
SHORT CUT
อะไรคือสาเหตุที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เขาเคยกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อิหร่านต้องเปิดเส้นทางนี้โดยไม่มีเงื่อนไข
“นับจากนี้เป็นต้นไป กองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกองทัพเรือที่ดีที่สุดในโลก จะเริ่มดำเนินการปิดล้อมเรือทุกลำที่พยายามเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ” นี่คือข้อความที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน 'ล้มเหลว'
โดยทรัมป์กล่าวว่ากองทัพเรือจะเริ่มการปิดล้อม ค้นหา และสกัดกั้น เรือที่จ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อผ่านช่องแคบ และจะเริ่มกวาดล้างทุ่นระเบิดในทะเล พร้อมขู่ด้วยว่า กองกำลังอิหร่านใดก็ตามที่ยิงใส่ทหารสหรัฐฯ หรือเรือพาณิชย์ จะถูก 'ระเบิดให้ราบเป็นหน้าดิน'
โดยการปิดล้อมมีกำหนดเริ่มในวันจันทร์ เวลา 10.00 น. หรือ 17.30 น. ตามเวลาอิหร่าน
ทำไมทรัมป์ต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แม้อิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบหลังการหยุดยิงของสหรัฐฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพ แต่ความจริงแล้วช่องแคบไม่ได้ถูกเปิดอย่างสมบูรณ์
สิ่งที่อิหร่านทำ คือการค่อยๆ อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันบางลำผ่านเข้ามาได้ โดยแลกกับค่าธรรมเนียมที่สูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเองนั้น สามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างอิสระตลอดช่วงเวลาของสงคราม
การเก็บค่าธรรมเนียมเช่นนี้ ส่งผลให้การจราจรในช่องแคบฮอร์มุซช่วงระหว่างการหยุดยิงยังคงติดชะงัก มีเรือพาณิชย์ราว 40 ลำเท่านั้น ที่ได้แล่นผ่านนับตั้งแต่เริ่มการหยุดยิง ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณเรือที่สามารถสัญจรได้มากถึง 135 ลำในช่วงเวลาปกติก่อนเกิดสงคราม
โดยทรัมป์ระบุว่า การปิดช่องแคบของสหรัฐฯ จะถูกบังคับใช้โดยไม่เลือกปฏิบัติกับเรือของทุกชาติที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน แต่จะยังอนุญาตให้เรือที่เดินทางระหว่างท่าเรืออื่นๆ ผ่านช่องแคบไปได้
การปิดล้อมอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง
แม้การปิดกั้นดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดดันและบั่นทอนอำนาจการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งยังคงส่งออกน้ำมันหลายล้านบาร์เรลนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ส่วนใหญ่คาดว่าขนส่งผ่าน 'เส้นทางลับ' ซึ่งหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรและการกำกับดูแลของรัฐบาลตะวันตก
แต่การปิดล้อมของสหรัฐฯ ก็อาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
มีรายงานราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นแทบจะทันทีหลังการประกาศปิดล้อม โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8% สู่ระดับ 104.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เพิ่มขึ้น 7% สู่ระดับ 102.29 ดอลลาร์ เทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น
อิหร่านยังพร้อมสู้เพื่อตอบโต้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านหลายคนได้ออกมาขู่ว่าจะตอบโต้ และจะไม่ยอมถูกบีบบังคับ พร้อมยืนยันด้วยว่าช่องแคบยังคงอยู่ภายใต้ 'การควบคุมอย่างสมบูรณ์' ของอิหร่าน และจะเปิดให้เรือที่ไม่ใช่เรือรบผ่านได้ แต่เรือรบทุกลำที่เข้าใกล้จะได้รับการ 'ตอบโต้ด้วยกำลัง' เท่านั้น