
SHORT CUT
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันแพง และ ปริมาณน้ำมันในประเทศค่อนข้างตึงตัว แต่กลับมีขบวนการกักตุนและลักลอบขายน้ำมันออกนอกระบบ
ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงยุติธรรม ได้สนธิกำลังกับตำรวจ ทหาร และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จับกุมขบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้กัมพูชา นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงกับออกปากเป็นการกระทำที่ “เลว”
ล่าสุดนายอนุทิน เป็นประธานตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ด้วยตัวเอง
โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พบรูปแบบการกระทำผิดที่น่ารังเกียจ 6 รูปแบบ
1. ประวิงเวลาขนส่งทางทะเล สั่งให้เรือบรรทุกน้ำมันลอยลำรออยู่กลางทะเล ไม่นำน้ำมันเข้าคลังตามเวลาปกติ เพื่อรอจังหวะให้มีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกก่อนจึงจะนำน้ำมันเข้าสู่ระบบเพื่อฟันกำไรส่วนต่าง
2. การปฏิเสธการจำหน่าย คลังน้ำมันขนาดใหญ่บางแห่งจงใจไม่จ่ายน้ำมันไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง เพื่อเก็บน้ำมันไว้เก็งกำไร
3. การขนส่งนอกเส้นทาง มีการนำน้ำมันออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตเพื่อนำไปกักตุนไว้ในที่ลับตา
4. การลักลอบขนถ่ายกลางทะเล เชื่อมั่นว่ามีการลักลอบถ่ายน้ำมันกันกลางทะเลเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายผลหาตัวผู้บงการ
5. ความผิดปกติของข้อมูล ตรวจพบว่าตัวเลขปริมาณน้ำมันจากกรมเจ้าท่าและกรมธุรกิจพลังงาน ไม่ตรงกับข้อมูลภาษีสรรพสามิตจากโรงกลั่น ซึ่งถือเป็นพิรุธสำคัญ
6. การส่งออกผิดเงื่อนไข กำลังตรวจสอบการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ว่ามีการลักลอบส่งออกน้ำมันเกินกว่าปริมาณที่ขออนุญาตไว้หรือไม่
“การกระทำเหล่านี้คือการปล้นประชาชน เพราะในปัจจุบันรัฐบาลต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาถึงลิตรละประมาณ 17 บาท เพื่อประคองราคาให้พี่น้องประชาชนสัญจรได้ตามปกติ จนกองทุนฯ ต้องแบกรับภาระขาดทุนไปแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท เงินจำนวนนี้มีไว้เพื่อช่วยคนไทย ไม่ใช่เพื่อให้ใครมาลักลอบขนน้ำมันไปขายเก็งกำไรในต่างประเทศ ผมจึงสั่งการให้ DSI รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพื่อลากตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด”
สำหรับ อีกประเด็นที่น่าสงสัยคือ ปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงผิดปกติ จากเดิมที่ใช้ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อมีวิกฤตสู้รบ ปริมาณกลับดีดขึ้นไปเกือบ 90 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งที่ระบบเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมไม่มีปัจจัยใดที่ต้องใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นสิ่งนี้ยืนยันข้อสันนิษฐานของรัฐบาลว่ามีการลักลอบและกักตุนเกิดขึ้นจริง ซึ่งเราจะหยุดขบวนการนี้ให้ได้ เพื่อให้ปริมาณน้ำมันกลับมาสู่ภาวะปกติ
"ขอประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนต่อหน้าทุกท่านว่า รัฐบาลจะใช้หลักการ ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ในการจัดการเรื่องนี้ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นใคร จะเป็นผู้ค้ารายใหญ่ รายกลาง หรือมีอิทธิพลคับฟ้าเพียงใด หากมีพฤติกรรมเอาเปรียบพี่น้องประชาชนและทำลายความมั่นคงทางพลังงานของชาติ เราจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดและเคร่งครัดที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น"
ล่าสุดมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นหน่วยงานหลัก บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศรชล. กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครอง
ส่วนประชาชนที่กำลังเตรียมตัวเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจด้วยเกียรติของนายกรัฐมนตรีว่า "มีน้ำมันเพียงพอแน่นอน" ได้ประสานผู้ประกอบการตามมาตรา 7 และ 10 ให้เตรียมรถขนส่งน้ำมันสำรองไว้เป็นพิเศษ และได้สั่งยกเว้นระเบียบการขนส่งชั่วคราว เพื่อให้รถน้ำมันสามารถวิ่งไปเติมให้ปั๊มที่ขาดแคลนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงหากมีการร้องขอ
พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน อย่าตื่นตระหนก ไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำมันใส่ถังหรือแกลอนไปตุนไว้ที่บ้าน เพราะจะยิ่งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนที่หน้าปั๊มโดยไม่จำเป็น ขอให้ใช้รถและเติมน้ำมันตามภาวะปกติ
"ขณะนี้เราได้ Confirm Order น้ำมันดิบล่วงหน้าไว้แล้ว ซึ่งจะทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน และเรากำลังจัดหาจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติมตลอดเวลา รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ บางเรื่องอาจไม่ได้แถลงบ่อยเพราะเป็นเรื่องความมั่นคงและกลยุทธ์การเจรจา แต่ขอให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรปิดบังประชาชนแน่นอน"