
SHORT CUT
ย้อนรอย โกงสอบนายอำเภอปี 52 ถึงทุจริตสอบท้องถิ่น 68 'อาสพลธ์' แฉตามกลิ่นทุจริต ตั้งแต่ 'ศรีสะเกษ' จ่อเรียก "สถ.-มศว" เคลียร์ปมโกงสอบ
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ในการเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยย้ำว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเยาวชนไทยอย่างรุนแรง
เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ข่าวการจับกุม แต่คือเรื่องของ 'อนาคตลูกหลานชาวบ้าน' ที่ควรได้รับโอกาสสอบด้วยความรู้ ความสามารถ และความสุจริต ผมติดตามและต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566
นายอาสพลธ์ เกาะติดปัญหานี้มาเป็นเวลานาน โดยสามารถสรุปเส้นทางการต่อสู้กับขบวนการทุจริต
จนกระทั่งล่าสุด นำไปสู่การตรวจค้นครั้งใหญ่ที่จังหวัดนนทบุรี ทลายเครือข่ายที่มีมูลค่าความเสียหายเกือบ 4,500 ล้านบาท
โดยได้กล่าวขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ช. และ บก.ปปป. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการทลายเครือข่ายการโกงครั้งนี้ ถือเป็นการคืนความหวังและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบที่ขยันตั้งใจอ่านหนังสืออย่างแท้จริง สนามสอบราชการต้องวัดกันที่ความสามารถ ไม่ใช่เงินใต้โต๊ะหรือเส้นสาย
ย้อนกลับไป คดีสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอปี 2552 มีโครงสร้างความเสียหายที่คล้ายกันในเชิง 'การบิดระบบคัดเลือกคนเข้าสู่ราชการ' การสอบครั้งนั้นเป็นการคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปีงบประมาณ 2552 มีผู้ได้รับคัดเลือก 3 รุ่น
ข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบพบในคดีเก่า ระบุถึงการกำหนดตัวบุคคลล่วงหน้า โดยนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครองในขณะนั้น ถูกระบุว่าได้รับรายชื่อผู้เข้าสอบประมาณ 150 คน จากผู้มีอำนาจทางการเมืองในกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาทางช่วยให้สอบผ่าน จากนั้นมีการสั่งการให้กรรมการตรวจข้อสอบอัตนัยให้คะแนนสูงแก่บุคคลตามรายชื่อ แม้คำตอบจะไม่ชัดเจน หรือบางรายแทบไม่ได้เขียนคำตอบ
เมื่อมีการตรวจสอบ กลุ่มผู้กระทำผิดยังมีพฤติการณ์ปลอมแปลงกระดาษคำตอบ โดยนำกระดาษคำตอบเปล่าไปให้ผู้เข้าสอบที่มีรายชื่อช่วยเหลือ 142 คน เขียนคำตอบใหม่ตามตัวอย่างที่จัดเตรียมไว้ แล้วนำมาสับเปลี่ยนกับกระดาษคำตอบเดิม ผลตรวจลายมือโดย ป.ป.ช. พบว่าลายมือในกระดาษคำตอบของกลางเป็นลายมือเดียวกันจริง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและอาญาแก่กลุ่มผู้บริหาร ได้แก่ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ นายสำราญ ตันเรืองศรี และนายครรชิต สลับแสง พร้อมชี้มูลผู้เข้าสอบ 119 คน ทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญา ขณะเดียวกันมีการกันนายวุฒิชัย เสาวโกมุท และผู้เข้าสอบอีก 20 คนไว้เป็นพยาน
ผลทางวินัยในเวลาต่อมาคือ กรมการปกครองมีคำสั่งไล่ออกผู้ถูกชี้มูลทั้งหมด ก่อนที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมจะลดโทษจากไล่ออกเป็นปลดออก แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อผู้ถูกลงโทษ 89 รายยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง
หลังจากนั้นเดือนกันยายน 2562 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้คืนสิทธิประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดี ด้วยเหตุผลว่ากระบวนการลงโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้บังคับบัญชาไม่ได้สอบสวนวินัยตามขั้นตอน แต่ใช้รายงานและเอกสารของ ป.ป.ช. มาออกคำสั่งลงโทษทันที
โดยกรมการปกครองชี้แจงภายหลังว่า ศาลไม่ได้สั่งให้คืนสิทธิในตำแหน่งนายอำเภอโดยตรง แต่ให้กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม เพื่อดำเนินกระบวนการสอบสวนวินัยให้ถูกต้องต่อไป
ด้านคดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาลงโทษจำคุกผู้เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม นายวงศ์ศักดิ์และนายสำราญถูกจำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา นายครรชิตถูกจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา กลุ่มประธานรุ่นและเลขานุการรุ่น 5 คน ถูกจำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนกลุ่มผู้เข้าสอบ 103 คน ถูกจำคุกคนละ 2 ปี ปรับ 12,000 บาท และให้รอลงอาญา 2 ปี
ที่มา : เนชั่นทีวี , posttoday