
SHORT CUT
สรุปดราม่าเลขหลังบัตรประชาชน พรรคประชาชนยันใช้เพื่อความโปร่งใสตามเกณฑ์ กกต. แต่ฝ่ายที่ค้านตั้งข้อสังเกตอาจผิด PDPA และส่อถูกยุบพรรค หากกรมการปกครองยังไม่อนุญาต
จากกรณีมีการรายงานว่าพรรคประชาชนขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจากบัตรประชาชน โดยเฉพาะการขอข้อมูลรหัส 12 หลักหลังประชาชน (Laser ID) เพื่อไว้ตรวจสอบ
ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจฝ่าฝืน พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เหตุ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้นวางหลักไว้ว่าพรรคการเมือง ไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้
แม้พรรคประชาชนจะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต. ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย
"Laser ID" คือรหัส 12 หลักที่อยู่ด้านหลังบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งปกติจะถูกใช้ในธุรกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร หรือการทำธุรกรรมกับกรมสรรพากร พรรคประชาชนชี้แจงว่าที่ต้องขอข้อมูลนี้เพื่อ "ยืนยันตัวตน" ให้มั่นใจว่าเป็นเจ้าของบัตรตัวจริง ไม่ใช่การสวมสิทธิ์ และเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกพรรคให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของ กกต. โดยพรรคยืนยันว่าไม่มีการบันทึกข้อมูลส่วนนี้ลงในฐานข้อมูลของพรรค แต่เป็นการส่งตรงไปตรวจสอบกับกรมการปกครองเท่านั้น
ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ มีรายงานว่าพรรคประชาชนอยู่ระหว่างการขออนุญาตเชื่อมระบบกับกรมการปกครองใหม่อีกครั้งหลังจากถูกยุบพรรคก้าวไกล แต่กลับมีการเก็บข้อมูลผู้สมัครไปแล้วกว่า 1.1 แสนคน จึงเกิดการตั้งคำถามว่าอาจขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เนื่องจากพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนี้โดยตรงหากไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางกรมการปกครองระบุว่าการจะใช้โปรแกรมอ่านข้อมูลบัตรต้องได้รับหนังสือตอบรับและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อน
เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ชี้แจงกรณีการขอ Laser ID หลังบัตรประชาชน ในกระบวนการสมัครสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย และคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าไม่เคยมีการบันทึกหรือจัดเก็บข้อมูล Laser ID หลังบัตรประชาชนของผู้สมัครสมาชิกไว้ในระบบ โดยเนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า
พรรคการเมืองต้องออกแบบกระบวนการสมัครสมาชิกพรรคให้รัดกุม เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ:
- ในการเปิดรับสมัครสมาชิก พรรคการเมืองทุกพรรคมีหน้าที่ทางกฎหมายในการตรวจสอบว่าบุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครด้วยตนเองโดยไม่มีการสวมสิทธิโดยเอาเลขบัตรประชาชนคนอื่นมาสมัครสมาชิก
- แม้จะมีการกำหนดมาตรฐานโดยทั่วไป ว่าพรรคการเมืองจะต้องเก็บรวบรวมและนำส่งข้อมูลใดบ้างเป็นขั้นต่ำ (เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ เลขสมาชิก ฯลฯ) แต่พรรคการเมืองสามารถขอข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อใช้สำหรับการยืนยันตัวตนผู้ประสงค์สมัครเป็นสมาชิกพรรคให้รัดกุมขึ้น
การขอตรวจสอบ Laser ID หรือรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน เป็นกระบวนการยืนยันตัวตนรูปแบบหนึ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย และไม่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากพรรคมีการขอความยินยอมจากประชาชนผู้กรอกข้อมูลไว้อย่างชัดเจน
- ปัจจุบัน มีการใช้การตรวจสอบ Laser ID ในกระบวนการยืนยันตัวตนในหลายธุรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำธุรกรรมที่จำเป็นต้องมีความถูกต้องรัดกุม (เช่น การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking ต่างๆ)
- ดังนั้น แม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทุกพรรคใช้การตรวจสอบ Laser ID ในกระบวนการยืนยันตัวตน แต่การที่พรรคใดจะเลือกใช้วิธีการขอ Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกเพื่อให้กระบวนการยืนยันตัวตนมีความรัดกุมขึ้น เป็นสิ่งที่กระทำได้และไม่ขัดต่อกฎหมายใดๆ (เช่น PDPA) ตราบใดที่มีการขอความยินยอมจากผู้ให้ข้อมูล เหมือนกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ (เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ) ซึ่งไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตไปที่กรมการปกครอง เพราะเป็นพันธะระหว่างประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ขอ (พรรค)
การอนุญาตที่ต้องมีการขอจากกรมการปกครอง ไม่ใช่การขออนุญาตเพื่อ “ทำการขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิก” แต่หมายถึงการขออนุญาตเพื่อ “นำ Laser ID ของผู้สมัครสมาชิก มาตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง”
- หากพรรคการเมืองใดต้องการใช้ Laser ID ในการยืนยันตัวตนของผู้สมัครสมาชิกพรรค พรรคการเมืองจะต้องขออนุญาต “เชื่อม” ข้อมูลกับระบบของกรมการปกครอง
- เมื่อเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์แล้ว ระบบจะทำการส่งข้อมูล Laser ID ของผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรค ไปตรวจสอบกับระบบของกรมการปกครอง เพื่อให้ระบบของกรมการปกครองส่งข้อมูลกลับมายังพรรคว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” โดยพรรคจะไม่มีการบันทึกข้อมูล Laser ID ของผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรคไว้แต่อย่างใด
พรรคประชาชนได้ดำเนินการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลกับกรมการปกครองไปแล้ว โดยเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ / เมื่อเสร็จสมบูรณ์ กระบวนการทั้งหมดจะเป็นเหมือนกับที่เคยใช้ในสมัยพรรคก้าวไกล
- ก่อนหน้าที่จะมีการยุบพรรค พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลในอดีตเคยได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อกับระบบของกรมการปกครองอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
- หลังจากที่มีการยุบพรรคก้าวไกล พรรคประชาชนได้ดำเนินการขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบใหม่ โดยได้รับอนุญาตในส่วนของโปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card), ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA Digital ID) แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการอนุญาตให้ใช้บริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API เท่านั้นก็จะเสร็จสมบูรณ์
พรรคประชาชน และอดีตพรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล ไม่เคยมีการ “บันทึก” ข้อมูล Laser ID ของประชาชนเก็บไว้ โดยเป็นเพียง “ทางผ่าน” ในการส่งข้อมูลเพื่อเช็คกับข้อมูลในระบบของกรมการปกครอง
- ตั้งแต่มีการเริ่มขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิก ในสมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ อดีตพรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน ทางพรรคไม่เคยมีการ “บันทึก” ข้อมูล Laser ID ของประชาชนไว้ โดยทำหน้าที่เป็นเพียงทางผ่านในการส่งต่อข้อมูลไปตรวจสอบความถูกต้องกับข้อมูลของกรมการปกครอง
- แม้ในช่วงปัจจุบันที่การเชื่อมต่อกับระบบของกรมการปกครองยังไม่เสร็จสมบูรณ์ซึ่งทำให้ยังตรวจสอบความถูกต้องของ Laser ID ที่ประชาชนกรอกเข้ามาไม่ได้ แต่พรรคประชาชนขอยืนยันว่าไม่มีการ “บันทึก” ข้อมูล Laser ID ของประชาชนไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ
- นอกจากนั้น ทางกรมการปกครองไม่เคยมีคำสั่งห้ามพรรคประชาชน เกี่ยวกับ Laser ID ดังนั้น พรรคประชาชนย่อมไม่มีการกระทำใด ๆ ที่จะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองหรือกฎหมาย ตามที่ถูกใส่ร้ายด้วยความเท็จแต่อย่างใด
พรรคประชาชนน้อมรับข้อทักท้วงและข้อห่วงใยจากประชาชน จึงได้นำเรื่องการกรอก Laser ID ออกจากขั้นตอนการสมัครสมาชิกชั่วคราว จนกว่าจะได้รับอนุญาตเรื่องการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการปกครองโดยสมบูรณ์
- ปัจจุบัน พรรคได้ปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตเชื่อมต่อกับระบบในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API (ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเชื่อมต่อข้อมูล) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
ที่มา : พรรคประชาชน - People's Party