
SHORT CUT
การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษทางอาญา มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากกรณีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สื่อข่าวสตรีในเพจเฟซบุ๊กกลุ่มผู้สนับสนุนนักการเมืองชื่อดัง (ชื่อเพจนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ Fc โพสต์โดยเย็นฉ่ำ เย็นฉ่ำ)
โดยมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว นำภาพ รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ มาเผยแพร่พร้อมข้อความยุยงปลุกปั่นให้เกิดการติเตียนด้วยถ้อยคำรุนแรง รวมถึงมุ่งหวังให้เกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของผู้สื่อข่าวรายดังกล่าว
PDPA หรือ "กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" (Personal Data Protection Law) มีขึ้นเพื่อควบคุมไม่ให้การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพวกเราถูกละเมิดโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
ข้อมูลเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ชื่อ-นามสกุล, รูปภาพ, เบอร์โทรศัพท์ ไปจนถึงที่อยู่ ซึ่งหากใครนำข้อมูลเหล่านี้ของผู้อื่นไปเผยแพร่บนโลกโซเชียลโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่ามีความผิดทันทีตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
จากกรณีตัวอย่างที่เพจเฟซบุ๊กนำภาพ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ของนักข่าวสาวมาเผยแพร่พร้อมข้อความยุยงให้เกิดความเกลียดชัง ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง
กฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้ 3 ประเภท คือ
ใช้กับกรณีไม่ปฏิบัติตาม เช่น ไม่ขอความยินยอม / ไม่มีมาตรการป้องกันข้อมูล
ใช้กับกรณีร้ายแรง เช่น เปิดเผยหรือขายข้อมูลโดยเจตนา
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ แม้เราจะไม่ได้ตั้งใจทำผิด แต่หากละเลยหรือไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนด ก็มีสิทธิ์ได้รับโทษได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนจะกดแชร์หรือโพสต์ข้อมูลใดๆ ของผู้อื่นลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการติเตียนหรือมุ่งหวังให้เกิดอันตราย
ต้องมั่นใจว่าได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็นจำเลยในคดีที่มีโทษหนักทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครองที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล