
SHORT CUT
ตรึงค่าไฟ 3.88 ไม่ไหว! เคาะงวด พ.ค.-ส.ค.69 เฉลี่ย 3.95 บาท/หน่วย ประชาชนพร้อมรับภาระหรือยังกับหน้าร้อนนี้ที่ต้องใช้ไฟมากขึ้น
ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ข่าวการปรับขึ้นค่าไฟรอบใหม่กลายเป็นอีกแรงกดดันสำคัญต่อคนไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่การใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุดของปี คำถามที่หลายคนเริ่มตั้งคือ ภาระค่าไฟที่เพิ่มขึ้นครั้งนี้จะกระทบชีวิตมากแค่ไหน
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (FT) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเรียกเก็บอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นจากความพยายามตรึงราคาเดิมที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้
การปรับขึ้นครั้งนี้มีปัจจัยหลักจากต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังผันผวน รวมถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหลัก ทำให้โครงสร้างค่าไฟได้รับผลกระทบโดยตรง
แม้ภาครัฐจะพยายามใช้มาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระของประชาชน ทั้งการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) มูลค่ากว่า 9,400 ล้านบาท มาใช้บรรเทาค่าไฟ รวมถึงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระต้นทุนสะสมแทนบางส่วน แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะตรึงค่าไฟให้อยู่ในระดับเดิมได้
ทั้งนี้ ตัวเลขที่สะท้อนความท้าทายคือ การตรึงค่าไฟทุก 1 สตางค์ ต้องใช้งบประมาณราว 706 ล้านบาท และหากต้องการตรึงค่าไฟที่ระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยต่อไป จะต้องใช้เงินเพิ่มอีกประมาณ 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน
สถานการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ทำงานหนักขึ้น และยิ่งผลักดันให้ค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นตามโครงสร้างอัตราแบบขั้นบันได
การตัดสินใจปรับค่าไฟในครั้งนี้ จึงสะท้อนความพยายามรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริง กับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน
ในระยะสั้น ผู้ใช้ไฟฟ้าอาจต้องปรับพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ขณะที่ในระยะยาว โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยยังคงเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้ได้มากขึ้น
ค่าไฟที่ขยับขึ้นในครั้งนี้ อาจไม่ใช่การปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุด แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำเตือนว่า ทิศทางพลังงานโลกที่เปลี่ยนไป กำลังส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้