
สรุปให้ เหตุการณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อดราม่าชั่วข้ามคืน เมื่อเขาเล่นมุก ศึก 'เพิร์ลฮาร์เบอร์' สวนคำถามนักข่าวญี่ปุ่น จากปมสหรัฐฯ ไม่แจ้งพันธมิตรก่อนบุกโจมตีอิหร่าน
บรรยากาศในทำเนียบขาวเปลี่ยนจากมิตรภาพเป็นความตึงเครียดทันที เมื่อ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อหารือด้านความมั่นคง ประเด็นร้อนปะทุขึ้นเมื่อมีนักข่าวญี่ปุ่นตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดสหรัฐฯ จึงตัดสินใจโจมตีอิหร่านโดยไม่แจ้งพันธมิตรในยุโรปและเอเชียก่อน ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ตอบกลับทันที ว่าเขาไม่ต้องการส่งสัญญาณมากเกินไปและต้องการสร้างความประหลาดใจ ก่อนจะทิ้งระเบิดคำพูดกลางวงสัมภาษณ์ พร้อมย้ำว่า ใครจะรู้เรื่องนี้ดีเท่าญี่ปุ่น
"เราไม่ได้บอกใครเลย เพราะเราอยากจะสร้างเซอร์ไพรส์ แล้วใครล่ะจะสร้างเซอร์ไพรส์เก่งได้เท่ากับญี่ปุ่น... แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกผมเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์บ้างล่ะ?"
สิ้นประโยค เสียงหัวเราะในห้องก็เงียบทันที นักข่าวสังเกตเห็นนายกฯ ทาคาอิจิเบิกตากว้างและมีสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด การหยิบยกโศกนาฏกรรมสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากมาเป็นมุกตลก กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แม้ฝ่ายสนับสนุนอย่าง เอริก ทรัมป์ บุตรชายผู้นำสหรัฐฯ จะชื่นชมว่าเป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยม แต่สื่อมวลชนและนักวิจารณ์กลับมองว่าเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลและน่าอับอายในเวทีระดับโลก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หยิบยกบาดแผลทางประวัติศาสตร์มาล้อเล่น ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เขาเคยพูดคุยในเชิงขบขันเรื่องวัน D-Day หรือวันที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบก กับ ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีมาแล้ว
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การทูตสไตล์ทรัมป์ที่มักหยิบยกเรื่องเปราะบางมาพูดอย่างตรงไปตรงมา (หรืออาจถึงขั้นไม่เกรงใจ) ยังคงเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ท้าทายมารยาททางการเมืองระหว่างประเทศเสมอมา
ที่มา bbc