svasdssvasds

แบรนด์เอเชียใต้ผงาด อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ ดันแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายมาแรง

แบรนด์เอเชียใต้ผงาด อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ ดันแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายมาแรง

กำลังมาแรงในโลกแฟชั่นเสื้อผ้าบุรุษสำหรับหลายแบรนด์จากเอเชียใต้ เพราะชูความแปลกใหม่ด้านงานคราฟต์ท้องถิ่นเป็นจุดเด่น ทำให้สร้างรายได้แบบก้าวกระโดด

SHORT CUT

  • แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากเอเชียใต้ (อินเดีย, ปากีสถาน, บังกลาเทศ) กำลังได้รับความนิยมในระดับโลก โดยนำมรดกทางวัฒนธรรมและงานฝีมือดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้เป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่โดดเด่น
  • ความสำเร็จของแบรนด์เหล่านี้พิสูจน์ได้จากยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด การขยายตลาดไปทั่วโลก และการที่เซเลบริตี้ชื่อดังระดับโลกเลือกสวมใส่ ซึ่งช่วยสร้างการยอมรับในวงกว้าง
  • เทรนด์นี้ได้เปลี่ยนมุมมองของโลกแฟชั่น จากเดิมที่เอเชียใต้เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์ที่บอกเล่าเรื่องราวและชูจุดแข็งด้านงานฝีมือและแหล่งผลิตอย่างภาคภูมิใจ

กำลังมาแรงในโลกแฟชั่นเสื้อผ้าบุรุษสำหรับหลายแบรนด์จากเอเชียใต้ เพราะชูความแปลกใหม่ด้านงานคราฟต์ท้องถิ่นเป็นจุดเด่น ทำให้สร้างรายได้แบบก้าวกระโดด

เรียกว่ากำลังเข้าสู่ยุคทองก็ว่าได้สำหรับแบรนด์ “เสื้อผ้าบุรุษ” หรือ Menswear ที่มาจากโซน “เอเชียใต้” เมื่อแบรนด์เหล่านั้นได้นำเอามรดกทางวัฒนธรรมก้าวเข้าสู่รันเวย์โลก ซึ่งบรรดาดีไซเนอร์จากอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ กำลังนำเทคนิคงานฝีมือเชิงช่าง การประดับประดาที่มีความเฉพาะตัวในแต่ละท้องถิ่น และประเพณีสิ่งทอมาตีความใหม่ให้กลายเป็นเสื้อผ้าบุรุษร่วมสมัยที่มีเสน่ห์ในระดับสากล

สิ่งที่ทำให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากแบรนด์ในเอเชียใต้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในโลกแฟชั่นนั้นเริ่มมาจาก การที่แจ็กเกตผ้าไหม ผ้าปักมือ และผ้าพิมพ์บล็อก ปรากฏบนรันเวย์ของ “Kartik Research” แบรนด์แฟชั่นหัตถกรรมชั้นสูงจากอินเดีย ที่ปารีสเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของงานฝีมือเอเชียใต้ เพราะสามารถนิยามความเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้มุมมองแบบตะวันตกมารองรับอีกต่อไป

นอกจากนี้แบรนด์อย่าง Rastah จากลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน, Found จากนิวยอร์ก (โดยดีไซเนอร์ปากีสถาน) และ Harago จากชัยปุระ ประเทศอินเดีย กำลังเปลี่ยนงานฝีมือดั้งเดิมให้กลายเป็นเสื้อผ้าบุรุษระดับพรีเมียมที่ตลาดโลกกำลังมองหา

“ชุมชนครีเอทีฟเอเชียใต้ระดับโลกของเอเชียใต้กำลังเริ่มตั้งหลักได้แล้วในที่สุด” Aaron Christian ผู้เขียนหนังสือ The Asian Man ระบุ ซึ่งเขามองว่านี่เป็นเหมือนกับยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของแฟชั่นผู้ชายเอเชียใต้

เมื่อความแตกต่างของงานคราฟต์คือความโดดเด่น

ส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์จากเอเชียใต้เหล่านี้มีความโดดเด่นก็คือ ทุกวันนี้ตลาดแฟชั่นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบบ Quiet Luxury ที่ดูเหมือนกันไปหมด งานฝีมือที่ประณีตจึงกลายเป็นความแปลกใหม่ที่โดดเด่น โดย Kartik Kumra ผู้ก่อตั้ง Kartik Research อธิบายว่าแบรนด์ของเขาคือ “คอสตูมกูตูร์แบบลำลอง” ที่มีมุมมองชัดเจน และเป็นการนำมาตรฐานโลกมาประยุกต์ใช้กับงานฝีมือในเอเชียใต้อย่างมั่นใจ ปัจจุบันแบรนด์นี้สร้างเครือข่ายช่างฝีมือทั่วอินเดีย มีร้านค้าพาร์ตเนอร์ตั้งแต่มาดริดถึงเมลเบิร์น และลูกค้าตั้งแต่ดูไบถึงเซี่ยงไฮ้

Found จากนิวยอร์ก (โดยดีไซเนอร์ปากีสถาน)

Found จากนิวยอร์ก (โดยดีไซเนอร์ปากีสถาน)

อาวุธสำคัญที่ทำให้แบรนด์จากเอเชียใต้ได้รับความนิยมมากขึ้นก็คือ “ความแตกต่าง” เพราะในโลกของแฟชั่นบุรุษที่เต็มไปด้วยความมินิมอลที่ลอกเลียนแบบได้ง่าย แบรนด์ที่ผสมผสานองค์ประกอบที่โดดเด่นจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งโดยเฉพาะ อาจสร้างความแตกต่างได้ นอกจากนี้ แฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยงานฝีมือได้กลายเป็นจุดเด่นในสภาพแวดล้อมที่ซบเซาในปัจจุบัน โดยนำเสนอคุณค่าผ่านความรู้สึกว่าเป็นของหายากและการเล่าเรื่องราวของแบรนด์และสินค้าที่น่าสนใจ

“พอทุกอย่างดูเหมือนกันไปหมด แฟชั่นจึงจำเป็นต้องสื่อสารกับคนในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไป” Faraz Zaidi ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Found กล่าว

“Rastah” จากปากีสถาน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2018

“Rastah” จากปากีสถาน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2018

ตลาดโลกและแรงหนุนจากเหล่าเซเลบริตี้คนดัง

ความสำเร็จของเทรนด์นี้ไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวเลขทางธุรกิจและความสนใจของคนดังที่มีอิทธิพลในแฟชั่นระดับโลกอีกด้วย

โดยแบรนด์ “Rastah” จากปากีสถาน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2018 มียอดขายพุ่งขึ้นเท่าตัวในปี 2025 โดยมีรายได้รวมกว่า 2.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 65% และมีลูกค้าที่อยู่นอกเอเชียใต้มากกว่า 30% มีเซเลบชื่อดังอย่าง Justin Bieber, Timothée Chalamet และ Zayn Malik สวมใส่ในชีวิตจริงอีกด้วย

สำหรับแบรนด์ “Harago” จาก อินเดีย ถือว่าเติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรป สหรัฐฯ รวมถึงเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ มีจุดเด่นอยู่ที่เทคนิคย้อม ปัก appliqué บนซิลูเอตรีสอร์ตแวร์ร่วมสมัย และมีลูกค้าที่เป็นเซเลบอย่าง Harry Styles และ Travis Kelce

ในส่วนของแบรนด์ “Found” อีกหนึ่งแบรนด์จากปากีสถาน ได้ทำการขยายจุดจำหน่ายไปแล้วกว่า 100 แห่งทั่วโลก และสร้างรายได้แตะระดับ 10 ล้านดอลลาร์ และการใช้กลยุทธ์การขายสินค้าโดยผู้ผลิตตรงถึงลูกค้าโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือค้าปลีก (DTC) ก็โตขึ้นถึง 2 เท่าในปีเดียว โดยสินค้าของแบรนด์จะเน้นการผสมผสานสไตล์วินเทจแบบอเมริกาน่าเข้ากับงานปักแบบปากีสถาน

ด้านแบรนด์ “Kartik Research” จากอินเดีย ทำรายได้ในปี 2024 ไปได้ถึง 3.5 ล้านดอลลาร์ มีหน้าร้านทั้งในเดลีและนิวยอร์ก รวมถึงยังมีพาร์ตเนอร์อีกกว่า 70 ร้าน เช่น Selfridges, Bloomingdale’s และมีลูกค้า 2 ใน 3 ของแบรนด์อยู่นอกอินเดีย

แบรนด์ “Kartik Research” จากอินเดีย

แบรนด์ “Kartik Research” จากอินเดีย

เมื่อผู้รับจ้างผลิตก้าวขึ้นเป็น ผู้บอกเล่าเรื่องราว

ในอดีตงานฝีมือเอเชียใต้มักถูกใช้ในแฟชั่นตะวันตกโดยถูกปิดบังแหล่งที่มา หรือถูกมองว่าเป็นแค่คอสตูมแปลกตา แต่ปัจจุบันดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ-เบงกาลีอย่าง Rahemur Rahman กล่าวว่า “ตอนนี้เราคือผู้เขียนเรื่องราวงานฝีมือของเราเอง” รวมถึงรุ่นพี่อย่าง Rikki Kher จากแบรนด์ Kardo ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2013 ก็เล่าว่า สมัยก่อนผู้ซื้อจะเดินหนีทันทีเมื่อรู้ว่าสินค้า “Made in India” แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับตรงกันข้าม การชูจุดแข็งเรื่องแหล่งผลิตและช่างฝีมือท้องถิ่นกลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นและยิ่งสร้างแรงดึงดูดให้ผู้ซื้อมากขึ้น

ความยั่งยืนและทิศทางแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษจากเอเชียใต้

เป็นที่รู้กันดีว่าแฟชั่นจะเป็นเรื่องของวัฏจักร แต่เหล่าดีไซเนอร์ก็เชื่อว่าสไตล์เอเชียใต้จะยืนหยัดได้ถาวรเหมือนแฟชั่นญี่ปุ่นหรือสแกนดิเนเวีย เพราะมันถูกหล่อหลอมขึ้นจากคุณภาพและความจริงใจ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกไปในที่สุด แต่ความยั่งยืนต้องจำเป็นต้องโฟกัสไปที่สินค้าด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ตัวตนหรือชาติพันธุ์เพียงอย่างเดียว

Kartik Kumra มองว่าเสน่ห์ระดับโลกของเสื้อผ้าบุรุษเอเชียใต้ คือมุมมองการแต่งตัวที่อาจจะแตกต่างเล็กน้อย แต่ยังสวมใส่ได้จริงได้ชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป “ผู้คนยังอยากได้เสื้อผ้าที่ใส่ง่าย แต่มีอะไรบางอย่างมากกว่าความเรียบง่าย”

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากสำหรับดีไซเนอร์และแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษที่มาจาก “เอเชียใต้” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสไตล์ที่ค่อนข้างแปลกใหม่ในตลาดโลก ความยั่งยืน ไปจนถึงการสร้างรายได้ที่เป็นไปในทิศทางบวก

อ้างอิงข้อมูล : Business of Fashion

แบรนด์ “Harago” จาก อินเดีย

แบรนด์ “Harago” จาก อินเดีย
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related