
SHORT CUT
ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ยื่นข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ ‘ทำ ซิ ดี’ (CICC D) ต่อรัฐบาลใหม่ หนุนรวมก.วัฒนธรรมรวมท่องเที่ยว พร้อมปรับงบประมาณด้านกีฬาเพื่อมุ่งเน้นการหาเงินเข้าประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
สรเทพ โรจน์พจนารัช (สตีฟ) ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย) ขอขอบคุณ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นและเล็งเห็นความสำคัญของการปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเป็นหัวใจหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจนำรายได้เข้าประเทศ
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ จี้ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงครั้งใหญ่ด้วยการควบรวมงานด้านวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว พร้อมปรับงบประมาณด้านกีฬาเพื่อมุ่งเน้นการหาเงินเข้าประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสรเทพ ระบุว่าโครงสร้างกระทรวงปัจจุบันยังไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มกำลัง จึงเสนอแนวทางปรับปรุง 3 เรื่องหลัก
เพื่อยกระดับจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ (Mass Tourism) สู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (High Value) นายสรเทพเสนอโมเดลบริหารจัดการ 5 แกนหลัก
เชื่อมโยงการเดินทางไร้รอยต่อ บก-น้ำ-ราง-อากาศ เชื่อมเมืองหลักสู่เมืองรอง และสร้าง Tourism Cluster ตามความสนใจ
กู้คืนความเชื่อมั่นด้วยระบบ Smart Tourist Safety Center และการสื่อสารภาวะวิกฤตแบบ Real-time พร้อมระบบประกันภัยนักท่องเที่ยว
รัฐ-เอกชน-ชุมชน ต้องทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง สนับสนุนให้ อบต. และ อบจ. มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สินค้าทางการท่องเที่ยวในท้องถิ่น
ปรับ KPI ใหม่ ไม่วัดแค่จำนวนคน แต่ต้องวัดที่รายได้และความยั่งยืน พร้อมให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Tourism)
สร้าง Thailand Tourism Super App และ National Data Platform ของคนไทยเอง เพื่อจัดระเบียบข้อมูลและรองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่
ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) มักมีเพียงรองนายกฯ เป็นประธาน ทำให้ขาดอำนาจเต็มในการสั่งการข้ามกระทรวง ในสภาวะที่ไทยกำลังถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้า นายกรัฐมนตรีต้องลงมานั่งเป็นประธานด้วยตนเอง เพื่อบูรณาการทุกกระทรวงให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียว
หากรัฐบาลนำนโยบาย ‘ทำ ซิ ดี’ ไปปรับใช้ เราจะไม่ใช่แค่ ‘ขายสถานที่’ แต่จะเป็นการ ‘ขายประสบการณ์’ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้น กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง
"ถึงเวลาแล้วที่เครื่องยนต์หลักของชาติอย่างการท่องเที่ยว จะต้องได้รับการยกเครื่องใหม่เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การหยอดน้ำมันแบบเดิมๆ"