ย้อนรอย 'โกงสอบนายอำเภอ' ถึง 'ทุจริตสอบท้องถิ่น' ช่องโหว่ซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ

ย้อนรอย 'โกงสอบนายอำเภอ' ถึง 'ทุจริตสอบท้องถิ่น' ช่องโหว่ซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ

ย้อนรอย โกงสอบนายอำเภอปี 52 ถึงทุจริตสอบท้องถิ่น 68 'อาสพลธ์' แฉตามกลิ่นทุจริต ตั้งแต่ 'ศรีสะเกษ' จ่อเรียก "สถ.-มศว" เคลียร์ปมโกงสอบ

SHORT CUT

  • เปิดโปงขบวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการ 2 กรณีใหญ่ คือ การโกงสอบท้องถิ่นล่าสุด และคดีโกงสอบนายอำเภอปี 2552 ซึ่งสะท้อนปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง
  • สส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ได้ติดตามปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น จนนำไปสู่การยกเลิกสอบปี 2567 และการทลายเครือข่ายผู้กระทำผิดซึ่งสร้างความเสียหายเกือบ 4,500 ล้านบาท
  • ย้อนรอยคดีโกงสอบนายอำเภอปี 2552 ที่มีการกำหนดตัวผู้สอบล่วงหน้า โดยผู้บริหารระดับสูงสั่งแก้คะแนนและมีการปลอมแปลงสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบ
  • ผู้กระทำผิดในคดีสอบนายอำเภอถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก ขณะที่กรณีทุจริตสอบท้องถิ่นมีการร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงานหลักเพื่อดำเนินการตรวจสอบและเอาผิด

ย้อนรอย โกงสอบนายอำเภอปี 52 ถึงทุจริตสอบท้องถิ่น 68 'อาสพลธ์' แฉตามกลิ่นทุจริต ตั้งแต่ 'ศรีสะเกษ' จ่อเรียก "สถ.-มศว" เคลียร์ปมโกงสอบ

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ในการเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยย้ำว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเยาวชนไทยอย่างรุนแรง

เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ข่าวการจับกุม แต่คือเรื่องของ 'อนาคตลูกหลานชาวบ้าน' ที่ควรได้รับโอกาสสอบด้วยความรู้ ความสามารถ และความสุจริต ผมติดตามและต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566

ย้อนไทม์ไลน์ 'ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น'

นายอาสพลธ์ เกาะติดปัญหานี้มาเป็นเวลานาน โดยสามารถสรุปเส้นทางการต่อสู้กับขบวนการทุจริต

  • ปี 66 ได้รับกระแสข่าวและข้อมูลความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการสอบเข้าข้าราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษและหลายจังหวัดในภาคอีสาน
  • 5 ม.ค. 67 นำประชาชนจาก จ.ศรีสะเกษเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ในขณะนั้น) เพื่อส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการ
  • 25 ม.ค. 67 นำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.), สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงาน ป.ป.ท. และกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
  • ปี 67-68 มีการสั่งยกเลิกการสอบแข่งขันในปี 2567 จากข้อครหาเรื่องเงินใต้โต๊ะ และแม้จะจัดสอบใหม่ในปี 2568 ก็ยังคงมีเบาะแสส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งล่าสุด นำไปสู่การตรวจค้นครั้งใหญ่ที่จังหวัดนนทบุรี ทลายเครือข่ายที่มีมูลค่าความเสียหายเกือบ 4,500 ล้านบาท

 

 

โดยได้กล่าวขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ช. และ บก.ปปป. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการทลายเครือข่ายการโกงครั้งนี้ ถือเป็นการคืนความหวังและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบที่ขยันตั้งใจอ่านหนังสืออย่างแท้จริง สนามสอบราชการต้องวัดกันที่ความสามารถ ไม่ใช่เงินใต้โต๊ะหรือเส้นสาย

 

ย้อนกลับไป คดีสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอปี 2552  มีโครงสร้างความเสียหายที่คล้ายกันในเชิง 'การบิดระบบคัดเลือกคนเข้าสู่ราชการ' การสอบครั้งนั้นเป็นการคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปีงบประมาณ 2552 มีผู้ได้รับคัดเลือก 3 รุ่น

ข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบพบในคดีเก่า ระบุถึงการกำหนดตัวบุคคลล่วงหน้า โดยนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครองในขณะนั้น ถูกระบุว่าได้รับรายชื่อผู้เข้าสอบประมาณ 150 คน จากผู้มีอำนาจทางการเมืองในกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาทางช่วยให้สอบผ่าน จากนั้นมีการสั่งการให้กรรมการตรวจข้อสอบอัตนัยให้คะแนนสูงแก่บุคคลตามรายชื่อ แม้คำตอบจะไม่ชัดเจน หรือบางรายแทบไม่ได้เขียนคำตอบ

เมื่อมีการตรวจสอบ กลุ่มผู้กระทำผิดยังมีพฤติการณ์ปลอมแปลงกระดาษคำตอบ โดยนำกระดาษคำตอบเปล่าไปให้ผู้เข้าสอบที่มีรายชื่อช่วยเหลือ 142 คน เขียนคำตอบใหม่ตามตัวอย่างที่จัดเตรียมไว้ แล้วนำมาสับเปลี่ยนกับกระดาษคำตอบเดิม ผลตรวจลายมือโดย ป.ป.ช. พบว่าลายมือในกระดาษคำตอบของกลางเป็นลายมือเดียวกันจริง

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและอาญาแก่กลุ่มผู้บริหาร ได้แก่ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ นายสำราญ ตันเรืองศรี และนายครรชิต สลับแสง พร้อมชี้มูลผู้เข้าสอบ 119 คน ทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญา ขณะเดียวกันมีการกันนายวุฒิชัย เสาวโกมุท และผู้เข้าสอบอีก 20 คนไว้เป็นพยาน 

ผลทางวินัยในเวลาต่อมาคือ กรมการปกครองมีคำสั่งไล่ออกผู้ถูกชี้มูลทั้งหมด ก่อนที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมจะลดโทษจากไล่ออกเป็นปลดออก แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อผู้ถูกลงโทษ 89 รายยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

หลังจากนั้นเดือนกันยายน 2562 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้คืนสิทธิประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดี ด้วยเหตุผลว่ากระบวนการลงโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้บังคับบัญชาไม่ได้สอบสวนวินัยตามขั้นตอน แต่ใช้รายงานและเอกสารของ ป.ป.ช. มาออกคำสั่งลงโทษทันที

โดยกรมการปกครองชี้แจงภายหลังว่า ศาลไม่ได้สั่งให้คืนสิทธิในตำแหน่งนายอำเภอโดยตรง แต่ให้กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม เพื่อดำเนินกระบวนการสอบสวนวินัยให้ถูกต้องต่อไป

ด้านคดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาลงโทษจำคุกผู้เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม นายวงศ์ศักดิ์และนายสำราญถูกจำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา นายครรชิตถูกจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา กลุ่มประธานรุ่นและเลขานุการรุ่น 5 คน ถูกจำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนกลุ่มผู้เข้าสอบ 103 คน ถูกจำคุกคนละ 2 ปี ปรับ 12,000 บาท และให้รอลงอาญา 2 ปี

ที่มา : เนชั่นทีวี , posttoday 

 

related