
SHORT CUT
ปปง.สั่งอายัดทรัพย์เครือข่ายต่างชาติ “เบน สมิธ-ยิม เลียก” มูลค่ากว่า 8.2 พันล้านบาท เชื่อมโยงยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฟอกเงินข้ามชาติ
วันที่ 9 เม.ย. 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.96/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 โดยให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้เป็นการชั่วคราว ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบุคคลทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวม 34 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 8,269 ล้านบาท
ทรัพย์สินที่ถูกอายัดประกอบด้วย รถยนต์จำนวน 6 คัน (อยู่ระหว่างการประเมินราคา) และเงินสดรวมถึงหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหุ้นและบัญชีเงินฝาก จำนวน 28 รายการ
จากข้อเท็จจริงที่ได้ตรวจสอบและวิเคราะห์ และรวบรวมพยานหลักฐานในทางคดีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก เป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน ดังนี้
อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) (2) (3) (10) และ (18) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ประกอบมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งบัญญัติให้การกระทำความผิดมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
จากการสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า มีพยานหลักฐานแสดงว่า MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และ น.ส. แคทรียา บีเวอร์ กับพวกมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐาน และมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. (CAI), CAI OPTIMUM FUND VCC และ Opus - chartered Issuances S.a โดยเป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันโดยเส้นทางการเงิน โดยโครงสร้างทางธุรกิจและการลงทุน
นอกจากนี้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้โอนเงินจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังบัญชีเงินฝากในประเทศไทย และโอนต่อไปยังบัญชีเงินฝากประเทศอื่น ๆ จำนวนหลายหมื่นล้านบาท และได้โอนเงินกลับเข้ามายังประเทศไทยเพื่อซื้อทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บ้านและคอนโดหลายแห่ง รถหรูจำนวนมาก และลงทุนซื้อหลักทรัพย์ (หุ้น) ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยใช้ความซับซ้อนในโครงสร้างทางธุรกิจที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวจัดตั้งขึ้นมา และเชื่อมโยงกันอยู่ในหลายประเทศ
ซึ่งพบว่ามีการประกอบธุรกิจเพียงเพื่ออำพรางแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงินที่ใช้ในการซื้อทรัพย์สินและหลักทรัพย์อื่น ใช้ความซับซ้อนในแหล่งที่มาของเงิน ใช้นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและจดทะเบียนในต่างประเทศจำนวนมาก และใช้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ในการเคลื่อนย้ายเงินเพื่อให้เกิดความสลับซับซ้อนในเส้นทางการเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากร เพื่อนำเงินเข้าสู่ระบบการเงินหรือระบบเศรษฐกิจปกติ และเพื่อปกปิดเจ้าของหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง
ทั้งนี้น่าเชื่อว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือมีเส้นทางการเงิน หรือการประกอบธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิด และเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในช่วงที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งมีลักษณะเป็นการดำเนินการของขบวนการ ในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
พฤติการณ์เป็นการใช้โครงสร้างนี้ทำให้เงินทุนที่ได้มาจากการกระทำความผิดที่ไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และนำมาฟอกจนขาวสะอาด และเงินดังกล่าวเข้ามาครอบงำหรือกระทบต่อกิจการหรือระบบเศรษฐกิจไทย หรือบิดเบือนกลไกการตลาดปกติได้ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอื่น ๆ ของประเทศไทยได้
นอกจากนี้ ยังพบว่าธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้ออกแถลงการณ์ ว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ตำรวจและหน่วยงานการเงินของสิงคโปร์ (MAS) ได้ร่วมกันดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับ Capital Asia Investments Pte Ltd (Capital Asia Investments) และกรรมการในข้อหาสงสัยว่ามีความผิดฐานฟอกเงิน ตามข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นโดยบริษัท
ซึ่ง MAS ได้ตรวจสอบบริษัทและกิจกรรมของบริษัท การตรวจสอบการกำกับดูแลของ MAS พบความล้มเหลวในการควบคุมอย่างร้ายแรงในการปฏิบัติตามข้อกำหนดการต่อต้านการฟอกเงิน
ทั้งนี้ ตำรวจได้รับข่าวกรองทางการเงินจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (STRO) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการมีส่วนร่วมของ Capital Asia Investments และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ และตำรวจได้ยึดทรัพย์สินมากกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในบัญชีธนาคารและหลักทรัพย์ของ Capital Asia Investments กรรมการของ Capital Asia Investments ทั้ง 2 คน ถูกตำรวจจับกุม