
SHORT CUT
บังกลาเทศ ประกาศลดเวลาทำงาน ปิดตลาดเร็ว เพื่อประหยัดพลังงาน หลังรับวิกฤตเชื้อเพลิงจากตะวันออกกลาง ทำเอาคนประเทศได้รับความเดือดร้อน
รัฐบาลบังกลาเทศเดินหน้ามาตรการใหม่เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ – อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดเชื้อเพลิงโลกผันผวนอย่างรุนแรง กระทบต่อการนำเข้าเชื้อเพลิงของประเทศที่พึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศอย่างหนักหน่วง
โดยเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีของบังกลาเทศอนุมัติชุดมาตรการเพื่อรับมือภาวะขาดแคลนพลังงาน โดยหนึ่งในมาตรการที่เป็นจุดสนใจคือการ ลดเวลาทำงานของหน่วยงานภาครัฐ จากเดิมไปจนถึงช่วงบ่าย ลดเหลือเปิดทำการตั้งแต่ 09.00 – 16.00 น. เท่านั้น เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงานและอุปกรณ์ต่าง ๆ
นอกจากนั้น รัฐบาลยังสั่งให้ ตลาดสด ศูนย์การค้า และสถานประกอบการต่าง ๆ ปิดให้บริการภายในเวลา 18.00 น. ทุกวัน เพื่อลดแรงกดดันด้านการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงสุด ขณะที่บริการจำเป็นบางประเภท เช่น ร้านขายยา ร้านอาหาร ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันได้รับการยกเว้นตามความเหมาะสม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลประกาศ ลดงบประมาณภาครัฐที่ไม่จำเป็นลงหลายด้าน ทั้งการตัดงบเดินทางต่างประเทศ ลดการจัดสัมมนา และควบคุมการใช้ไฟฟ้าเกินความจำเป็นในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีการกำชับให้ห้ามใช้ไฟประดับหรือแสงสว่างที่เกินความจำเป็นเพื่อช่วยลดโหลดพลังงาน
สำหรับระบบการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการของบังกลาเทศกำลังเตรียมแนวทางใหม่ โดยมีการพิจารณาปรับตารางเรียนหรือแม้แต่ให้มีการ เรียนออนไลน์บางส่วน เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีการใช้พลังงานสูงในระหว่างวัน
ขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในประเทศยังคงไม่คลี่คลาย เมื่อมีการ จำกัดการขายน้ำมัน การจำกัดการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ และปรับเวลาทำการของสถานีบริการน้ำมัน ลดลงจากเดิม เพื่อตัดวงจร “การตื่นตระหนกซื้อกักตุน” ที่เกิดขึ้นกับประชาชนในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับบังกลาเทศ ซึ่งมีประชากรมากกว่า 175 ล้านคน และนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นสัดส่วนหลักของการใช้พลังงานทั้งหมด มาตรการที่ออกมาในครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนถึง ความกดดันจากภาวะตลาดพลังงานโลกที่ผันผวน และความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในประเทศให้ได้มากที่สุด