
SHORT CUT
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจไม่ได้ตัดสินกันที่น้ำมันอีกต่อไป แต่ 'น้ำดื่ม' กำลังกลายเป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์สำคัญที่จะชี้ชะตาสงครามอิหร่าน ในความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และ อิสราเอล
ฉากสงครามแย่งชิงทรัพยากรในโลกภาพยนตร์ที่เขาเห็นกันชินตา อย่าง Mad Max: Fury Road หรือ The Book of Eli กำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน หลายคนอาจมองว่านี่คือความขัดแย้งที่มี "น้ำมัน" เป็นเดิมพัน แต่จุดเปราะบางที่แท้จริงและอาจเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะในเกมนี้กลับเป็นทรัพยากรที่พื้นฐานกว่านั้นมาก เรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจซ่อนอยู่
ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ที่กำลังมีความขัดแย้งกันอยู่นั้น มีน้ำจืดหมุนเวียนเพียงประมาณ 2% ของโลก ทำให้ประชากรกว่า 100 ล้านคนในภูมิภาคนี้ต้องฝากชีวิตไว้กับกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล (Desalination) ข้อมูลจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งฝรั่งเศสระบุถึงสัดส่วนการพึ่งพาน้ำจืดจากทะเลที่สูงจนน่าตกใจ:
ที่สำคัญ โรงงานผลิตน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุด 10 แห่งในโลก มีถึง 8 แห่งตั้งอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ หากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ การดำรงอยู่ของหลายประเทศในภูมิภาคแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
การพึ่งพาน้ำจากทะเลจำนวนมหาศาลทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำกลายเป็น 'จุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์' ที่สำคัญ นักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวทางของอิหร่านในเวลานี้คือ 'การยกระดับความขัดแย้งในแนวราบ' ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการคุกคามไปยังพันธมิตรของสหรัฐฯ แทนการปะทะโดยตรง
ที่ผ่านมามีรายงานความเสียหายและเหตุการณ์เฉียดฉิวที่เกี่ยวข้องกับโรงงานผลิตน้ำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีใกล้ท่าเรือเจเบล อาลี ในดูไบ ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางการผลิตน้ำจืดเพียง 20 กิโลเมตร รวมถึงเหตุการณ์ที่โรงงานโดฮา เวสต์ ในคูเวต และในบาห์เรน ศ.มาร์ก โอเวน โจนส์ วิเคราะห์ว่าเป้าหมายของการคุกคามเหล่านี้คือการสร้างความตื่นตระหนก เพื่อกดดันให้รัฐบาลในอ่าวเปอร์เซียต้องหาทางบีบสหรัฐฯ ให้ยุติสงคราม
ทางฝั่งของอิหร่านเอง แม้จะมีแหล่งน้ำที่หลากหลายกว่าและพึ่งพาเขื่อนรวมถึงน้ำใต้ดินเป็นหลัก แต่ปัจจุบันอิหร่านก็กำลังจะเผชิญกับภาวะ 'ขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง' ไม่แพ้กัน
ปริมาณฝนที่ลดต่ำลง การจัดการทรัพยากรที่ผิดพลาดตลอดหลายทศวรรษ และโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแก่ ทำให้เขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์วิกฤต แม่น้ำสายหลักและทะเลสาบแห้งขอดจนนำไปสู่ปัญหาแผ่นดินทรุดตัว วิกฤตน้ำนี้เคยเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงใหญ่ภายในประเทศมาแล้ว ดังนั้น หากอิหร่านเลือกใช้โดรนหรือขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของศัตรูอย่างเต็มรูปแบบ ก็อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีตอบโต้กลับที่แหล่งน้ำของตนเอง ซึ่งเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่รัฐบาลเตหะรานอาจรับมือไม่ไหว
แม้มาตรา 45 ของอนุสัญญาเจนีวาจะบัญญัติคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนไว้อย่างชัดเจน แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาตอกย้ำเสมอว่า 'น้ำถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อการข่มขู่มาตลอด'
ในท้ายที่สุด หากความขัดแย้งทางทหารยังคงลุกลามและบานปลายจนถึงขั้นมีการทำลายระบบผลิตน้ำจืดอย่างจงใจ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่หยุดอยู่แค่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่หมายถึงสิทธิมนุษยชนและความอยู่รอดของผู้คนนับล้าน ท่ามกลางสมรภูมิแห่งนี้ ท่อส่งน้ำมันอาจไม่สำคัญเท่าท่อประปา และ 'น้ำดื่ม' ก็คือตัวแปรชี้ชะตาที่มีอำนาจกำหนดทิศทางสงครามได้รุนแรงกว่าอาวุธใดๆ
ที่มา : theconversation smh.com.au
ข่าวที่เกี่ยวข้อง