนือกว่าทางอากาศ

การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบป้องกันภัยทางมีความสำคัญเพียงใดในสงครามสมัยใหม่ที่มีความเข้มข้นรุนแรงสูง (High-intensity Modern Wars) ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่นิยามด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรนเป็นหลัก

ความขัดแย้งครั้งนี้ที่นำไปสู่การสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการทพลายระบบเหล่านั้นเพื่อเปิดทางให้ปฏิบัติการทางอากาศดำเนินไปได้หรือการพึ่งพาระบบเหล่านี้อย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องฐานทัพจากการโจมตีตอบโต้

คูเวต ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม (Ali Al Salem Air Base) ที่มีกำลังพลสหรัฐฯ ประจำการอยู่  รายงาน เมื่อวันอาทิตย์ว่า ต้องเผชิญกับขีปนาวุธนำวิถีแบบทิ้งตัว จำนวน 97 ลูก และโดรน 283 ลำ ซึ่งการจะเอาชนะการระดมยิงถล่มในระดับนี้ได้จำเป็นจะต้องมีคลังอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่แข็งแกร่ง
เมื่อระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่เพียงพอ

บทเรียนศึกอิหร่าน : สงครามสมัยใหม่ชี้ขาดกันด้วย “คลังแสงป้องกันภัยทางอากาศ” Credit ภาพ REUTERS

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า การโจมตีอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อรื้อถอนกลไกความมั่นคงของระบอบอิหร่าน โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามเร่งด่วน ได้แก่ ขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศ ฐานยิงขีปนาวุธและโดรน รวมถึง สนามบินทางทหารของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า ได้รื้อถอนทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศส่วนใหญ่ในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน และกำลังปูทางไปสู่การสถาปนาความเหนือกว่าทางอากาศเหนือน่านฟ้าเตหะราน

ในวันเสาร์ อิสราเอลส่งเครื่องบินรบประมาณ 200 ลำ ทิ้งระเบิดหลายร้อยลูกใส่เป้าหมายกว่า 500 จุด รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครื่องยิงขีปนาวุธของอิหร่าน

การมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ไม่เพียงพอจะสามารถทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างยิ่งในสงครามที่พึ่งพาการโจมตีระยะไกล โดยจะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อกำลังทางอากาศและอาวุธนำวิถีของศัตรูให้สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งทางทหารหรือผู้นำระดับสูง ซึ่งอิหร่านเพิ่งประสบกับความสูญเสียอย่างหนักทั้ง 2 ด้านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ความสำคัญของระบบป้องกันภัยทางอากาศในสงครามขีปนาวุธ
ระบบป้องกันภัยทางอากาศมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

บทเรียนศึกอิหร่าน : สงครามสมัยใหม่ชี้ขาดกันด้วย “คลังแสงป้องกันภัยทางอากาศ” Credit ภาพ REUTERS
 

บทเรียนข้ามทวีปถึงมหาอำนาจ

CENTCOM ระบุว่า สามารถป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยครั้งโดยไม่มีผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับ Business Insider ว่า ระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ MIM-104 Patriot และระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ถูกนำมาใช้ปกป้องภูมิภาคตะวันออกกลางจากการโจมตีโต้กลับของอิหร่าน รวมถึง มีการยิงจรวดสกัดกั้นจากเรือรบและอากาศยานเข้าร่วมด้วย

ประเทศที่ถูกอิหร่านโจมตี เช่น กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และบาห์เรน ระบุว่า สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านได้เป็นส่วนใหญ่ บางกรณีสามารถหยุดยั้งการโจมตีได้ทั้งระลอก แม้รายละเอียดจะยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน แต่ความเสียหายดูเหมือนจะมีเพียงเล็กน้อย และจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายก็จำกัดมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงวันแรก ๆ ของสงครามและอิหร่านเองก็มีคลังขีปนาวุธขนาดใหญ่ และได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการโจมตีต่อไป การระดมยิงถล่มขนานใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับคลังอาวุธการป้องกันภัยทางอากาศ

เมื่อพิจารณาร่วมกับความขัดแย้งอื่น ๆ ในปัจจุบันและที่อาจเกิดขึ้น สงครามในอิหร่านเป็นหลักฐานยืนยันเพิ่มเติมว่า สงครามสมัยใหม่จำนวนมากได้กลายเป็นการสู้รบด้วยขีปนาวุธระยะไกล หากปราศจากระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ดี ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

นี่เป็นรูปแบบการทำสงครามที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากการทำสงครามปราบปรามผู้ก่อการร้ายและกลุ่มกบฏที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเคยทำในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ภัยคุกคามระดับสูงต้องการขีดความสามารถที่มากตาม

บทเรียนศึกอิหร่าน : สงครามสมัยใหม่ชี้ขาดกันด้วย “คลังแสงป้องกันภัยทางอากาศ” Credit ภาพ REUTERS

จีนและรัสเซียต่างมีคลังแสงขีปนาวุธจำนวนมหาศาลและยังคงขยายขีดความสามารถดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ชาติตะวันตกเองก็รับทราบถึงภัยคุกคามนี้ แต่สงครามในยูเครน ซึ่งรัสเซียถล่มเมืองต่าง ๆ ทุกคืนด้วยการผสมผสานการใช้ขีปนาวุธและโดรนจำนวนมาก ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่

ยูเครนกำลังพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนเอง พร้อมทั้งแสวงหาระบบเพิ่มเติมจากชาติพันธมิตร การรับมือการยิงถล่มจากรัสเซียแต่ละครั้งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก โดยยูเครนใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นมูลค่าเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,150 ล้านบาท) เพื่อป้องกันการโจมตีของรัสเซียเพียงครั้งเดียว

โลกยุคใหม่ อาวุธแพงกว่าทองคำ

ขณะที่ชาติตะวันตกหลายประเทศปล่อยให้คลังแสงป้องกันภัยทางอากาศของตนถดถอยลง จนต้องมีการเร่งลงทุนใหม่ขนานใหญ่ในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO)
เลขาธิการนาโตให้คำมั่นว่าจะเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศขึ้น 5 เท่า อันเป็นผลจากการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่กำลังเพิ่มกำลังการผลิต และมีการพัฒนาระบบใหม่ ๆ ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ต้องการให้ “Golden Dome” ระบบป้องกันขีปนาวุธของตัวเองสามารถป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนจากรัสเซียและจีนได้ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธของระบบเหล่านี้มีต้นทุนที่สูงและใช้เวลานานในการผลิต ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมก็กำลังประสบปัญหาในการผลิตให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ จะเพิ่มกำลังการผลิตแล้วก็ตาม

“มิก ไรอัน” (Mick Ryan) พลตรีเกษียณอายุและนักยุทธศาสตร์ชาวออสเตรเลียที่มุ่งเน้นความสนใจเกี่ยวกับสงครามในอนาคต ระบุว่า ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหนักหน่วงอาจก่อให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ ได้ พร้อมเสริมว่า ระบบ Patriot ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันของยูเครน แต่ขณะนี้ก็เป็นที่ต้องการอย่างมากในภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นกัน

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า รัสเซียอาจจะฉกฉวยโอกาสจากช่องว่างด้านขีดความสามารถชั่วคราวของยูเครนในขณะที่ความสนใจและกำลังการผลิตของอเมริกามุ่งไปที่อิหร่าน พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาท่าทีการป้องกันภัยทางอากาศที่แข็งแกร่งทั้งในยุโรปและภูมิภาคแปซิฟิก แม้ในขณะที่กำลังทำสงครามกับอิหร่านอยู่ก็ตาม

“ไรอัน” เตือนว่า การที่สหรัฐฯ รวมศูนย์ทรัพยากรป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ไว้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจเป็นการบั่นทอนอำนาจการป้องปรามในภูมิภาคแปซิฟิก พร้อมทิ้งท้ายว่า เรือบรรทุกเครื่องบินทุกลำในอ่าวเปอร์เซีย ฝูงบินทุกฝูงในยุโรป และระบบป้องกันขีปนาวุธทุกชุดที่ปกป้องประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ล้วนเป็นขีดความสามารถที่ไม่อาจนำไปใช้ในการยับยั้งการขยายอำนาจของจีนได้


ที่มา :  businessinsider

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

related