svasdssvasds

ทางเลือกให้คนประหยัด! กะหล่ำปลี-มะพร้าวน้ำหอมร่วง ‘ของถูก’ ยุคน้ำมันแพง

ทางเลือกให้คนประหยัด! กะหล่ำปลี-มะพร้าวน้ำหอมร่วง ‘ของถูก’ ยุคน้ำมันแพง

ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทำราคาสินค้าส่วนใหญ่ในท้องตลาดปรับตัวสูง พามาดูทางเลือกให้คนประหยัด! กะหล่ำปลี-มะพร้าวน้ำหอมร่วง ‘ของถูก’ ยุคน้ำมันแพง

SHORT CUT

  • ราคาน้ำมันพุ่ง ดันต้นทุนอาหาร-ขนส่งสูงขึ้น กระทบค่าครองชีพคนเมืองเต็มๆ
  • ‘มะพร้าวน้ำหอม-กะหล่ำปลี’ ราคาดิ่งจากปัญหาล้นตลาด โครงสร้างตลาด และขนส่งสะดุด เกษตรกรรับผลกระทบหนัก
  • ของราคาถูกกลายเป็นทางเลือกประหยัดของผู้บริโภค พร้อมช่วยพยุงรายได้เกษตรกรในวิกฤต

ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทำราคาสินค้าส่วนใหญ่ในท้องตลาดปรับตัวสูง พามาดูทางเลือกให้คนประหยัด! กะหล่ำปลี-มะพร้าวน้ำหอมร่วง ‘ของถูก’ ยุคน้ำมันแพง

ราคาน้ำมันที่พุ่งไม่หยุดในปี 2569 ไม่ได้สะเทือนแค่หน้าปั๊ม แต่ลามไปถึง ‘จานข้าว’ ของคนเมืองเต็ม ๆ เมื่อวัตถุดิบแพง ค่าขนส่งพุ่ง ร้านข้าวราดแกง–อาหารตามสั่งหลายแห่งทยอยปรับราคา ขณะที่ ‘มนุษย์เงินเดือน’ ยังต้องใช้ชีวิตด้วยรายได้เท่าเดิม บางคนไร้โบนัส รายจ่ายเดินหน้า แต่รายรับหยุดนิ่ง

แรงกดดันนี้กำลังบีบให้หลายคนต้อง ‘คิดใหม่เรื่องกิน’ จากเคยซื้อสะดวก กลายเป็นต้องเลือกคุ้ม หันมาทำอาหารกินเอง และมองหาวัตถุดิบราคาประหยัดมากขึ้น ท่ามกลางภาพของแพง ยังมีอีกด้านที่น่าสนใจ เมื่อพืชผักบางชนิดราคากลับร่วงแรง อย่าง ‘กะหล่ำปี’ และ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ ที่ล้นตลาดจนเกษตรกรออกมาโอดครวญ วันนี้จะพาไปส่อง ‘ของถูกในยุคน้ำมันแพง’ ว่ามีอะไรน่าซื้อ น่ากินบ้าง และในวิกฤตค่าครองชีพที่บีบคนเมือง อาจกลายเป็นโอกาสเล็ก ๆ ที่ช่วยทั้งประหยัดในกระเป๋า และส่งต่อรายได้กลับไปถึงมือเกษตรกรไทยได้พร้อมกัน

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าราคาถูกในยุคนี้เพื่อให้ตัวเองและครอบครัวประหยัด มะพร้าวน้ำหอม คือ อีกหนึ่งทางเลือกที่ราคาไม่แรง แถมสดชื่นในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ โดยที่ผ่านมามะพร้าวน้ำหอมมีปัญหาราคาตกต่ำมากทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ ความคืบหน้าสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยในปี 2569 ไม่ใช่แค่ ‘ของล้นตลาด ราคาดิ่ง’ แบบฉับพลัน แต่เป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน ทั้งเรื่องการผลิต โครงสร้างตลาด ไปจนถึงเกมการแข่งขันในเวทีโลก

ทางเลือกให้คนประหยัด! กะหล่ำปลี-มะพร้าวน้ำหอมร่วง ‘ของถูก’ ยุคน้ำมันแพง

ต้นทางของปัญหาเริ่มจาก ‘ผลผลิตพุ่ง แต่คุณภาพร่วง’ หลังเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกต่อเนื่อง ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะภัยแล้งในปี 2567 ส่งผลให้มะพร้าวที่ออกสู่ตลาดในปีถัดมา ‘ตกเกรด’ สูงถึงกว่า 70% ทำให้ขายได้ราคาต่ำ และไหลเข้าสู่ภาคแปรรูปจำนวนมากขณะที่โครงสร้างตลาดยังคง ‘กดทับเกษตรกร’ เพราะเป็นผู้ขายรายย่อย แต่ต้องพึ่งพาล้งและผู้ส่งออกไม่กี่ราย แถมราคายังถูกกำหนดจากตลาดปลายทางอย่างจีน ทำให้ต่อรองแทบไม่ได้

ด้านปลายน้ำก็ยิ่งเปราะบาง ไทยยังพึ่งพาการส่งออกถึง 70% และกระจุกตัวที่ ‘ตลาดจีน’ กว่า 80% เมื่อผู้บริโภคจีนเปลี่ยนพฤติกรรม เศรษฐกิจชะลอ บวกกับคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียและเวียดนามที่ต้นทุนต่ำกว่า เข้ามาแย่งตลาด ทำให้มะพร้าวไทยยิ่งเสียเปรียบผลลัพธ์คือ ราคามะพร้าวหน้าสวนเหลือเพียง 4–5 บาทต่อลูก ท่ามกลางภาวะล้นตลาดและการแข่งขันรุนแรง กระทรวงพาณิชย์ย้ำชัด การแก้ปัญหานี้ ‘ต้องยกเครื่องทั้งระบบ’ ตั้งแต่ควบคุมการผลิต ยกระดับคุณภาพ ปรับโครงสร้างตลาด ไปจนถึงการหาตลาดใหม่ และเพิ่มการบริโภคในประเทศ พร้อมแนวคิดตั้ง ‘ล้งกลาง’ เพื่อสร้างราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น

มาดูกันที่กะหล่ำปลีที่เคยเป็นผักทำเงินของชาวสวนหล่มสัก วันนี้กลับกลายเป็นของล้นแปลงที่ ‘ขายไม่ได้’ ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน โดยสถานการณ์ใน จ.เพชรบูรณ์ ที่กำลังสะท้อนภาพชัดของเศรษฐกิจฐานราก เมื่อราคากะหล่ำปลีร่วงหนักเหลือเพียง 10–20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำสุดในรอบหลาย10ปี แต่สิ่งที่ซ้ำเติมไม่ใช่แค่ราคาตก คือ ‘น้ำมันขาดแคลน’ จนระบบขนส่งสะดุด พ่อค้าหยุดรับซื้อ เพราะต้นทุนพุ่งเกินคุ้ม

ทางเลือกให้คนประหยัด! กะหล่ำปลี-มะพร้าวน้ำหอมร่วง ‘ของถูก’ ยุคน้ำมันแพง

ผลลัพธ์คือ เกษตรกรจำนวนไม่น้อยต้องตัดกะหล่ำทิ้ง เปิดสวนให้คนมาเก็บฟรี หรือปล่อยให้เน่าเสียคาแปลง เนื่องจากขายไปก็ไม่คุ้มทั้งค่าแรงและค่าบรรจุภัณฑ์ด้านตลาดค้าส่งรายใหญ่ในพื้นที่ แม้มีสินค้าปริมาณมาก แต่กลับกระจายออกสู่ตลาดปลายทางไม่ได้ เพราะข้อจำกัดด้านเชื้อเพลิงวิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ ‘ผักราคาตก’ แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า เมื่อพลังงานสะดุด ห่วงโซ่อาหารทั้งระบบก็สั่นคลอนทันที และคนที่รับแรงกระแทกก่อนใคร คือเกษตรกรต้นน้ำ

ท่ามกลางคลื่นราคาสินค้าที่ทยอยขยับขึ้นตามต้นทุนน้ำมัน ยังมี ‘กะหล่ำปลี’ และ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ ที่ราคากลับสวนทาง ลดต่ำลงจนกลายเป็นของดีราคาย่อมเยาในตลาดเวลานี้ภาพตรงข้ามนี้ไม่เพียงสะท้อนความเปราะบางของภาคเกษตร แต่ในอีกมุมก็เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ในวันที่ค่าครองชีพกดดันทุกมื้ออาหาร

และในยุคน้ำมันแพงเช่นนี้ การเลือกอุดหนุนผลผลิตไทยที่ยัง ‘ถูกและดี’ อาจเป็นทั้งทางรอดของผู้บริโภค และความหวังเล็ก ๆ ของเกษตรกรไปพร้อมกัน

related