
SHORT CUT
สถานการณ์ความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกยังคงดำเนินต่อไป เพราะมีแนวโนมปิดช่องแคบฮอร์มุชต่อเนื่อง ทำไทยเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันจนอาจต้องกำหนดเวลาปิดปั๊ม
น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง หรือ สงครามอิหร่าน ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากผลกระทบการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะมีการปล่อยผ่านบางประเทศ รวมถึงประเทศไทย
ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงใหม่จากช่องแคบบับ เอล มันเดบ ในบริเวณทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันของภูมิภาค ส่งผลให้กระทรวงพลังงานต้องเตรียมแผนรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
กระทรวงพลังงานได้วิเคราะห์ฉากทัศน์การจัดหาน้ำมันไว้ 3 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 เริ่มมีผลกระทบ มีความเสี่ยงแต่ยังไม่รุนแรง เช่น การเดินเรือชะลอตัวหรือมีปริมาณลดลง
ระดับที่ 2 หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องเกิน 1 เดือน แต่ยังสามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ และโรงกลั่นสามารถปรับการผลิตรองรับความต้องการได้
ระดับที่ 3 กรณีไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ และช่องแคบทั้ง 2 แห่งปิดทั้งหมด ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันสูงเกินกำลังการผลิตของโรงกลั่น
“ปัจจุบันสถานการณ์ของไทยอยู่ในระดับที่ 2 หรือระดับ 2.2 ซึ่งหมายถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายภายใน 1 เดือน โดยสถานการณ์สามารถปรับลดลงสู่ระดับ 1 ได้ หากคู่ขัดแย้งสามารถเจรจากันได้ หรืออาจยกระดับสู่ระดับ 3 หากความรุนแรงเพิ่มขึ้น”
ที่ผ่านมาได้มีการนำมาตรการในระดับที่ 1 และ 2 มาดำเนินการแล้วบางส่วน เช่น
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน เผยว่า ระดับความเสี่ยงด้านพลังงานที่ 2.2 หมายถึงเริ่มมีความยากลำบากในการจัดหา โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือบริเวณทะเลแดง ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันปริมาณมหาศาล
ส่วนระดับที่ 3 ขั้นวิกฤตสูงสุด ไม่มีของในตลาด หรือ แหล่งจัดหาหายไปอย่างมีนัยสำคัญ หากเกิดการขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก กระทรวงพลังงานจะพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการใช้พลังงานในประเทศ การปันส่วนน้ำมัน กำหนดลำดับความสำคัญของผู้ที่จะได้รับน้ำมันก่อน เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควบคุมเวลาเปิด-ปิด
อาจมีการกำหนดเวลาการให้บริการของสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน) รวมถึงเวลาเปิด-ปิดของห้างสรรพสินค้า การประหยัดพลังงานในภาคครัวเรือนและธุรกิจ เช่น มาตรการปิดไฟ หรือการจำกัดการใช้พลังงานเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่
สำหรับมาตรการเลียนแบบต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เรื่องการใช้รถเพียง 5 วันต่อสัปดาห์แบบเกาหลีใต้ มีความเป็นไปได้ ทุกมาตรการถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับสถานการณ์ที่แย่ที่สุด (Worst-case scenario) ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะนำมาใช้จริงหรือไม่ ต้องดูระดับความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกประเทศประกอบกัน