svasdssvasds

ไขปม Laser ID สมาชิกพรรคประชาชน เสี่ยงผิด PDPA จ่อซ้ำรอยยุบพรรค?

ไขปม Laser ID สมาชิกพรรคประชาชน เสี่ยงผิด PDPA จ่อซ้ำรอยยุบพรรค?

สรุปดราม่าเลขหลังบัตรประชาชน พรรคประชาชนยันใช้เพื่อความโปร่งใสตามเกณฑ์ กกต. แต่ฝ่ายที่ค้านตั้งข้อสังเกตอาจผิด PDPA และส่อถูกยุบพรรค หากกรมการปกครองยังไม่อนุญาต

SHORT CUT

  • พรรคประชาชนถูกตั้งข้อสังเกตว่าการขอข้อมูล Laser ID จากผู้สมัครสมาชิกพรรคอาจมีความเสี่ยงที่จะผิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  • พรรคชี้แจงว่าการขอ Laser ID มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันตัวตนและป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยอ้างว่าได้รับความยินยอมจากผู้สมัครและไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบ
  • ประเด็นปัญหาคือพรรคยังอยู่ระหว่างการขออนุญาตเชื่อมต่อระบบกับกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบข้อมูล แต่ได้เริ่มเก็บข้อมูลจากผู้สมัครไปแล้ว
  • ล่าสุด พรรคได้นำช่องกรอก Laser ID ออกจากหน้าสมัครสมาชิกเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อระบบกับกรมการปกครองโดยสมบูรณ์

สรุปดราม่าเลขหลังบัตรประชาชน พรรคประชาชนยันใช้เพื่อความโปร่งใสตามเกณฑ์ กกต. แต่ฝ่ายที่ค้านตั้งข้อสังเกตอาจผิด PDPA และส่อถูกยุบพรรค หากกรมการปกครองยังไม่อนุญาต

จากกรณีมีการรายงานว่าพรรคประชาชนขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจากบัตรประชาชน โดยเฉพาะการขอข้อมูลรหัส 12 หลักหลังประชาชน (Laser ID) เพื่อไว้ตรวจสอบ

ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจฝ่าฝืน พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เหตุ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้นวางหลักไว้ว่าพรรคการเมือง ไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้

แม้พรรคประชาชนจะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต. ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย

  1. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ที่ยังไม่หมดอายุ)
  2. สําเนาทะเบียนบ้านด้านหน้า
  3. สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้
  4. สําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง

Laser ID คืออะไร ทำไมพรรคต้องขอ

"Laser ID" คือรหัส 12 หลักที่อยู่ด้านหลังบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งปกติจะถูกใช้ในธุรกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร หรือการทำธุรกรรมกับกรมสรรพากร พรรคประชาชนชี้แจงว่าที่ต้องขอข้อมูลนี้เพื่อ "ยืนยันตัวตน" ให้มั่นใจว่าเป็นเจ้าของบัตรตัวจริง ไม่ใช่การสวมสิทธิ์ และเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกพรรคให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของ กกต. โดยพรรคยืนยันว่าไม่มีการบันทึกข้อมูลส่วนนี้ลงในฐานข้อมูลของพรรค แต่เป็นการส่งตรงไปตรวจสอบกับกรมการปกครองเท่านั้น

ปมขัดแย้ง ผิดกฎหมาย หรือแค่รออนุมัติ?

ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ มีรายงานว่าพรรคประชาชนอยู่ระหว่างการขออนุญาตเชื่อมระบบกับกรมการปกครองใหม่อีกครั้งหลังจากถูกยุบพรรคก้าวไกล แต่กลับมีการเก็บข้อมูลผู้สมัครไปแล้วกว่า 1.1 แสนคน จึงเกิดการตั้งคำถามว่าอาจขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เนื่องจากพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนี้โดยตรงหากไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางกรมการปกครองระบุว่าการจะใช้โปรแกรมอ่านข้อมูลบัตรต้องได้รับหนังสือตอบรับและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อน

พรรคประชาชน แจงยิบ ปมสมัครสมาชิกพรรคใช้ Laser ID

เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ชี้แจงกรณีการขอ Laser ID หลังบัตรประชาชน ในกระบวนการสมัครสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย และคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าไม่เคยมีการบันทึกหรือจัดเก็บข้อมูล Laser ID หลังบัตรประชาชนของผู้สมัครสมาชิกไว้ในระบบ โดยเนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า 

  1. พรรคประชาชนขอยืนยันว่า พรรคได้ดำเนินการทุกขั้นตอนเกี่ยวกับกรณี Laser ID อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของประชาชนเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
  2. พรรคการเมืองต้องออกแบบกระบวนการสมัครสมาชิกพรรคให้รัดกุม เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ:

    - ในการเปิดรับสมัครสมาชิก พรรคการเมืองทุกพรรคมีหน้าที่ทางกฎหมายในการตรวจสอบว่าบุคคลที่สมัครเป็นสมาชิกมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครด้วยตนเองโดยไม่มีการสวมสิทธิโดยเอาเลขบัตรประชาชนคนอื่นมาสมัครสมาชิก

    - แม้จะมีการกำหนดมาตรฐานโดยทั่วไป ว่าพรรคการเมืองจะต้องเก็บรวบรวมและนำส่งข้อมูลใดบ้างเป็นขั้นต่ำ (เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ เลขสมาชิก ฯลฯ) แต่พรรคการเมืองสามารถขอข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อใช้สำหรับการยืนยันตัวตนผู้ประสงค์สมัครเป็นสมาชิกพรรคให้รัดกุมขึ้น

  3. การขอตรวจสอบ Laser ID หรือรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน เป็นกระบวนการยืนยันตัวตนรูปแบบหนึ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย และไม่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากพรรคมีการขอความยินยอมจากประชาชนผู้กรอกข้อมูลไว้อย่างชัดเจน

    - ปัจจุบัน มีการใช้การตรวจสอบ Laser ID ในกระบวนการยืนยันตัวตนในหลายธุรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำธุรกรรมที่จำเป็นต้องมีความถูกต้องรัดกุม (เช่น การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking ต่างๆ)

    - ดังนั้น แม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทุกพรรคใช้การตรวจสอบ Laser ID ในกระบวนการยืนยันตัวตน แต่การที่พรรคใดจะเลือกใช้วิธีการขอ Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกเพื่อให้กระบวนการยืนยันตัวตนมีความรัดกุมขึ้น เป็นสิ่งที่กระทำได้และไม่ขัดต่อกฎหมายใดๆ (เช่น PDPA) ตราบใดที่มีการขอความยินยอมจากผู้ให้ข้อมูล เหมือนกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ (เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ) ซึ่งไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตไปที่กรมการปกครอง เพราะเป็นพันธะระหว่างประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ขอ (พรรค)

  4. การอนุญาตที่ต้องมีการขอจากกรมการปกครอง ไม่ใช่การขออนุญาตเพื่อ “ทำการขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิก” แต่หมายถึงการขออนุญาตเพื่อ “นำ Laser ID ของผู้สมัครสมาชิก มาตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง”

    - หากพรรคการเมืองใดต้องการใช้ Laser ID ในการยืนยันตัวตนของผู้สมัครสมาชิกพรรค พรรคการเมืองจะต้องขออนุญาต “เชื่อม” ข้อมูลกับระบบของกรมการปกครอง

    - เมื่อเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์แล้ว ระบบจะทำการส่งข้อมูล Laser ID ของผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรค ไปตรวจสอบกับระบบของกรมการปกครอง เพื่อให้ระบบของกรมการปกครองส่งข้อมูลกลับมายังพรรคว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” โดยพรรคจะไม่มีการบันทึกข้อมูล Laser ID ของผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรคไว้แต่อย่างใด

  5. พรรคประชาชนได้ดำเนินการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลกับกรมการปกครองไปแล้ว โดยเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ / เมื่อเสร็จสมบูรณ์ กระบวนการทั้งหมดจะเป็นเหมือนกับที่เคยใช้ในสมัยพรรคก้าวไกล

    - ก่อนหน้าที่จะมีการยุบพรรค พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลในอดีตเคยได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อกับระบบของกรมการปกครองอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

    - หลังจากที่มีการยุบพรรคก้าวไกล พรรคประชาชนได้ดำเนินการขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบใหม่ โดยได้รับอนุญาตในส่วนของโปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card), ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA Digital ID) แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการอนุญาตให้ใช้บริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API เท่านั้นก็จะเสร็จสมบูรณ์

  6. พรรคประชาชน และอดีตพรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล ไม่เคยมีการ “บันทึก” ข้อมูล Laser ID ของประชาชนเก็บไว้ โดยเป็นเพียง “ทางผ่าน” ในการส่งข้อมูลเพื่อเช็คกับข้อมูลในระบบของกรมการปกครอง

    - ตั้งแต่มีการเริ่มขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิก ในสมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ อดีตพรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน ทางพรรคไม่เคยมีการ “บันทึก” ข้อมูล Laser ID ของประชาชนไว้ โดยทำหน้าที่เป็นเพียงทางผ่านในการส่งต่อข้อมูลไปตรวจสอบความถูกต้องกับข้อมูลของกรมการปกครอง

    - แม้ในช่วงปัจจุบันที่การเชื่อมต่อกับระบบของกรมการปกครองยังไม่เสร็จสมบูรณ์ซึ่งทำให้ยังตรวจสอบความถูกต้องของ Laser ID ที่ประชาชนกรอกเข้ามาไม่ได้ แต่พรรคประชาชนขอยืนยันว่าไม่มีการ “บันทึก” ข้อมูล Laser ID ของประชาชนไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ

    - นอกจากนั้น ทางกรมการปกครองไม่เคยมีคำสั่งห้ามพรรคประชาชน เกี่ยวกับ Laser ID ดังนั้น พรรคประชาชนย่อมไม่มีการกระทำใด ๆ ที่จะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองหรือกฎหมาย ตามที่ถูกใส่ร้ายด้วยความเท็จแต่อย่างใด

  7. พรรคประชาชนน้อมรับข้อทักท้วงและข้อห่วงใยจากประชาชน จึงได้นำเรื่องการกรอก Laser ID ออกจากขั้นตอนการสมัครสมาชิกชั่วคราว จนกว่าจะได้รับอนุญาตเรื่องการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการปกครองโดยสมบูรณ์

    - ปัจจุบัน พรรคได้ปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตเชื่อมต่อกับระบบในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API (ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเชื่อมต่อข้อมูล) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

ที่มา : พรรคประชาชน - People's Party

 

related