ขนส่ง-ดีอี ขู่แบน "โบลท์" ปมไรเดอร์ทำผิดซ้ำ จ่อแก้กฎหมายเอาผิดแพ่ง-อาญา

ขนส่ง-ดีอี ขู่แบน "โบลท์" ปมไรเดอร์ทำผิดซ้ำ จ่อแก้กฎหมายเอาผิดแพ่ง-อาญา

ดีอี-ขนส่ง ขู่ปิดแอป "โบลท์" หากไม่แก้ปัญหาไรเดอร์สวมรอย เร่งยกระดับกฎหมายเอาผิดแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ วางเส้นตายตรวจเข้มระบบยืนยันตัวตน-ใบขับขี่

SHORT CUT

  • กระทรวงดีอีและกรมการขนส่งทางบกขู่ระงับใบอนุญาตและอาจสั่งแบนแอปพลิเคชัน "โบลท์" จากปัญหาร้องเรียนเรื่องไรเดอร์กระทำผิดซ้ำซาก
  • กระทรวงดีอีเตรียมพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถเอาผิดแพลตฟอร์มได้โดยตรงทั้งทางแพ่งและอาญา
  • กรมการขนส่งทางบกอาจไม่ต่ออายุใบรับรองการประกอบธุรกิจให้โบลท์ หากยังไม่ปรับปรุงระบบคัดกรองและบังคับให้ไรเดอร์ใช้ใบขับขี่สาธารณะ
  • ปัญหาหลักเกิดจากระบบการยืนยันตัวตนผู้ขับขี่ที่หละหลวม ทำให้เกิดการสวมรอยบัญชี และมีสถิติเรื่องร้องเรียนสูงถึง 2,000 คดี

ดีอี-ขนส่ง ขู่ปิดแอป "โบลท์" หากไม่แก้ปัญหาไรเดอร์สวมรอย เร่งยกระดับกฎหมายเอาผิดแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ วางเส้นตายตรวจเข้มระบบยืนยันตัวตน-ใบขับขี่

จากเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารที่เป็นนักเรียน ได้ใช้บริการเรียกรถโดยสาร ผ่านแพลตฟอร์มโบลท์ (Bolt) แต่เจอไรเดอร์ขับรถเลยจุดหมายที่กำหนด ซ้ำยังมีการจอดรถเพื่อดื่มน้ำกระท่อม จนทำให้ผู้โดยสารตกใจกระโดดหนีลงจากรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บ ภายหลังว่าไรเดอร์ผู้ก่อเหตุใช้ไอดีของบิดามาใช้เป็นบัญชีเพื่อเปิดกับแพล็ตฟอร์มเรียกรถโดยสาร

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณี ผู้ขับขี่ หรือไรเดอร์ จากแอปพลิเคชัน โบลท์ (Bolt) สวมรอยไอดี ประสงค์ร้ายกับผู้โดยสาร ว่า ตามกฎหมายของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มีหน้าที่เพียงรับจดแจ้งการประกอบธุรกิจ และกำหนดให้ไรเดอร์ลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ยังไม่สามารถมีบทลงโทษทางแพ่งและอาญา

ดังนั้น ตามนโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.กระทรวงดีอี ต้องการให้แก้ไขกฎหมายให้สามารถเอาผิดกับแอปพลิเคชัน ได้ทั้งทางแพ่งและอาญา 

จึงต้องเร่งดูกระบวนการที่เร็วที่สุดที่จะทำได้ว่าจะปรับแก้กฎหมายของกระทรวงดีอีที่มีอยู่แล้ว คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือจะยกระดับ พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ของ ETDA เป็น พ.ร.บ.เพื่อให้สามารถเอาผิดกับแพลตฟอร์ม

รวมถึงการปิดแอปพลิเคชัน เพื่อไม่ให้บริการในประเทศไทย เนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่มีระบบคัดกรองคนที่ดี ซึ่งควรคัดกรองคนที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ มากกว่าจะมานั่งบล็อกไรเดอร์ที่กระทำความผิดไปแล้ว และแพลตฟอร์มไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ถูกต้องตามที่ตกลงกับกระทรวงดีอี 

ขนส่ง-ดีอี ขู่แบน "โบลท์" ปมไรเดอร์ทำผิดซ้ำ จ่อแก้กฎหมายเอาผิดแพ่ง-อาญา

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ในวันที่ 31 พ.ค. 2569 แอปพลิเคชัน โบลท์ จะสิ้นสุดใบรับรองการประกอบธุรกิจ ถ้าหาก แอปพลิเคชันโบลท์ ยังไม่ดำเนินการเปิดข้อมูลไรเดอร์ให้ตรวจสอบได้ อาจจะพิจารณาไม่ต่ออายุใบรับรองการประกอบธุรกิจให้ โดยเฉพาะการให้ไรเดอร์ในระบบต้องจดทะเบียนใบขับขี่สาธารณะให้ถูกต้องก่อนจะเข้ามารับงานในระบบ

ซึ่งที่ผ่านมา โบลท์ มีคดีมาอย่างต่อเนื่อง จาก 6,000 คดีของทุกแพลตฟอร์ม เป็นของ โบลท์ ประมาณ 2,000 คดี

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA

ETDA ขู่ออกคำสั่ง “ห้ามประกอบธุรกิจ”

ทางฝั่งนายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า จากการติดตามพบว่า แพลตฟอร์มยังไม่มีมาตรการตรวจสอบที่เข้มข้นเพียงพอ ตามที่ประกาศกำหนด โดยเฉพาะในเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ขับ

ETDA จึงได้สั่งการให้ แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการ เร่งยกระดับกระบวนการดังกล่าวให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับให้เป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียนในทุกครั้งที่ให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชีผู้ขับ และการใช้รถผิดประเภท หรือต้องเป็นรถและผู้ขับที่จด รย.17 รย.18 ตามข้อบังคับของ กรมการขนส่งทางบก

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ETDA ได้มีหนังสือเรียกให้ผู้ให้บริการ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้เร่งมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การระงับบัญชีผู้ขับที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และการแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มอื่นเพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ผู้ขับรายดังกล่าวไปให้บริการในระบบอื่น รวมถึงให้เร่งปรับปรุงระบบการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ประกาศ Ride Sharing Platform กำหนด

 

หากเจ้าหน้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า แพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติตามประกาศ เช่น ปล่อยให้มีผู้ขับที่ใช้รถผิดประเภท ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจนำไปสู่การออกคำสั่ง “ห้ามประกอบธุรกิจ” และหากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน อาจถูก “ถอนการรับแจ้ง” และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหากยังคงให้บริการต่อไป

โบลท์แจงล่าสุดระงับไรเดอร์ไปแล้ว 40,000 ราย

ด้านณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า โบลท์ไม่ได้มองว่าเป็นนายจ้างของไรเดอร์ แต่เป็นเพียงมาร์เก็ตเพลส เป็นแค่ตัวกลาง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการให้บริการในต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ จะมีกระบวนการจดทะเบียนไรเดอร์ที่เข้าถึงง่ายกว่าประเทศไทย ไม่มีอุปสรรคเหมือนประเทศไทย และ ยืนยันว่า คนขับโบลท์ ไม่ได้ขับเพียงแอปพลิเคชันเดียว

ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย

การผลักดันให้คนขับจดใบขับขี่สาธารณะไม่ง่าย ทำได้เพียงสนับสนุนคนทำถูกต้องด้วยการลดค่าคอมมิสชัน ให้มีความกระตือรื้อร้นในการจดทะเบียนใบขับขี่สาธารณะ แต่ให้ความสำคัญกับการบล็อกคนทำผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาได้บล็อกไปแล้ว 40,000 บัญชี รวมถึงมีการยกระดับการยืนยัน ระบบโทรหาตำรวจ และ การแทคกิ้ง อย่างต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดว่าปัจจุบันมีผู้ขับในระบบเท่าไหร่ และเป็นผู้ที่จดหรือไม่จดใบขับขี่สาธารณะจำนวนเท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลทางธุรกิจ

related