
SHORT CUT
เคยตั้งคำถามไหมว่านักการเมืองแต่ละคนในรัฐสภามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ร่างกฎหมายแต่ละฉบับเอื้อประโยชน์ให้ใคร มีข้อมูลอะไรอีกบ้างที่นักการเมืองไม่เคยบอกเรา?
เราต่างรู้ว่ามี ส.ส. กำลังทำงานในรัฐสภา แต่เราไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไร กำลังคุยประเด็นอะไร หรือตัดสินใจอะไรที่ส่งผลต่อประเทศ
ปัญหานี้เกิดจากการที่ข้อมูลส่วนใหญ่ของภาครัฐยังคงถูกเก็บให้ห่างไกลจากสายตาของประชาชน ยากต่อการตรวจสอบ และกลายเป็นการกีดกันประชาชนจากการมีส่วนร่วมกับนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาโดยตรง
นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะ 'ทวงคืน'
เพราะหน้าที่ของประชาชนไม่ได้จบลงแค่การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14-15 มี.ค. ที่ผ่านมา WeVis จึงได้จัดกิจกรรม 'Thai Parliament Datathon: ร่วมคุ้ยแคะ แกะระบบรัฐสภาไทยผ่านข้อมูลเปิด' ที่ชวนประชาชนทั่วไปมาร่วมเปิดข้อมูลของรัฐสภา เช่น การดำรงตำแหน่งของนักการเมือง, การลงมติ และกระบวนการพิจารณากฎหมาย ใครเสนอ ใครโหวต ผ่านหรือไม่ผ่าน ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาสุมหัว แชร์ไอเดีย พัฒนาออกมาเป็น 'อะไรสักอย่าง' ที่จะช่วยให้ประชาชนทุกคนได้ขยับเข้าใกล้รัฐสภามากกว่าเดิม
ใครจะไปเชื่อว่า ประชาชนทั่วไป+ข้อมูลจากรัฐสภา+เวลาสองวัน จะนำไปสู่ผลงานโปรเจกต์สุดสร้างสรรค์ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจข้อมูลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรัฐสภาของไทยได้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้นและ 2 โปรเจกต์ที่ได้รับชัยชนะ จะได้รับการสนับสนุนจาก WeVis และ Punch Up เพื่อนำไปพัฒนาสู่แพลตฟอร์มที่ประชาชนเข้าถึงได้จริงด้วย
WeVis คือใคร?
Technical Lead และ Co-founder ของ WeVis หรือคุณลูกคิด เล่าว่า "WeVis เป็นทีมที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลและการเล่าเรื่อง เพราะเชื่อว่า 'ข้อมูล' เหล่านี้มันมีพลังเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวบางอย่าง
WeVis เกิดขึ้นมาจากความสนใจด้านการเมือง ที่รู้สึกว่าการเมืองไทยมันไกลตัวและเข้าใจยาก เราไม่ค่อยเห็นภาพว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการเมือง เรารู้ว่าสภามีส.ส. แต่เราไม่รู้ว่าส.ส. กำลังทำอะไร หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังคุยประเด็นอะไร หรือตัดสินใจทำอะไรที่สงผลต่อประเทศ
"เรายังเชื่อว่าความสามารถในการเล่าเรื่องจากข้อมูลของเรา สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้การเมืองเข้าถึงคนไทยทุกคนได้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่ข้อถกเถียงในสังคมที่สร้างสรรค์มากขึ้น"
ซึ่งแน่นอนว่านั่นก็คือที่มาของการจัดกิจกรรม Datathon เพื่อคุ้ยแคะข้อมูลรัฐสภาในครั้งนี้
Datathon คืออะไร?
Datathon มาจากคำว่า Data + Hackathon ซึ่ง Hackathon เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมทั่วโลก คือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะชวนทุกคนมาสุมหัวระดมสมอง เพื่อพัฒนาอะไรบางอย่างด้วยเป้าหมายที่มีร่วมกัน ภายในระยะเวลาที่มีอย่างจำกัด
Hackathon ส่วนใหญ่ในไทยตอนนี้มักจะมาจากกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ช่วยกันพัฒนามาร์เก็ตติ้ง ทำแผนโปรเจค หรือแผนธุรกิจ แต่ต่างชาติอย่างฝั่งยุโรป ทางภาครัฐเขาเริ่มนำ Hackathon มาเปิดพื้นที่ให้ประชาชนลองเอาทรัพยากรที่ภาครัฐมี มาช่วยกันคิดว่าจะต่อยอดเป็นโครงการอะไรได้บ้าง ซึ่ง Wevis เองก็อยากจะทำแบบนั้น
"เราเชื่อว่ายังมีคนที่อาจจะมีความสามารถ หรือไอเดียบางอย่าง ที่เรายังไม่มีหรือนึกไม่ถึง เราจึงจัดกิจกรรม Hackathon ขึ้นมาเป็นระยะเวลา 2 วัน สร้างพื้นที่ขึ้นมา และมอบข้อมูลที่เรามีให้กับผู้ร่วมงาน เพื่อให้พวกเขาช่วยกันตั้งคำถามว่าจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไรได้บ้าง"
อาจจะฟังดูเข้าใจยาก แต่ตลอดทั้งสองวันก็มีทั้งกลุ่มเพื่อน คนรู้จัก หรือคนเพิ่งรู้จัก ชวนกันจัดกลุ่มมาร่วมกิจกรรมด้วยกันถึง 9 ทีม แต่ละทีมช่วยกันแบ่งหน้าที่เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง
โดยเป้าหมายกิจกรรมนี้คือ
1. การเห็นความสำคัญของข้อมูลแบบเปิด และการนำข้อมูลเหล่านี้ไปขยายผล เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐที่เป็นเจ้าของข้อมูล ได้เห็นประสิทธิภาพ ว่าการเปิดเผยข้อมูลออกมา จะนำไปสู่อะไรได้บ้าง
2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน หน้าที่ของเราไม่ได้จบแค่เลือกตั้ง แต่เรายังสามารถตั้งคำถาม สอดส่องการทำงานของรัฐ หรือหยิบเอาข้อมูลภาครัฐมาทำอะไรต่อได้
3. การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างอิสระ
4. การพัฒนา Data Literacy หรือ ความรู้ความเข้าใจด้านข้อมูล ในยุคที่มีข้อมูลมากมายเกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งสามารถถูกนำไปวิเคราะห์หรือเล่าเรื่องราวบางอย่างต่อได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ทุกคนควรจะมีทักษะการเล่าเรื่องด้วยข้อมูลในโลกยุคนี้
"ผู้เข้าร่วมกิจกรรมวันนี้ก็มาจากหลากหลายที่มา ตั้งแต่นักศึกษา คนทำงานที่สนใจการเมือง สื่อมวลชน คนที่เขียนโค้ดเป็น คนที่รู้วิธีจัดการข้อมูล ซึ่งพวกเขาจะต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อทำงานเป็นทีม พวกเขาสาสารถสร้างผลงานออกมาแบบไหนก็ได้ อาจเป็นอินโฟกราฟิก รูปภาพ เว็บไซต์ เกม หรืออาจเป็นอะไรได้มากกว่านี้ เราเองก็คาดหวังจะเห็นผลงานที่หลากหลาย และผลงานที่มีศักยภาพก็จะได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาและต่อยอดในอนาคต"
ทำไมการมี 'รัฐสภาแบบเปิด' ถึงสำคัญ
การสร้างตึกราชการบางแห่งอาจใช้งบหลายหมื่นล้านบาท และยังมีงบประมาณอีกหลายส่วนที่อาจทำให้เราอุทานว่า 'แพงไปไหม' แต่ปัญหาคือจะตรวจสอบได้อย่างไร หากหน่วยงานรัฐยังมองว่าข้อมูลส่วนใหญ่ 'เป็นสมบัติของรัฐ ไม่ใช่ของประชาชน'
รัฐสภาแบบเปิด (Open Parliament) คือแนวคิดการพัฒนารัฐสภาให้มีความโปร่งใส ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย มีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้จริง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดโอกาสการทุจริต ยังเปิดโอกาสให้ข้อมูลเหล่านั้นถูกนำไปต่อยอดแนวคิดที่จะพัฒนาบ้านเมืองได้
การเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย คือรัฐสภาและประชาชน เพราะหากรัฐสภามีความโปร่งใส ประชาชนก็รู้สึกเชื่อมั่นและไว้วางใจ ส่วนประชาชนเองก็จะตระหนักถึงหน้าที่พลเมือง ที่จะต้องตรวจสอบและตั้งคำถามต่อการทำงานของภาครัฐด้วยเช่นกัน ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยที่จะนำประเทศไปสู่จุดที่ดีขึ้นแน่นอน
จาก Workshop สู่ผลงานที่ต้องถามว่า 'คิดได้ไง?'
หลังจบกิจกรรม ทาง WeVis ก็ได้เผยแพร่ผลงานของผู้เข้าร่วมที่สร้างสรรค์กันออกมาอย่างเต็มที่ โดยผลงาน 2 ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ
Political Dynasty: สาแหรกสภา
Interactive Website ที่ช่วยให้เห็นภาพว่า ‘ใครเกี่ยวข้องกับใคร’ ในสภา ผ่านประเด็นบ้านใหญ่ สายสัมพันธ์ครอบครัว อำนาจ และร่างกฎหมาย
กฎหมายนี้เอื้อใคร ?
Interactive Website ที่ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าธุรกิจไหน หรือ ‘ใครได้-ใครเสีย’ จากร่างกฎหมายที่ถูกเสนอในสภา
โดยสามารถติดตามผลงานทั้งหมด และโปรเจกต์สนุกๆ ในอนาคตเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: WeVis