
SHORT CUT
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย 2026 จีนยังคงครองแชมป์ และมีมหาวิทยาลัยติด 10 อันดับแรกของเอเชียถึง 5 มหาวิทยาลัยด้วยกัน ด้านมาเลเซียกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง
ภาพรวมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียปีนี้โดย Times Higher Education แสดงให้เห็นว่า “ประเทศจีน” ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่แม้จะมีการพัฒนาขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาลำดับเดิมไว้ได้ ในขณะที่ “มาเลเซีย” กลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในภูมิภาค
มหาวิทยาลัยจากจีนยังคงอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของตารางอย่างเหนียวแน่น เพราะไม่ได้มีแค่มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) อยู่ที่อันดับ 1 ของเอเชีย แต่ใน 10 อันดับแรก มีมหาวิทยาลัยจากจีนติดอันดับไปแล้วถึง 5 อันดับด้วยกัน ได้แก่ อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University), อันดับที่ 7 มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University), อันดับที่ 8 มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) และอันดับ 9 มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University)
นอกจากนี้จีนแผ่นดินใหญ่ยังมีมหาวิทยาลัยที่ติด 50 อันดับแรกของเอเชียรวมแล้วอยู่ที่ 20 แห่งด้วยกัน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากการที่รัฐบาลจีนทุ่มงบประมาณมหาศาลในด้านการวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนช่องว่างระหว่างจีนกับอเมริกา และยุโรป เริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับสิงคโปร์ ยังมี 2 มหาวิทยาลัยหลักอย่าง National University of Singapore
Singapore และ Nanyang Technological University, Singapore อยู่ในอันดับ 3 และ 4 (ร่วม)
ส่วนมหาวิทยาลัยโตเกียวของญี่ปุ่น ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 (ร่วม) ซึ่งเป็นลำดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015
ด้านฮ่องกงแม้ The Chinese University of Hong Kong จะตกลงมาอยู่อันดับ 10 แต่ภาพรวมของฮ่องกงยังดีมาก โดยมหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่งยังคงเกาะกลุ่มอยู่ใน 50 อันดับแรก และมีมหาวิทยาลัยน้องใหม่ก้าวเข้าสู่ 100 อันดับแรกเพิ่มขึ้น
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ถึงอันดับขยับแต่อาจยังไม่ทันโลก
แม้ว่าคะแนนรวมของมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้น แต่ลำดับกลับลดลง นั่นเป็นเพราะการถดถอยเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าแม้จะพัฒนาขึ้น แต่ความเร็วในการพัฒนานั้นช้ากว่าค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยทั่วโลก และช้ากว่าการก้าวกระโดดของจีน
สิ่งที่น่ากังวลของมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็คือ สภาพแวดล้อมด้านการวิจัย คุณภาพงานวิจัย และคะแนนความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เป็นส่วนที่คะแนนลดลงอย่างเห็นได้ชัดในทั้งสองประเทศ
สำหรับมาเลเซียกลายเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่เติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ โดย Universiti Teknologi Petronas (UTP) พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 35 (ร่วม) จากเดิมอันดับ 43
กลยุทธ์ของมาเลเซียก็คือการนำโมเดลความสำเร็จจากสิงคโปร์มาใช้ และวางตัวเป็นพันธมิตรด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของจีนในกลุ่มอาเซียน
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเอกชนในมาเลเซียให้ความสำคัญกับการจัดอันดับโลกอย่างจริงจัง และมีการพัฒนาคะแนนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยทั่วโลกอย่างมาก
และสำหรับประเทศไทยนั้นก็มีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับการจัดอันดับของเอเชียเช่นกัน ก็คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอันดับที่ 134
เรียกได้ว่าผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียปี 2026 นี้ สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันทางการศึกษาในเอเชียนั้นทวีความรุนแรงขึ้นมาก แถมประเทศที่เคยเป็นผู้นำอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้นก็กำลังถูกท้าทายด้วยงบประมาณและทรัพยากรจากจีน รวมถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาเลเซีย
อ้างอิงข้อมูล : Times Higher Education