svasdssvasds

เปิดกฎหมาย PDPA เผยแพร่ข้อมูลผู้อื่น เสี่ยงคุก 1 ปี ปรับสูงสุด 1 ล้าน

เปิดกฎหมาย PDPA เผยแพร่ข้อมูลผู้อื่น เสี่ยงคุก 1 ปี ปรับสูงสุด 1 ล้าน

การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษทางอาญา มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

SHORT CUT

  • การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น เช่น ชื่อ รูปภาพ เบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ โดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  • ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษทางอาญา มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • นอกเหนือจากโทษอาญา ยังมีโทษทางแพ่งที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามจริง และโทษทางปกครองที่อาจมีค่าปรับสูงสุดถึง 5 ล้านบาท

การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษทางอาญา มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากกรณีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สื่อข่าวสตรีในเพจเฟซบุ๊กกลุ่มผู้สนับสนุนนักการเมืองชื่อดัง (ชื่อเพจนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ Fc  โพสต์โดยเย็นฉ่ำ เย็นฉ่ำ) 

โดยมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว นำภาพ รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่  มาเผยแพร่พร้อมข้อความยุยงปลุกปั่นให้เกิดการติเตียนด้วยถ้อยคำรุนแรง รวมถึงมุ่งหวังให้เกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของผู้สื่อข่าวรายดังกล่าว

กางข้อกฎหมาย PDPA

PDPA หรือ "กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" (Personal Data Protection Law) มีขึ้นเพื่อควบคุมไม่ให้การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพวกเราถูกละเมิดโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

ข้อมูลเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ชื่อ-นามสกุล, รูปภาพ, เบอร์โทรศัพท์ ไปจนถึงที่อยู่ ซึ่งหากใครนำข้อมูลเหล่านี้ของผู้อื่นไปเผยแพร่บนโลกโซเชียลโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่ามีความผิดทันทีตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

โพสต์แบบไหนเสี่ยงคุก-เสียเงินล้าน

จากกรณีตัวอย่างที่เพจเฟซบุ๊กนำภาพ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ของนักข่าวสาวมาเผยแพร่พร้อมข้อความยุยงให้เกิดความเกลียดชัง ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง

กฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้ 3 ประเภท คือ

โทษทางแพ่ง

  • ผู้กระทำต้องชดใช้ค่าเสียหายตามจริง ไม่มีเพดาน เจ้าของข้อมูลสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ละเมิด 

โทษทางปกครอง

  • ปรับขั้นต่ำ 500,000 บาท
  • ปรับสูงสุด 5,000,000 บาท

ใช้กับกรณีไม่ปฏิบัติตาม เช่น ไม่ขอความยินยอม / ไม่มีมาตรการป้องกันข้อมูล

โทษทางอาญา

  • จำคุกสูงสุด: 1 ปี
  • ปรับสูงสุด: 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ใช้กับกรณีร้ายแรง เช่น เปิดเผยหรือขายข้อมูลโดยเจตนา

 

ข้อควรระวังสำหรับชาวโซเชียล

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ แม้เราจะไม่ได้ตั้งใจทำผิด แต่หากละเลยหรือไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนด ก็มีสิทธิ์ได้รับโทษได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนจะกดแชร์หรือโพสต์ข้อมูลใดๆ ของผู้อื่นลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการติเตียนหรือมุ่งหวังให้เกิดอันตราย

ต้องมั่นใจว่าได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็นจำเลยในคดีที่มีโทษหนักทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครองที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

related