
SHORT CUT
พามาดูโจทย์ใหญ่พลังงานไทย ในวันที่โลกเกิดสงครามกันที่ตะวันออกกลาง วัดใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัฐบาลชุดใหม่มากๆ ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.-แผน PDP ใหม่
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น สงครามที่เกิดขึ้นในภูมิภาคซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานสำคัญของโลก กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ ที่ไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก เมื่อราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนด้านพลังงานของประเทศจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลานี้
แน่นอนว่าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัฐบาลชุดใหม่ เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย เพราะ..กำลังต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ง่ายนัก หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 ภายหลังการเจรจานิวเคลียร์ไม่สามารถหาข้อยุติได้
ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มสะท้อนทันทีในตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ข้อมูล ณ วันที่ 6 มี.ค.2569 ระบุว่า น้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 90.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent อยู่ที่ 92.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ต้องเผชิญความท้าทายสำคัญอย่างน้อย 3 ประเด็นหลัก คือ
1. กองทุนน้ำมันยังเปราะ แม้ตัวเลขรวมกลับมาเป็นบวก
แม้กระทรวงพลังงานจะเปิดเผยว่าสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มกลับมาเป็นบวก โดยข้อมูลวันที่ 1 มี.ค.2569 อยู่ที่ 2,459 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างภายในยังพบความเปราะบางอยู่
บัญชีน้ำมันมีสถานะบวก 40,313 ล้านบาท ขณะที่บัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ยังติดลบสูงถึง 37,854 ล้านบาท จากการอุดหนุนราคาก๊าซสำหรับครัวเรือนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันภาระการอุดหนุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลวันที่ 6 มี.ค.2569 ระบุว่า น้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนลิตรละ 9.57 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 อุดหนุนลิตรละ 2 บาท ซึ่งระดับการอุดหนุนดังกล่าวสามารถรองรับได้เพียงประมาณ 15 วัน หากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น
2. ค่าไฟงวดใหม่มีแนวโน้มขยับขึ้นตามต้นทุนก๊าซ
อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญคือแนวโน้มค่าไฟฟ้าในงวด พ.ค.–ส.ค.2569 ที่อาจต้องปรับเพิ่มขึ้น จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ ค่าไฟฟ้าในงวด ม.ค.–เม.ย.2569 ถูกกำหนดไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลเลือกใช้วิธีให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) แทนประชาชนไปก่อน ส่งผลให้ปัจจุบัน กฟผ.มีภาระหนี้สะสมจากส่วนนี้อยู่ราว 98,000 ล้านบาท
3. เร่งจัดทำแผนไฟฟ้า PDP ใหม่ให้สอดรับความต้องการใช้ไฟ
นอกจากการรับมือกับต้นทุนพลังงานที่ผันผวนแล้ว กระทรวงพลังงานยังต้องเร่งเดินหน้าจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จ หลังจากมีการปรับปรุงร่างแผนมาแล้วหลายครั้ง
แผนดังกล่าวจำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับโครงสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยใหม่ ๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อระบบพลังงานของประเทศ
สถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนพลังงาน ความสามารถในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน และเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ.
ขอบคุณข้อมูลจาก: กรุงเทพธุรกิจ