
SHORT CUT
ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC พี่ใหญ่แห่งวงการน้ำอัดลมภาคใต้ ประกาศกลยุทธ์ 'ตั้งรับอย่างรุก' เตรียมปันผลปี 68 ที่ 0.99 บาท พร้อมปักธงรายได้ปี 69 แตะ 8,500 ล้านบาท
ปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นปีที่เศรษฐกิจมีความท้าทายมากจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังซื้อที่อ่อนตัว และภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี โดยข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) บ่งชี้ว่าตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในพื้นที่ภาคใต้ปี 2568 เติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปรับตัวอย่างรวดเร็วและการดำเนินงานอย่างมีวินัยเพื่อรักษารายได้และความสามารถในการแข่งขันในตลาด ซึ่งรากฐานของการเติบโตที่เข้มแข็ง คือการทำธุรกิจอย่างใส่ใจต่อผู้บริโภคและคู่ค้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ จึงได้ปรับแผนกลยุทธ์ รวมถึงเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนและพันธมิตรคู่ค้า ร่วมพลิกฟื้นธุรกิจ
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และจัดโปรโมชั่นที่ 'คุ้มค่า' ในสายตาผู้บริโภค ได้แก่ การเพิ่มปริมาณ และแถมสินค้าที่เป็นที่นิยม เช่น 'แก้วโค้ก' และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ 568 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการลงทุนด้านกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และรายการพิเศษบางประการ ซึ่งสะท้อนแนวทางของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว
จากผลประกอบการดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เสนอผู้ถือหุ้นขออนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.99 บาท
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปี 2569 ยังคงท้าทาย กับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบ และราคาพลังงาน บริษัทฯ มีแนวทางบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ควบคู่กับการสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้า เพื่อลดผลกระทบจากค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
นอกจากเรื่องความคลาสสิก การหันมาเน้น 'ขวดแก้ว' คือการบริหารต้นทุนที่ชาญฉลาด เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากราคาเม็ดพลาสติก (PET) ที่ผันผวนตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งหากสภาวะความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ลุกลามบานปลาย บริษัทฯ ประเมินว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการขายได้ที่ประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 3-5%
ผลักดันสินค้าใหม่ที่สร้างสีสันและ Value สูง เช่น 'มอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้' เพื่อเจาะตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม รวมถึง 'แฟนต้า รสสับปะรด' และ 'สไปรท์ ชิลล์' ที่เน้นความสดใหม่โดนใจคนรุ่นใหม่ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่านวัตกรรมใหม่ ๆ เหล่านี้ จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคและสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ได้ตลอดปี 2569
แม้เศรษฐกิจจะมีอุปสรรคทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ ‘หาดทิพย์’ ยังคงรักษาตำแหน่ง ‘ผู้นำตลาดเครื่องดื่ม ' อย่างเหนียวแน่น โดยครองส่วนแบ่งตลาดน้ำอัดลมในภาคใต้เป็นอันดับหนึ่งสูงถึง 78.2% ส่วนตลาดเครื่องดื่ม NARTD มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 23.2%