
กองทัพสหรัฐฯ ใช้ Claude ช่วยวิเคราะห์เป้าหมายโจมตีอิหร่าน แม้ทรัมป์เพิ่งสั่งแบน Anthropic ชี้ชัดกองทัพพึ่งพา AI ลึกซึ้งจนยากจะถอดถอนทันที
รายงานจาก The Wall Street Journal และ Axios เผยว่า กองบัญชาการทหารสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้ใช้โมเดล AI Claude ของบริษัท Anthropic เพื่อช่วยประมวลผลด้านข่าวกรอง เลือกเป้าหมาย และจำลองสถานการณ์รบในการทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
สิ่งที่ย้อนแย้งอย่างหนักคือ ปฏิบัติการร่วมระดับชาตินี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งสั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดระงับการใช้เครื่องมือของ Anthropic ในทันที สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนเมื่อเทคโนโลยีฝังรากลึกในระบบกองทัพไปแล้ว
ข้อพิพาทนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคม เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ใช้ Claude ในปฏิบัติการบุกจับกุม นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ทาง Anthropic ได้ออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยระบุว่ากองทัพละเมิดเงื่อนไขที่ห้ามนำ AI ไปใช้เพื่อความรุนแรงหรือการพัฒนาอาวุธ
เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำสหรัฐฯ อย่างมาก ทรัมป์ได้ประณาม Anthropic ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าเป็น "บริษัท AI ฝ่ายซ้ายจัดที่บริหารโดยกลุ่มคนที่ไม่รู้เลยว่าโลกแห่งความเป็นจริงเป็นอย่างไร" ขณะที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ชี้ว่าบริษัทนี้ "เย่อหยิ่งและทรยศ" พร้อมย้ำว่ากองทัพอเมริกาต้องเข้าถึงเทคโนโลยีได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางอุดมการณ์มาขวางกั้น
แม้กระทรวงกลาโหมจะแสดงจุดยืนแข็งกร้าว แต่ก็ยอมรับถึงความยากลำบากในการถอดถอนระบบ AI ออกจากเครือข่ายการรบกะทันหัน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม จึงผ่อนผันให้ใช้งาน Claude ต่อไปได้เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน เพื่อรอการเปลี่ยนผ่านระบบไปยังเครื่องมือใหม่ที่ "มีความรักชาติมากกว่า"
การแตกหักครั้งนี้กลายเป็นโอกาสทองของคู่แข่ง ล่าสุด แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ได้ก้าวเข้ามารับช่วงต่อ โดยยืนยันว่าบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับเพนตากอน เพื่อนำเครื่องมืออย่าง ChatGPT เข้าไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในเครือข่ายชั้นความลับของกระทรวงกลาโหมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา : The Guardian