
SHORT CUT
อิหร่าน - สหรัฐฯ อาจเปิดการเจรจาอีกรอบในสัปดาห์นี้ แต่สหรัฐฯ ยังยืนยัน ไม่ประนีประนอมเรื่อง 'การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม'
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวยืนยันเมื่อวันอังคารว่า มีโอกาสที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะเริ่มต้นอีกครั้งที่ปากีสถานภายในสองวันข้างหน้า โดยที่สหรัฐฯ ยังยืนยันในข้อตกลงเดิมว่า อิหร่านจะต้องระงับโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ เป็นเวลา 20 ปี
ทรัมป์ยอมรับว่าตัวเขาเองก็ไม่พอใจในข้อตกลงดังกล่าว เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือ อิหร่านต้องไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ ไม่ใช่การระงับเพียง 20 ปีเท่านั้น และทรัมป์ไม่ต้องการให้อิหร่านรู้สึกว่าพวกเขาเป็นฝ่ายชยะ
ขณะที่อิหร่านเองก็ปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเสนอนี้ โดยยืนยันข้อตกลงของฝ่ายตนเองว่า จะระงับโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ เป็นเวลา 5 ปี เท่านั้น ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้การเจรจาครั้งล่าสุด 'ล้มเหลว'
โดยทรัมป์เผยถึงการเจรจาครั้งก่อนว่า สหรัฐฯ และอิหร่าน ได้ตกลงกันในหลายประเด็น แต่อิหร่านยังคงไม่เห็นด้วยกับคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการพัฒนานิวเคลียร์
ส่วนอิหร่านก็ยืนยันมานานแล้วว่า พวกเขาไม่มีเจตนาที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์
นั่นหมายความว่า หากการละทิ้งโครงการนิวเคลียร์เป็นเส้นแดงของทรัมป์ การคงโครงการนิวเคลียร์ไว้ก็เป็นเส้นแดงของอิหร่านเช่นกัน
นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะสำหรับชาวอิหร่านแล้ว โครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของพวกเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุดมการณ์ เป็นแหล่งความภาคภูมิใจของชาติ และถูกยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ประชาชนต้องทนทุกข์ทรมานจากความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
สิ่งที่น่ากังวลคือแรงกดดันจากสหรัฐฯ อาจยิ่งทำให้อิหร่านเชื่อว่าจำเป็นต้องเร่งสร้าง 'ระเบิดนิวเคลียร์' และแม้ทรัมป์จะเชื่อว่าสามารถกดดันให้อิหร่านยอมจำนนได้ แต่ผู้นำระดับสูงของอิหร่านส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นผู้รอดชีวิตจากสงครามอิหร่าน-อิรักอันโหดร้ายที่กินเวลานานแปดปี ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความอดทนต่อความเจ็บปวดสูงมาก
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของกองกำลังสหรัฐฯ และย้ำอีกครั้งว่า เป้าหมายของเขาคืออิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และกำลังจะมีการเจรจาเกิดขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น